นักเคลื่อนไหวฝ่ายพลเรือนชาวเบลารุสและผู้ค้าบริเวณชายแดนสหภาพยุโรปที่ไปและกลับในวันเดียวกันจะได้รับยกเว้นการขึ้นค่าวีซ่าเขต Schengen ในปี 2550 และประเทศสมาชิกอีกหลายประเทศกำลังขอให้มีข้อยกเว้นเพิ่มเติม

ค่าวีซ่าสำหรับเขต Schengen จะขึ้นราคาจาก 35 เป็น 60 ยูโรในปีหน้าเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากระบบควบคุมตามแนวพรมแดน SIS II ซึ่งมีการเก็บข้อมูลทางชีวภาพเพิ่มเติมขึ้น โดยรัฐมนตรีมหาดไทยของประเทศสมาชิกจะลงนามเกี่ยวกับราคาที่เปลี่ยนแปลงใหม่ในวันที่ 27 เมษายนนี้และจะมีผลเป็นทางการตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 แต่การปฏิบัติใช้งานจริงอาจเป็นในเวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากนั้น

ในร่างข้อตกลงเกี่ยวกับการขึ้นค่าวีซ่ามีการระบุข้อยกเว้นแก่พลเรือนนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเพื่อที่จะส่งเสริมการติดต่อกันในภาคประชาชนในสหภาพยุโรป นักการทูตในสหภาพยุโรปกล่าวว่าแม้ว่าประเทศเบลารุสจะไม่ได้ถูกระบุชื่อไว้ในข้อตกลงเป็นการเฉพาะแต่เป็นที่ทราบกันว่าข้อยกเว้นนี้มีความมุ่งหมายเพื่อนักเคลื่อนไหวชาวเบลารุส

ส่วนผู้ค้าบริเวณชายแดนสหภาพยุโรปที่ไปและกลับในวันเดียวกันซึ่งอาศัยอยู่ห่างจากพรมแดนไม่เกิน 30 กิโลเมตรจะได้รับใบผ่านราคาถูกที่มีอายุใช้งานหลายครั้งเพื่อเป็นการปกป้องเศรษฐกิจของภูมิภาค เช่นบริเวณชายแดนประเทศยูเครน เป็นต้น นอกจากนั้นร่างข้อตกลงยังยกเว้นการขึ้นราคาแก่ นักศึกษา นักวิชาการ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี กลุ่มนักเรียนและครู ส่วนการยกเว้นนอกเหนือจากนี้ผู้มีอำนาจของกงสุลแต่ละแห่งของสหภาพยุโรป
สามารถอนุมัติได้เป็นแต่ละรายไป เช่น การยกเว้นให้คณะนักกีฬา เป็นต้น

ข้อตกลงการส่งตัวกลับ

ค่าวีซ่าสำหรับประเทศที่เซ็นสัญญาการส่งตัวกลับกับสหภาพยุโรปยังคงเป็นราคาเดิมคือ 35 ยูโร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มประเทศเหล่านี้มีรัสเซีย ตุรกี ประเทศแถบWestern Balkan ประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศเกิดใหม่หลังสหภาพโซเวียตอีก 16 ประเทศ ข้อตกลงการส่งตัวกลับนั้นเป็นการตกลงแบบทวิภาคีซึ่งมีการป้องกันด้านความมั่นคงคือการก่อการร้าย การลักลอบขนยาเสพติดและการค้ามนุษย์รวมอยู่ด้วย

สหภาพยุโรปและรัสเซียมีการตกลงเรียบร้อยแล้วซึ่งจะครอบคลุมผู้ถือพาสปอร์ตรัสเซียในดินแดนที่แยกตัวออกจากจอร์เจีย คือ Abkhazia ด้วย ส่วนการตกลงกับยูเครนก็กำลังจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ขณะที่การเจรจากับโมร๊อคโคก็กำลังคืบหน้า ส่วนแผนสำหรับการตกลงกับประเทศแถบ Western Balkan จะเกิดขึ้นหลังการสัมมนาด้านความมั่นคงในคาบสมุทร Balkan ที่กรุงเวียนนา ในวันที่ 4 พฤกษภาคมที่จะถึงนี้

ประธานคณะมนตรียุโรปคาดว่าร่างข้อตกลงนี้คงไม่มีปัญหาในการลงนามในวันที่ 27 เมษายนนี้ ฝรั่งเศสนั้นเป็นผู้ผลักดันให้มีการขึ้นค่าวีซ่าขณะที่ประเทศสมาชิกใหม่บางประเทศมีความกังวลว่าการขึ้นราคาจะกระทบ กระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน และมีประเทศที่วางแผนจะคัดค้านในรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดเรื่องผู้ค้าบริเวณชายแดนคือ ฮังการีและกรีซ อย่างไรก็ดีแม้ว่าทั้ง 2 ประเทศนี้จะไม่เห็นด้วย ร่างข้อตกลงนี้ก็สามารถผ่านได้โดยอาศัยเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่