เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 นาย Stefan Meller รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ได้แถลงนโยบายต่างประเทศของโปแลนด์ประจำปี 2549 ต่อรัฐสภา ประธานาธิบดี Lech Kaczynski และคณะทูตานุทูตที่ประจำการในประเทศโปแลนด์ สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. ประเด็นหลักของการดำเนินนโยบาย

1.1 การฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย : จะมุ่งปรับความสัมพันธ์ให้อยู่ในระดับปกติและฉันพันธมิตร (normal and partner-like) โดยยึดประเด็นด้านความร่วมมือโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและประสบการณ์ร่วมในปัจจุบันเป็นที่ตั้ง

1.2 การเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน

1.2.1 โปแลนด์จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเสนอข้อริเริ่มต่างๆ รวมทั้งยึดมั่นในแนวทางการเจรจาประนีประนอมในกรอบสหภาพยุโรปเพื่อรักษาสถานะความเป็นกลุ่มพันธมิตร ทั้งนี้ ได้หยิบยกความสำเร็จของโปแลนด์ในการเจรจางบประมาณรอบใหม่ของสหภาพยุโรปสำหรับปีค.ศ.2007-2013 เป็นตัวอย่าง

1.2.2 ผลักดันให้สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับรัสเซีย ยูเครนและประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ อย่างจริงจังและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยโปแลนด์พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีส่วนร่วมเพื่อให้การวางแนวนโยบายต่อกลุ่มประเทศดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้อง

1.2.3 ผลักดันให้เกิดนโยบายความปลอดภัยด้านพลังงานที่ครอบคลุมและสมบูรณ์

1.2.4 สนับสนุนการขยายสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก

1.3 การสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย (democratic transformation) ในยูเครน นาย Meller แสดงความคาดหวังว่าการเลือกตั้งทั่วไปของยูเครนที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2549 ซึ่งเปรียบเสมือนบททดสอบสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยในยูเครนจะประสบความสำเร็จด้วยดี

1.4 ทำให้สถานะการเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ (strategic partnership) กับสหรัฐฯ มั่นคงยิ่งขึ้น นาย Meller กล่าวชื่นชมถึงสถานะความร่วมมือทางการทหารและการเมืองที่แนบแน่นระหว่างโปแลนด์กับสหรัฐฯ และมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ให้มากยิ่งขึ้น

2. ประเด็นรอง

2.1 การดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ

2.1.1 กลุ่มประเทศในภูมิภาคยุโรป นาย Meller ระบุถึงสถานะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างโปแลนด์กับฝรั่งเศสและเยอรมนี และความพร้อมที่จะเปิดรับความร่วมมือกับประเทศตะวันตกทุกประเทศ โดยเฉพาะสหราชอาณาจักร สเปน อิตาลี นอกจากนั้น ยังได้ระบุถึงกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก กลุ่มประเทศบอลติกและกลุ่ม Visegrad ซึ่งล้วนแต่มีความร่วมมือในระดับที่ดีมากกับโปแลนด์ อย่างไรก็ดี ในส่วนของเบลารุส โปแลนด์ระบุให้สถานการณ์ภายในประเทศของเบลารุสเป็นปัจจัยหลักในการปรับระดับพัฒนาการการดำเนินความสัมพันธ์ของตน

2.1.2 กลุ่มประเทศนอกภูมิภาคยุโรป ระบุให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชีย ลาตินเมริกาและแอฟริกา โดยในส่วนของภูมิภาคเอเชีย ระบุว่าจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยให้ความสำคัญต่อนักลงทุนจากภูมิภาคดังกล่าวเนื่องจากมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาโปแลนด์ให้ทันสมัย ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญต่อการติดตามพัฒนาการของจีนและอินเดีย โดยระบุให้ประเทศทั้งสองเป็น supra-regional powers ที่โปแลนด์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างกัน

