เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2547 คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่เอกสาร Communication from the Commission : Recommendation of the European Commission on Turkey’s progress towards accession ให้ความเห็นสนับสนุนให้มีการเปิดการเจรจาเพื่อรับตุรีกเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

รายงานของคณะกรรมาธิการดังกล่าว นับเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการพิจารณาการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ ซึ่งเริ่มจากที่ประช ุมคณะมนตรีฯ ที่เฮลซิงกิเมื่อปี 2542 ซึ่งมีมติว่า ตุรกีมีคุณสมบัติที่จะสามารถเข้าเป็นสมาชิกสหภาพฯ และต่อมาที่ประชุมคณะมนตรีฯ ที่โคเปนเฮเกน เมื่อปี 2545 ม ีมติเพิ่มเติมว่า จะมีการตัดสินใจเริ่มการเจรจาเพื่อรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก (หากคณะกรรมาธิการฯ ให้ความเห็นสนับสนุน) ในที่ประชุมคณะมนตรีฯ ในเดือนธ.ค. 2547 โดยกำหนดเงื่อนไขทางการเมืองสำหรับการรับสมาชิกใหม่ (ที่เรียกว่า “Copenhagen Criteria”) ไว้เพียง 3 ประการหลัก คือ

  • ต้องมีความมั่นคงของสถาบันที่จะประกันความเป็นประชาธิปไตยการเคารพ กฎหมายสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองชนกลุ่มน้อย
  • มีระบบเศรษฐกิจแบบกลไกตลาดที่มีความ สามารถที่จะร่วมอยู่ในตลาดร่วมของสหภาพฯ
  • มีความสามารถที่จะปฏิบัติตามพันธะต่างๆ ของการเป็นสมาชิก ซึ่งรวมถึงการรวมตัวกันทางการเมือง
    เศรษฐกิจ และการเงิน

คณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ตุรกีมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับเงื่อนไข ทางการเมืองที่กำหนดไว้และจึงเห็นควรสนับสนุนให้สหภาพยุโรปเปิดการเจรจาเพื่อรับเข้าเป็นสมาชิก (“..the Commission considers thatTurkey sufficiently fulfills the political criteria and recommends that accession negotiations be opened..”) ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวประกอบด้วยการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของตุรกีการประเมินประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาหากมีการเริ่มการเจรจาเพื่อรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก และท้ายสุดมีข้อเสนอเกี่ยวกับยุทธศาสตร์สำหรับการดำเนินการในเรื่องการเจรจาและการเตรียมการสำหรับการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกฯ ต่อไป

ในส่วนของการประเมินคุณสมบัติทางด้านการเมือง (assesment of the political criteria) ซึ่งรวมถึงสถานะของกฎหมาย สถาบันทางการเมืองและหลักประกันทางด้านเสรีภาพและสิทธิของประชาชน นั้น คณะกรรมาธิการฯ ให้การยอมรับต่อพัฒนาการทางการเมืองและกฎหมายของ ตุรกีที่เป็นไปในทางที่ดี แต่ก็ยังมีการข้อกังวลในหลายเรื่อง รวมทั้งการนำเคารพสิทธิ และการใช้ กฎหมายต่างๆ ในทางปฏิบัติ กล่าวคือ ตุรกีมีพัฒนาการทางการเมืองและทางกฎหมายไปสู่มาตรฐานยุโรปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2545 ซึ่งประกอบด้วยการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2544 และ 2547 และการตรากฎหมายต่างๆ ระหว่างปี 2545-2547 เช่น การยกเลิกศาลความมั่นคงแห่งรัฐ การยกเลิกโทษประหารชีวิต มีการขยายฐานของเสรีภาพต่างๆ ฯลฯ ในขณะที่ภาคประชาสังคมมี ความเข้มแข็งมากขึ้น มีการยอมรับสิทธิทางด้านวัฒนธรรมของชาวเคอร์ดและกำลังปรับสถานการณ์ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศให้เข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลตุรกีกำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้การปฏิรูปต่างๆ ข้างต้นมีผลอย่างจริงจังแต่ก็ยังสามารถที่จะทำให้เกิดผลทางปฏิบัติมากขึ้น ตลอดจนขยายขอบ เขตของการคุ้มครองสิทธิต่างๆ ให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะในเรื่องของการทรมานและการปฏิบัติไม่ถูกต้องต่อประชาชน (zero tolerance .. against torture and ill treatment) เสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิสตรี สิทธิของสหภาพแรงงานและชนกลุ่มน้อยเป็นต้น ตุรกีอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆที่กล่าวถึงจะมีความคงทนถาวร ต่อไป นอกจากนี้ โดยที่เงื่อนไขต่างๆ ทางการเมือง ของสหภาพยุโรปก็กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงจากการจัดทำร่างธรรมนูญสหภาพยุโรป ฝ่ายตุรกีจึงต้องติดตามเงื่อนไขดังกล่าวและพัฒนาตนเองอย่างใกล้ชิดต่อไป จากเหตุผลสนับสนุนข้างต้น คณะกรรมาธิการฯ จึงมีความเห็นสนับสนุนให้เปิดการเจรจาเพื่อรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกฯ ตามข้อความข้างต้น

