ภาคธุรกิจก่อสร้างของโปแลนด์ประสบภาวะซบเซาอย่างหนักระหว่างช่วงปี 2543-2547 แต่ปี 2548 นับเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของภาคธุรกิจดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่มีนัยสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโปแลนด์

สถานะการฟื้นตัวของภาคธุรกิจก่อสร้างในโปแลนด์

1. ภาพรวม

1.1 ภาคธุรกิจก่อสร้างของโปแลนด์ประสบภาวะซบเซาอย่างหนักระหว่างช่วงปี 2543-2547 ข้อมูลจาก Central Statistical Office (GUS) ชี้ให้เห็นว่าในจำนวนบริษัทก่อสร้างที่มีการขึ้นทะเบียน 354,000 แห่งมีเพียง 19 แห่งที่มีลูกจ้างมากกว่า 1,000 คน 195 แห่งมีลูกจ้าง 250-999 คนและ 2,017 แห่งมีลูกจ้าง 50-249 คน โดยมีบริษัทก่อสร้างจำนวนมากที่ล้มละลายและต้องปิดตัวไป

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญหลักๆ เกิดจาก (1) การขาดกำลังซื้อของผู้อุปโภคชาวโปแลนด์ โดยปัจจุบันชาวโปแลนด์ถึงประมาณ 1.5 ล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และตัวเลขการลงทุนด้านที่อยู่อาศัยของโปแลนด์มีเพียงร้อยละ 0.1 ของ GDP ในขณะที่ประเทศยุโรปอื่นๆ อยู่ที่ร้อยละ 1-2 ของ GDP (2) ขาดนโยบายและแผนการพัฒนาภาคธุรกิจก่อสร้างที่ดี และ (3) การยกเลิกปัจจัยส่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจดังกล่าว อาทิ การยกเลิกกองทุนเพื่อเคหสถานของรัฐ และการยกเลิกการตั้งกระทรวงการก่อสร้าง (จัดตั้ง Ministry of Transport and Construction สำเร็จในรัฐบาลชุดปัจจุบัน) เป็นต้น

1.2 ปี 2548 แม้แผนพัฒนาภูมิภาคปี 2538 ของโปแลนด์จำนวนมากจะหมดวาระลงเมื่อปี 2547 และมีการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง แต่นับว่าปี 2548 เป็นปีแห่งการฟื้นตัวของภาคธุรกิจก่อสร้างซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่มีนัยสำคัญที่สุดต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโปแลนด์ โดยตัวเลขผลผลิตในภาคก่อสร้างสูงขึ้นเกือบร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาและระหว่างเดือนม.ค.-มิ.ย.2548 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 โครงสร้างภาคธุรกิจก่อสร้างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทั้งโครงการลงทุนใหม่และโครงการบูรณะซ่อมแซม โดยเฉพาะในส่วนของการสร้าง apartment ซึ่งเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 6 เห็นได้ชัดจากบริษัท Grupa Budimex ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ด้านก่อสร้างของโปแลนด์ที่มีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 276 ล้านสว๊อตตี้ (ประมาณ 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2548

2. โอกาสของภาคธุรกิจก่อสร้างในปี 2549

2.1 การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม (Industrial Building) เนื่องจากภาคการผลิตของโปแลนด์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมูลค่าการค้าในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8.5 จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าการลงทุนที่ต่อเนื่องด้านโครงสร้างและการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจะมีความจำเป็นอย่างยิ่งในหลายสาขา โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี เหล็ก และการกลั่นน้ำมันในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ดี คาดว่าการลงทุนส่วนใหญ่อาจกระจุกตัวอยู่ที่แคว้น Mazovia, Silesia และ Wielkopolska ของโปแลนด์

2.2 การก่อสร้างภายใต้กรอบความช่วยเหลือจาก EU (Cohesion Fund) อาทิ เส้นทางคมนาคม ทางบก-ทางรถไฟ ระบบบำบัดน้ำเสีย การป้องกันสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ EU ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในส่วนนี้หลายพันล้านยูโรในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

2.3 การก่อสร้างศูนย์การค้าและแหล่งบันเทิง (shopping and entertainment and trade centers) แม้หลายฝ่ายจะมองว่าในระยะยาวการก่อสร้างศูนย์การค้าฯ จะชะลอตัว แต่ในช่วงปี 2548-2549 ได้มีการจับจองพื้นที่การค้าเพิ่มเติมแล้วถึง 1.7 ล้านตารางเมตร

2.4 การก่อสร้าง apartment ซึ่งหากมองในภาพรวมจะเป็นภาคที่คืนกำไรน้อยและช้ากว่าโดยเปรียบเทียบ แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Grupa Budimex ซึ่งขณะนี้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง Terminal II ของท่าอากาศยานกรุงวอร์ซอคาดว่าตนจะสามารถทำกำไรในภาคก่อสร้าง apartment ถึงประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

2.5 การก่อสร้างโรงแรม เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโปแลนด์ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 5 ภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

3. ข้อสังเกตและข้อสนเทศเพิ่มเติม

3.1 ทั้งๆที่ภาคธุรกิจก่อสร้างของโปแลนด์เพิ่งฟื้นตัวจากสภาพซบเซาและอาคารที่อยู่อาศัยจำนวนมากไม่มีผู้จับจอง แต่ราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะในเมืองใหญ่กลับเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากนโยบายจำกัดที่ดินสำหรับการก่อสร้าง (block access to land) เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตก รวมทั้งการประกาศจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 22%กับ apartment ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2551 ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคตเร่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาและจะยิ่งสูงขึ้นในปี 2549-2550 อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายได้แสดงความวิตกว่าภาคธุรกิจก่อสร้างของโปแลนด์อาจได้รับผลกระทบอีกครั้งในปี 2551 หากไม่มีมาตรการรองรับที่ดี

3.2 ปัญหาที่สำคัญอีกประการ คือ การขาดแคลนแรงงานมีฝีมือในภาคก่อสร้างเนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานต่างประเทศในช่วงที่ภาคธุรกิจก่อสร้างซบเซา (อาทิ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า 3-4 เท่า) และขณะนี้ยังไม่สามารถเร่งผลิตแรงงานมีฝีมือขึ้นมาทดแทนได้ทัน (เฉพาะในกรุงวอร์ซอเมืองหลวงมีโรงเรียนก่อสร้างเพียง 1 แห่งในขณะที่มีความต้องการแรงงาน 280,000 ตำแหน่งในปัจจุบัน)

3.3 สำหรับไทย โอกาสในการเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจก่อสร้างของโปแลนด์อาจไม่สดใสนัก เนื่องจากในปัจจุบันบริษัทก่อสร้างของโปแลนด์ที่ยังคงทำกำไรเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีต่างชาติร่วมลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ (1) Grupa Budimex (ฝรั่งเศส ร้อยละ 59.06) (2) Warbud SA (ฝรั่งเศส ร้อยละ 99.62) (3) Hochtief Polska (เยอรมนี ร้อยละ 99) (4) Prochem (สหรัฐฯ ร้อยละ 6.14) (5) Mitex SA (ฝรั่งเศส 100%) และ (6) PORR (Polska) SA (ออสเตรีย 100%) ความร่วมมือที่อาจจะมีได้จึงอาจอยู่ในกรอบของการค้าวัสดุก่อสร้างบางประเภทหรือเฟอร์นิเจอร์แบบ exotic / oriental style ที่ไทยมีศักยภาพ