ประเทศสมาชิก EU ให้การสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับการเพิ่มมาตรการด้านการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในที่ประชุมคณะกรรมการห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์ (The Standing Committee on the Food Chain and Animal Health หรือ SCFCAH) มาตรการดังกล่าวได้แก่ 1) การจัดตั้งพื้นที่ป้องกันและพื้นที่เฝ้าระวังในเยอรมนีภายหลังการตรวจพบเชื้อ H5N1 ในสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์ม 2) การใช้วัคซีนในสัตว์ปีกในสวนสัตว์ และ 3) การขยายเวลาห้ามการนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกจากโรมาเนีย ตุรกี และบางส่วนของโครเอเชีย

การกำหนดพื้นที่ป้องกันและพื้นที่เฝ้าระวังในเยอรมนี

ภายหลังที่มีการยืนยันว่าเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ปีกในฟาร์มใน Wermsdof (Saxony) ในเยอรมนีเป็นเชื้อ H5N1 SCFCAH ได้ตกลงให้มีการกำหนดพื้นที่ป้องกัน 3 กม. และพื้นที่เฝ้าระวัง 10 กม. จากจุดพบเชื้อ (ตาม Decision 2006/135/EC) กำหนดพื้นที่เสี่ยงเป็นเขตกันชนระหว่างพื้นที่ที่พบเชื้อกับพื้นที่ที่ไม่มีการพบเชื้อ โดยมีข้อกำจัดในการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีก มาตรการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ เป็นต้น

พื้นที่ป้องกันที่ได้รับความเห็นชอบจาก SCFCAH ครอบคลุม Wermsdof, Stadt Mutzschen พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขต Muldentalkreis, Kreis Torgau-Oschatz และ Kreis Döbeln การกำหนดเขตพื้นที่ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่ต้องมีมาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับสัตว์ปีกและพื้นที่ที่มีสถานการณ์ปกติ ซึ่งจะช่วยทำให้ประเทศที่สามสามารถทำการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกในลักษณะแยกเฉพาะบางพื้นที่ (regionalize) ได้ การกำหนดพื้นที่ป้องกัน พื้นที่เฝ้าระวัง และพื้นที่เสี่ยงข้างต้นจะบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 8 พ.ค. 2549 และจะต้องมีการทบทวนการการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

การใช้วัคซีนในสัตว์ปีกในสวนสัตว์

SCFCAH ได้สนับสนุนร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการใช้มาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ H5N1 ในสัตว์ปีกในสวนสัตว์โดยการใช้วัคซีน (มีผลบังคับใช้แทนที่ Decision ของคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ 2005/74/EC ซึ่งได้มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ต.ค. 2548) สาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจาก Decision เดิมคือ

– กำหนดให้ประเทศสมาชิก EU ที่ต้องการฉีดวัคซีนสัตว์ปีกในสวนสัตว์ต้องเสนอแผนการใช้วัคซีนให้คณะกรรมาธิการยุโรปรับรองก่อน และเมื่อมีการเริ่มฉีดวัคซีนแล้วจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างเป็นทางการ

– ประเทศสมาชิก EU ที่ใช้วัคซีนในสัตว์ปีกในสวนสัตว์ ต้องสามารถชี้เฉพาะสัตว์ปีกในสวนสัตว์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว การเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกดังกล่าวต้องมีเงื่อนไขบางประการ เช่น จะต้องมีใบรับรองสุขภาพของสัตว์ปีกนั้นหากจะเคลื่อนย้ายจากสวนสัตว์หนึ่งไปยังอีกสวนสัตว์หนึ่ง เป็นต้น

– นอกจากนี้ยังควรใช้มาตรการที่เหมาะสมและปฏิบัติได้บางประการในสวนสัตว์เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อ H5N1 เช่น การป้องกันมิให้สัตว์ปีกที่ถูกฉีดวัคซีนสัมผัสกับสัตว์ปีกป่า เป็นต้น

ทั้งนี้ Decision ล่าสุดนี้จะรวมอยู่ในภาคผนวกของแผนการใช้วัคซีนสำหรับสัตว์ปีกในสวนสัตว์ที่ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการยุโรปมาแล้ว 16 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เดนมาร์ก เอสโตเนีย สเปน ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ฮังการี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สวีเดน เยอรมนี เช็ค และ สหราชอาณาจักร

การขยายเวลาห้ามการนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกจากโรมาเนีย ตุรกี และบางส่วนของโครเอเชีย

SCFCAH ลงมติสนับสนุนข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการขยายเวลาการห้ามนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกจากโรมาเนีย ตุรกี และบางส่วนของโครเอเชียจากเดิม 30 เม.ย. 2549 เป็นวันที่ 31 ก.ค. 2549 ซึ่งจะต้องมีการทบทวนอีกต่อไปหลังจากนั้น เนื่องจากยังพบการแพร่ระบาดของเชื้อ H5N1 ในประเทศทั้งสามข้างต้นภายหลังจากการพบการแพร่ระบาดของเชื้อครั้งแรก

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ SCFCAH ได้เห็นชอบกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการระงับการนำเข้าสัตว์ปีกเป็น เนื้อสัตว์ปีก ไข่ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกจากอิสราเอลด้วยแล้ว ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ผ่านความร้อนจากอิสราเอลจะยังคงอนุญาตให้มีการนำเข้าใน EU ต่อไป หากสัตว์ปีกนั้นถูกฆ่าก่อนวันที่ 15 ก.พ. 2549

ในขณะนี้ ทางการของสหราชอาณาจักรได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่าได้มีการพบเชื้อ H5 ในห่านป่าที่ตายใน Cellardyke, Fife, Scotland แล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของห้องแล็บที่ Weybridge ว่าเป็นเชื้อ H5N1 หรือไม่