นาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องให้ญี่ปุ่นคลายการควบคุมต่อการลงทุนจากต่างประเทศในระหว่างการเยือนญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 21-25 เมษายนนี้

นาย Barroso ยกย่องการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหลังจากความชะงักงันในทศวรรษที่ 90 และจากมุมมองของสหภาพยุโรปนั้นญี่ปุ่นควรเปิดตลาดเพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้ตลาดมีความยืดหยุ่นและการแข่งขันมากขึ้น ควรมีการผ่อนคลายกฎระเบียบโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการควบรวมและการครอบกิจการเพราะมีการคิดภาษีกับธุรกิจของต่างประเทศอย่างไม่เป็นธรรม การค้าระหว่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นมีมูลค่าประมาณ 145 พันล้านยูโร (179 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ)ต่อปีซึ่งคิดเป็น 40% ของ GDP โลก

นาย Barroso และนายกรัฐมนตรี Junichiro Koizumi จะร่วมประชุมสุดยอดกับนาย Wolfgang Schuessel นายกรัฐมนตรีออสเตรียและประธานสหภาพยุโรปในวันจันทร์ที่ 24 นี้ ญี่ปุ่นแถลงว่าจะหารือเกี่ยวกับกรณีที่ญี่ปุ่นคัดค้านแผนการของสหภาพยุโรปที่จะกลับมาขายอาวุธแก่ประเทศจีนหลังจากที่มีการระงับไปตั้งแต่เหตุการณ์ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532 ญี่ปุ่นต้องการให้สหภาพยุโรปเข้าใจความห่วงใยของญี่ปุ่นในด้านความมั่นคงว่าจะเกิดความไม่มั่นคงด้านการทหารหากสหภาพยุโรปกลับมาขายอาวุธให้จีน

ทั้งนี้ ได้มีแรงผลักดันที่จะยกเลิกการงดขายอาวุธมาก่อนหน้านี้แต่ได้จางลงไปหลังจากที่จีนได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการบุกไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว นาย Barroso กล่าวว่าการงดขายอาวุธไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเติบโตและอิทธิพลของจีน สหภาพยุโรปขอให้จีนปรับปรุงด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมาย และประชาธิปไตยซึ่งหากไม่มีความคืบหน้า สหภาพยุโรปก็จะไม่ยกเลิกการงดขายอาวุธแก่จีน และยังกล่าวด้วยว่าสหภาพยุโรปต้องการที่จะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกดีขึ้น และควรจะแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างกันได้ด้วยการหารือและวิธีทางการทูต