2.2 ประเด็นบริหาร ขอความสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐสภาทั้งในแง่ค่าตอบแทนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศและงบดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูตโปแลนด์ในต่างประเทศ โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะเพิ่มมากขึ้นจากนโยบาย Economic Diplomacy และ Strategy for Promotion of Poland in the Years 2007-2013 ที่มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ (ผ่านสถานเอกอัครราชทูตฯ) ดูแลงานด้านการส่งเสริมการค้า-การลงทุนในต่างประเทศ

3. ข้อสังเกตและข้อสนเทศเพิ่มเติม

3.1 นสพ.Vremia Novostey ของรัสเซีย ระบุว่าแถลงการณ์ของนาย Meller ในส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์-รัสเซียเป็นส่วนที่มีเนื้อหา emotional แต่มีสาระแน่นที่สุด โดยได้ quote คำพูดช่วงที่ระบุถึงความต้องการของโปแลนด์ที่จะเห็นรัสเซียเป็นประเทศที่ทันสมัย เป็นประชาธิปไตย น่าเชื่อถือ พร้อมที่จะร่วมมือและที่สำคัญคือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีของโปแลนด์เป็นจุดเน้น

ในขณะที่นสพ. Delo ของยูเครนย้ำถึงการสนับสนุนยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่ของโปแลนด์ อย่างไรก็ดี ได้วิจารณ์ว่าสหภาพยุโรปควรเร่งสรุปนโยบายการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศตะวันออกหรือ Eastern Policy ให้เสร็จสมบูรณ์ โดยแม้ว่าในปัจจุบันสหภาพยุโรปจะดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ตามแนวทางของ “Neighborhood Policy” ที่โปแลนด์เป็นผู้เสนอ แต่นโยบายดังกล่าวก็ยังมิได้ครอบคลุมแนวทางการขยายสมาชิกภาพฯ ที่ชัดเจน

3.2 ในช่วงก่อนหน้าการแถลงนโยบายต่างประเทศต่อรัฐสภาได้มีกระแสข่าวลืออย่างต่อเนื่องว่านาย Meller อาจลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพและครอบครัว และนรม.Marcinkiewicz ได้วางตัวให้นาย Radoslaw Sikorski รมว.กลาโหมเข้าดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้ แม้ปธน.Kaczynski และนรม.Marcinkiewicz จะออกมาแก้ข่าวโดยกล่าวชื่นชมในความสำเร็จของนาย Meller และการบรรลุเป้าหมายต่างๆของกต.โปแลนด์ และนาย Meller จะปฏิเสธข่าวดังกล่าวด้วยตนเองภายหลังการแถลงนโยบายต่างประเทศต่อรัฐสภา แต่ข่าวความไม่ลงรอยระหว่างนาย Meller กับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลก็ยังไม่หายไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักวิเคราะห์การเมืองโปแลนด์ได้ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ (1) การเป็นเหมือน“ข้าวนอกนา” โดยบ่อยครั้งที่นาย Meller ซึ่งเป็นนักการทูตอาชีพมิใช่นักการเมือง (อดีตเอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำฝรั่งเศสและรัสเซียก่อนหน้าได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องที่จำเป็น อาทิ ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ใน Presidential National Security Council และคณะทำงานร่วมดูแลชุมชนชาวโปแลนด์ในต่างประเทศ และ (2) การเป็นเหมือนคนนอกด้านความคิด โดยในขณะที่พรรครัฐบาล PiS เห็นว่าโปแลนด์ควรดำเนินนโยบายต่างประเทศที่กร้าวกว่าที่เคย ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่และไม่ลดละ ต้องยึดถือแนวทางการแข็งขืน ดื้อดึงและแน่วแน่ (stubbornness and firmness) แต่นาย Meller กลับเลือกที่จะใช้แนวทางการปรองดองและเน้นการมีความร่วมมือระหว่างกัน และในขณะที่พรรค PiS ขาดความเชื่อมั่นในยุโรป นาย Meller กลับมองว่าโปแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมยุโรปที่ยิ่งใหญ่ เป็นต้น