ในส่วนของการประเมินประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาต่อไป นั้น (assessing the issues arising from Turkey’s membership perspective) ได้ย้ำว่าการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกจะเป็นเรื่องที่ท้าท้ายต่อทั้งสหภาพยุโรปและตุรกี และจะต้องใช้เวลาการปรับตัวไปถึงในคริสต์ทศวรรษหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม และเตรียมการ ดังนี้

  • การรับตุรกีจะต่างจากการขยายสมาชิกครั้งก่อน เนื่องจากขนาดประชากรที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ประเด็นด ้านความมั่นคงและศักยภาพด้านการทหาร แต่ก็เป็นโอกาสที่ตุรกีจะมีบทบาทสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงต่อภูมิภาคใกล้เคียงและ พัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
  • การเปลี่ยนแปลงภายในตุรกี ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านความทัศนคติ ควรได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินต่อไปและตุรกีจะเป็นประเทศตัวอย่างของมุสลิมที่เคารพในหลักการการเคารพสิทธิเสรีภาพต่างๆ เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการ เคารพกฎหมาย ฯลฯ
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเป็นไปในทางที่ดีแต่ไม่มีผลมาก (positive but relatively small) เพราะเศรษฐกิจมิได้มีขนาดใหญ่ และมีการรวมตัว (integration) เข้ากับ เศรษฐกิจยุโรปค่อนข้างมาก แล้วทั้งนี้ การเริ่มการเจรจารับเข้าเป็นสมาชิกน่าจะช่วยให้ ตุรกีในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลงทุน การเติบโต และการพัฒนาสังคมต่อไป
  • ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อนโยบายทางด้านการช่วย เหลือและการพัฒนา (cohesion policy) ของยุโรปและจะต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาล เป็นระยะเวลายาวนาน
  • ผลกระทบทางด้านแรงงานและการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงต้องมี การพิจารณามาตรการป้องกันในเรื่องนี้ (“safeguard clauses”) และ การช่วยเหลือตุรกีในเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการศึกษาในระยะยาว
  • การช่วยเหลือในด ้านการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของตุรกี เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
    และต้องมีการพัฒนาในด้านมาตรฐานทางสุขภาพของปศุสัตว์ และการควบคุมด่านผ่านแดน
  • การควบคุมชายแดนของตุรกีเป็นเรื่องระด ับนโยบายที่จะต้องให้ความสำคัญและ ทำการ ลงทุนจำนวน มากและควรเตรียมการประสานงานและร่วมมือกันในเรื่อง การย้ายถิ่นฐาน
    การลี้ภัย
  • การปราบปรามอาชญากรรม การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ การลักลอบค้ายา เสพติด และอาวุธสงคราม ฯลฯ ก่อนที่ตุรกี จะเข้าเป็นสมาชิก
  • การเปลี่ยนแปลงต่อสถาบันของสหภาพยุโรป เช่น จำนวนที่นั่งในสภา คะแนนเสียงใน ระบบการตัดสินใจด้วยวิธีเสียงข้างมาก ฯลฯ

รายงานฯ ดังกล่าวยังเสนอยุทธศาสตร์สำหรับการเตรียมการเพื่อเปิดการเจรจาประกอบด้วย 3 “เสาหลัก” ดังนี้

