เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2549 คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและฟาร์มไข่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไข้หวัดนก โดยการให้เงินช่วยเหลือ (co-financing) ประมาณ 50% เพื่อเป็นเงินชดเชยในกรณีที่ผู้เลี้ยงสัตว์ปีกและฟาร์มไข่ไม่สามารถส่งสัตว์ปีกหรือไข่ออกขายได้เนื่องจากต้องดำเนินการตามข้อห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกหรือข้อจำกัดเฉพาะเพื่อป้องกันการระบาดของโรค เป็นต้น

มาตรการนี้จะต้องส่งให้สภายุโรปและคณะมนตรีฯ พิจารณา ซึ่งอาจได้รับความเห็นชอบในช่วงสิ้นเดือน เม.ย. 2549 หากข้อเสนอดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ ประเทศสมาชิก EU จะต้องเสนอแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อให้คณะกรรมาธิการด้านการจัดการ (Management Committee) พิจารณาอนุมัติงบประมาณต่อไป ซึ่งในความเห็นของนาง Mariann Fischer Boel กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและการพัฒนาชนบท แนวทางที่น่าจะได้รับอนุมัติงบประมาณคือแนวทางในการให้เงินช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ปีกที่ต้องลดการผลิตเป็นการชั่วคราว เนื่องจากยอดขายตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด

ประเทศสมาชิก EU ได้ให้ความเห็นในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเกษตร EU เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2549 ว่า นอกจากการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดปริมาณการผลิตแล้ว ควรให้เงินช่วยเหลือกรณีที่ต้องทำลายสัตว์ปีกและไข่ ให้เงินชดเชยผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในโกดังซึ่งไม่สามารถออกวางขายได้ นอกจากนี้ยังเสนอให้ EC เริ่มมาตรการรณรงค์สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค เป็นต้น

ตามปกติแล้ว ระเบียบ EU กำหนดให้มีการให้เงินช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์ปีกใน EU เฉพาะในกรณีที่มีการระบาดของไข้หวัดนกในฟาร์มเลี้ยงเท่านั้น แต่ไม่ต้องให้เงินช่วยเหลือในกรณีที่ยอดขายตกต่ำลง แต่ในครั้งนี้นาง Fischer Boel อ้างว่าเป็นวิกฤติที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อน “unprecedented crisis” จึงได้เสนอให้มีเงินช่วยเหลือดังกล่าว

มาตรการป้องกัน H5N1

ปัจจุบันมีการใช้วัคซีนเพื่อป้องกันการระบาดของไข้หวัดนกในฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ซึ่ง EC ถือเป็นมาตรการนำร่อง และจะมีการตรวจสอบประสิทธิภาพการป้องกันการระบาดของโรคต่อไป นอกจากนี้ ประเทศสมาชิก EU กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะออกมาตรการใหม่ให้ผู้โดยสารเครื่องบินเข้า EU กรอกแบบฟอร์มเพื่อแสดงว่ามิได้นำผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยที่จะมีเชื้อไข้หวัดนกเข้ามาด้วย และอาจตั้งทีมฉุกเฉินซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านไข้หวัดนกเพื่อไปประเมินสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสและให้คำแนะนำเรื่องมาตรการต่างๆ เพื่อกำจัดการระบาดของโรคทั้งใน EU และในประเทศที่สามต่อไป

นับถึงปัจจุบันมีการระบาดของไข้หวัดนกในสัตว์ปีกป่าใน 11 ประเทศทั่วยุโรป ได้แก่ กรีซ อิตาลี ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส ฮังการี สโลวีเนีย สโลวะเกีย โปแลนด์ สวีเดน และเดนมาร์ก มีเพียงฝรั่งเศสและสวีเดนที่พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์ม นอกจากนี้ ทางการเช็กได้แจ้งต่อ EC ว่าหงส์ป่าที่ตายในเมือง Hluboka Nad Vltavou (ห่างจากกรุงปราก 150 กม. ทางตอนใต้) อาจติดเชื้อ H5 หรือ H5N1 ซึ่งกำลังส่งให้ห้องแล็บที่ Weybridge ตรวจสอบเพื่อยืนยันต่อไป