ภูมิหลังความเป็นมาของความพยายามของตุรกีในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปกว่า 4 ทศวรรษและสถานะล่าสุด

ความเป็นมา

เมื่อตุรกีได้ลงนามในความตกลง European Community Agreement ตั้งแต่ปี ค.ศ.1963 อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแสดงความจำนงของตุรกีในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

การประชุมสภายุโรปที่เฮลซิงกิ (Helsinki European Council) ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1999 ได้มีการระบุตุรกีว่าเป็นประเทศ candidate สำหรับการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มพิจารณาพัฒนาการของตุรกีในด้านต่างๆ เพื่อเข้าสู่มาตรฐานของสหภาพยุโรป และการปฏิรูปในด้านต่างๆ ของตุรกี

ตุรกีได้ดำเนินการปรับแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เพื่อพัฒนาด้านต่างๆ ที่สหภาพ ยุโรปให้ความสำคัญ และเรียกร้องให้ตุรกีดำเนินแก้ไข ในด้านสังคม อาทิ สิทธิมนุษยชน การเคารพกฎหมายที่ดี (rule of law) การพัฒนาประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ การปกป้องเด็กและผู้เยาว์ สิทธิเสรีภาพทางความคิดและการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพของสื่อ ป้องกันการทารุณกรรม ยกเลิกการลงโทษประหาร ยกเลิกข้อจำกัดทางกฎหมายต่อเสรีภาพทางวัฒนธรรม ส่งเสริมสิทธิของชนกลุ่มน้อย

ในด้านการเมือง โดยรวมสหภาพยุโรปได้เรียกร้องแนวทางการปฏิรูปทางการเมืองที่นำไปสู่การลดบทบาทของทหาร และปรับแก้แนวทางกฎหมายที่ทหารให้การสนับสนุนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ อาทิ รัฐบาลควรมีการควบคุมการเปิดการหลักสูตรสอนภาษาเคิร์ด อย่างเคร่งครัดโดยให้แน่ใจว่าไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของระบบการศึกษาโดยรวม หรือการมีบทลงโทษการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือการโฆษณาต่อต้านทหาร

ในด้านเศรษฐกิจ ตุรกีได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจภายหลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจในปี ค.ศ. 2001 ด้วยการปรับโครงสร้างภาคการเงิน เพิ่มความโปร่งใสในนโยบายการคลังของรัฐ ส่งเสริมการแข่งขันและประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจ และรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF

การประชุมสภายุโรปที่ Laeken (Laeken European Council) ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2001 ได้มีการระบุถึงอย่างชัดเจนในระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกถึงความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้มีการเจรจาการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแก่ตุรกี และตุรกีสามารถเริ่มมีบทบาทใน Convention on the future of Europe ในสถานะที่เท่าเทียมกันกับประเทศผู้สมัครเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ

การประชุมสภายุโรปที่โคเปนเฮเกน (Copenhagen European Council) ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2002 สหภาพยุโรปได้ตัดสินใจครั้งใหญ่เกี่ยวกับการขยายสมาชิก โดยได้ประกาศว่าประเทศสมาชิกใหม่ 10 ประเทศ คือ ฮังการี โปแลนด์ เชค เอสโตเนีย แลตเวีย ลิทัวเนีย มอลตา ไซปรัส (ซึ่งปรากฏว่าเป็นเพียงกรีก-ไซปรัสเท่านั้น) สโลเวเนีย และสโลวาเกีย จะเข้าเป็นสมาชิกในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 ส่วนบัลแกเรีย และโรมาเนีย สภายุโรปมีเป้าหมายจะรับเข้าเป็นสมาชิกในปี ค.ศ. 2007 ส่วนตุรกี สภายุโรปได้ทำการตัดสินโดยตั้งบนพื้นฐานการพิจารณาจากรายงานผลการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามคำแนะนำของสหภาพยุโรปว่าตุรกีได้บรรลุตาม Copenhagen criteria หรือไม่ เพื่อจะเปิดกระบวนการเจรจาโดยมิให้ล่าช้า (the EU will open negotiations without delay)

สถานะล่าสุด

สหภาพยุโรปได้พิจารณากำหนดวันเปิดการเจรจากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแก่ตุรกี โดยกำหนดเป็นวันที่ 3 ตุลาคม 2548 ภายใต้การระบุว่ากระบวนการเจรจาจะเป็น “an open-ended process whose outcome cannot be guaranteed beforehand” ภายหลังการสนับสนุนจากประเทศใหญ่ เช่น สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ว่าตุรกีเป็นสะพานสำคัญของสหภาพ ยุโรป ระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ในขณะที่ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ยังคงมีข้อกังขาถึงความสามารถของสหภาพยุโรปในการรวมรับประเทศขนาดใหญ่และค่อนข้างยากจนที่มีขาข้างหนึ่งอยู่ในเอเชียอย่างตุรกี

กลุ่มประเทศที่มีข้อสงวนต่อการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก ได้เสนอแนวทางการรับตุรกีในลักษณะ “privileged partnership” เป็นทางเลือกหาก “full membership” เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรลุได้ และการเจรจาล้มเหลว อย่างไรก็ดี ในที่สุดที่ประชุมฯ ก็สามารถประนีประนอมกันได้โดยระบุว่าหากการเจรจาล้มเหลวประเทศ candidate ได้รับการรับรองว่าจะได้รับสถานะที่มีการเชื่อมโยงต่อโครงสร้างของสหภาพยุโรป (the candidate state must be anchored in the European structures)

ประเด็นปัญหาเกาะไซปรัสยังคงเป็นประเด็นหลักที่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สหภาพ ยุโรปเรียกร้องจากตุรกี โดยตุรกีจะต้องให้การรับรองกรีก-ไซปรัส ก่อนที่จะมีการเปิดการเจรจาในวันที่ 3 ตุลาคม2548 (ทั้งนี้ กรีก-ไซปรัส ได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2547 แต่ตุรกียังคงไม่ให้การรับรองกรีก-ไซปรัส)

ความจริงใจของประเทศต่างๆ ต่อการสนับสนุนตุรกีก็ยังคงเป็นที่คลางแคลงใจ อาทิ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีชาวตุรกีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ ฝรั่งเศส และออสเตรีย ซึ่งมีข้อสงวนในการรับสมาชิกเพิ่ม หรือแม้แต่ กรีซ และกรีก-ไซปรัส เพื่อนบ้านซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งกันด้านน่านฟ้าเหนือทะเลอีเจียนและเกาะไซปรัส ดังนั้น คงเป็นการยากที่จะปฏิเสธว่าประเด็นการที่ตุรกีเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีดินแดนที่ติดตะวันออกกลาง มีจำนวนประชากรมาก มีประชากรตุรกีอาศัยในยุโรปมาก และรวมถึงศาสนามุสลิมมีส่วนทำให้การรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปไม่ง่ายและรวดเร็วเหมือนกรณีประเทศสมาชิกใหม่ขนาดเล็กอื่นๆ แม้ว่า ตุรกีจะพยายามใช้วิธีชูประเด็นว่า หากสหภาพยุโรปปฏิเสธตุรกี นั่นคงจะเป็นสาเหตุมาจากประเด็นการกีดกันด้านศาสนา และการใช้ double standard กับตุรกี เพื่อกดดันสหภาพ ยุโรปในระดับหนึ่งก็ตาม