นาย Anders Fogh Rasmussen นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กได้เผยข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาในสุนทรพจน์ที่ University of California, Berkeley ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2549

นาย Rasmussen กล่าวว่า สหภาพยุโรปและสหรัฐฯมีส่วนแบ่งการค้าในโลกประมาณ 2 ใน 5 และต่างก็เป็นคู่ค้าและผู้ลงทุนของกันและกันที่ใหญ่ที่สุด โดยกว่า 85%ของการลงทุนสหรัฐฯในด้านวิทยาศาสตร์ บริการทางเทคนิคและวิชาชีพในต่างประเทศนั้นอยู่ในสหภาพยุโรป กระแสโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและจำเป็นต้องมีการก้าวรุกไปข้างหน้าทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติโดยผ่านความร่วมมือระหว่างกัน อย่างไรก็ตามการจะบรรลุความเป็นตลาดหนึ่งเดียวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานมาก ในยุโรปนั้นใช้เวลา 50 ปีในการสร้างตลาดภายในที่เป็นหนึ่งเดียว แต่ทั้งนี้ควรสร้างความแน่ใจว่าการรวมตลาดนั้นจะต้องไม่กลายเป็นการรวมกลุ่มเฉพาะประเทศที่ร่ำรวย

ประเด็นเรื่องการค้าเป็นประเด็นหนึ่งในวาระการประชุมสุดยอดระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ณ กรุงเวียนนาในวันที่ 21 มิถุนายน ศกนี้ ในเดนมาร์กนั้น ฝ่ายค้านวิจารณ์ข้อเสนอนี้โดยกล่าวว่าข้อเสนอดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้การเจรจาการค้าของโลกกลายเป็นความร่วมมือระดับทวิภาคี

นาย Rasmussen กำลังได้รับความนิยมในประเทศลดลงแต่เป็นผู้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยในสัปดาห์นี้นาย Rasmussen ได้รับเชิญให้พบกับประธานาธิบดี George W. Bush ซึ่งนับเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกในรอบสองปีที่ได้รับคำเชิญให้พบปะกับประธานาธิบดีที่แคมป์เดวิด ผู้นำทั้งสองได้ขี่จักรยานร่วมกันเป็นระยะ 10 ไมล์ผ่านป่าของ Catoctin Mountain ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์ Washington Post กล่าวว่าเป็น ‘ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเป็นพิเศษระหว่างผู้นำโลกเสรีและผู้นำของประเทศสแกนดิเนเวียซึ่งมีประชากรมากกว่า 5 ล้านคนเล็กน้อย’ เดนมาร์กนั้นได้ร่วมส่งกองทหารเข้าไปในอัฟกานิสถานและอิรักแม้ได้มีการคัดค้านจากประชาชนซึ่งฟ้องร้องต่อศาลว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นาย Rasmussen ไม่ได้เป็นผู้นำชาวยุโรปคนแรกที่เสนอเขตการค้าเสรีข้ามแอตแลนติก ก่อนหน้านี้นาย Jose Maria Aznar อดีตนายกรัฐมนตรีสเปนได้เคยเสนอมาแล้วเมื่อปี 2547 ว่าควรมีการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างสองดินแดนออกไปภายในปี 2558

แคนาดา สหรัฐฯและเม็กซิโกนั้นร่วมกันตั้งเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ North American Free Trade Agreement (NAFTA) ตั้งแต่ปี 2537 แต่แผนการตั้งเขตการค้าเสรีอีกแผนหนึ่งของอเมริกาเหนือที่จะรวม 34 ประเทศในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ที่เรียกว่า ‘Free Trade Area of the Americas’ นั้นไม่ประสบผลสำเร็จ
เมื่อเร็วๆนี้สหรัฐฯได้เสนอให้มีการปรับปรุงความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับบราซิล ในขณะเดียวกันคิวบา
เวเนซูเอลาและโบลิเวียได้ลงนามในสัญญาทางการค้าเพื่อโต้ตอบความพยายามที่จะสร้างเขตการค้าเสรีในทวีปอเมริกาของสหรัฐฯ