ทางการตุรกียืนยันกรณีไข้หวัดนกในคนเป็นครั้งแรก

ภายหลังข่าวการพบการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในเขตเทศบาลคึซึคซา(Kızıksa) เมืองManyas ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี เมื่อเดือนตุลาคม 2548 ที่ส่งผลให้ไก่งวงกว่า 2,000 ตัวล้มตายลง และเมื่อเดือนธันวาคม 2548 ในเขต Aralık จังหวัด Igdir ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกีห่างจากอิหร่านประมาณ 15 ก.ม. ไก่ประมาณ 1,200 ตัว ห่าน ไก่งวง และเป็ดซึ่งเลี้ยงในฟาร์มในจังหวัด Igdir ซึ่งเป็นเส้นทางย้ายถิ่นฐานของนกจากทางตะวันออกของตุรกี ได้ตายลงด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวเช่นกัน

ล่าสุด ในวันที่ 4 มกราคมนี้ ทางการตุรกีได้ยืนยันการพบกรณีไข้หวัดนกในคนในตุรกีเป็นครั้งแรก กรณีเด็กชาย 1 คน ชื่อ Mehmet Ali Koçyığıt เสียชีวิตจากการได้รับเชื้อไข้หวัดนก ต่อมาเด็กหญิง ชื่อ Fatma Koçyığıt ซึ่งเป็นน้องสาวของ Mehmet ที่ก่อนหน้านี้ได้ป่วยอยู่ในขั้นโคมาและได้รับการสันนิษฐานว่าอาจได้รับเชื้อไข้หวัดนกเช่นกันได้เสียชีวิตลง และก็ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลของสถาบันวิจัยคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยูซุลจุเยิล (Yüzüncü Yıl University) ในจังหวัดวาน (Van) ว่าเป็นเชื้อไข้หวัดนกเช่นกัน ทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่ตำบลโดอุบายาซึด (Doğübayazıt) จังหวัดอารึ (Ağrı) ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรมทางตะวันออกของตุรกีและเป็นจังหวัดชายแดนติดต่อกับอิหร่าน เด็กทั้งสองอยู่ในครอบครัวที่ทำการเลี้ยงไก่และได้บริโภคไก่ที่ติดเชื้อเข้าไปก่อนมีอาการป่วยและเสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีกรณีผู้ป่วยต้องสงสัยว่าได้รับเชื้อในเมืองดังกล่าวอีก 8 ราย ซึ่งคณะแพทย์กำลังเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด นาย Recep Akdağ รมต.สาธารณสุข ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 มกราคมนี้ว่า ในขณะนี้ ได้พบผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไข้หวัดนกเฉพาะในเขตตำบล Doğubayazıt เท่านั้น

จากการพบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดนกครั้งนี้ ทางการตุรกีได้เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากสัตว์ปีก โดยได้ประชาสัมพันธ์พร้อมทั้งแจกใบปลิวให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับการบริโภคสัตว์ปีกว่า ประชาชนควรบริโภคเนื้อสัตว์ดังกล่าวที่ปรุงสุกเรียบร้อยแล้ว ส่วนไข่ของสัตว์ปีกนั้นให้ใช้ความร้อนอย่างน้อยที่ 70 องศาและต้มประมาณ 5 นาที และอย่าเข้าใกล้และสัมผัสกับซากสัตว์ที่ตายแล้วโดยไม่มีการป้องกันอย่างเพียงพอ เช่น สวมถุงมือ หน้ากาก แว่นตา และสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ (ขณะที่ทำงานอยู่ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก) ในการกำจัดซากสัตว์นั้น ให้นำซากสัตว์ไปฝังในหลุมลึกและโรยด้วยปูนขาว