  • สนับสนุนให้การปฏิรูปการเมืองในตุรกีดำเนินต่อไป ซึ่งฝ่ายสหภาพยุโรป จะติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในตุรกีอย่างใกล้ชิดและที่สำคัญคือการตั้งเงื่อนไขว่า คณะกรรมาธิการ ก็จะพิจารณาให้มีการระงับการเจรจาสำหรับการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก หากพบว่า มีการละเมิดหลักการการเคารพในเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และการเคารพกฎหมายอย่างต่อเนื่อง (“serious and persistent breach of the principles of liberty, democracy, respect for human rights and fundamental freedoms and the rule of law on which the Union is founded.”)
  • การกำหนดรูปแบบของการเจรจา ซึ่งจะมีลักษณะของการประชุมระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Conference) โดยจะใช้วิธีการตัดสินใจแบบเอกฉันท์ และจะมีการกำหนดกรอบ สำหรับการเจรจาให้เหมาะสมกับกรณีของตุรกี(ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า การเจรจาสำหรับการรับประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่ผ่านมาจะดำเนินการโดยคณะกรรมาธิการฯ) ซึ่งบทบาทของคณะกรรมาธิการฯ ในเรื่องนี้ คือการพิจารณารวบรายละเอียดของเรื่องต่างๆ ที่จะต้องมีการเจรจาและฝ่ายตุรกี จะต้องรับพันธะในการปฏิบัติ และการเจรจาจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มการเจรจา ในแต่ละเรื่อง ก็ต่อ เมื่อตุรกี ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาในเรื่องดังกล่าวแล้ว
  • การเพิ่มการปฏิสัมพันธ์และการหารือ (“dialogue”) ระหว่างสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงเรื่องการเมือง วัฒนธรรม การย้ายถิ่นฐาน สิทธิของชนกลุ่มน้อย ฯลฯ และภาคประชา สังคมควรจะมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการปฎิสัมพันธ์ดังกล่าวด้วย (ดูรายงานดังกล่าวได้ที่<ahref=”http://europa.eu.int/comm/enlargement/report_2004/pdf/tr_recommendation_en.pd”>
    http://europa.eu.int/comm/enlargement/report_2004/pdf/tr_recommendation_en.pdf)

ในขณะที่ที่ประชุมคณะมนตรียุโรป ระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2547 ที่กรุงบรัสเซลส์ กำหนดที่จะพิจารณาและตัดสินใจเรื่องการเปิดการเจรจาเพื่อรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกต่อไป ทั้งนี้ สภายุโรปกำหนดที่จะจัดทำรายงานเสนอความเห็นต่อที่ประชุมคณะมนตรียุโรปด้วยเช่นกัน (คาดว่าจะ แล้วเสร็จในปลายเดือนตุลาคม ศกนี้

ความเห็นของคณะกรรมาธิการฯ นับว่ามีความสำคัญสำหรับการสนับสนุนให้คณะมนตรีฯ เห็นชอบให้เปิดการเจรจารับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกฯ แม้ว่าจะมีรายงานข่าวว่ามีกรรมาธิการฯ หลายคนที่ยังไม่เห็นด้วยกับการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก (เช่น นายฟริตซ์ โบลเคสไตน์ นายฟรานซ์ ฟิสชเลอร์ นางโลโยลา เด ปาลาซิโอ ฯลฯ) แต่ผลสรุปของรายงานฯ ก็สะท้อนถึงฉันทามติของ คณะกรรมาธิการฯ โดยรวมซึ่งในการเสนอรายงานดังกล่าวต่อสภายุโรป นายโรมาโน โปรดิ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ย้ำว่า แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะประเมินตุรกีแล้วว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ แต่ก็ ็ได้กำหนด เงื่อนไขให้ตุรกี และแนวปฏิบัติสำหรับการเจรจาไว้อย่างละเอียด (“However, it is a QUALIFIED YES that is accompanied by a large number of recommendations on following up and monitoring the situation in Turkey, and some specific recommendations on the conduct of negotiations.”) และย้ำด้วยว่า ทั้งความเห็นสนับสนุน ของคณะกรรมาธิการฯ กับเงื่อนไขที่คณะกรรมาธิการฯ กำหนดไว้ ต้องพิจารณาควบคู่กันไป (ดูรายงานของนายโปรดิต่อสภายุโรปได้ที่ http://europa.eu.int/rapid/pressReleasesAction.do?reference=SPEECH/04/440&format=HTML&aged=0&language=EN&guiLanguage=en)

 

Photo licensed under Creative Commons Zero (CC0) license