ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รายงานเรื่องการเปิดตลาดเสรีสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ทำให้การนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างมาก จน EU ต้องจัดทำข้อตกลง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2548 จำกัดการนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากจีน จนถึงปลายปี 2550 รวม 10 รายการ ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อหนาวสวมศีรษะ เสื้อสตรี กางเกงบุรุษ ชุดสตรี ชุดชั้นใน เส้นด้ายทอผ้าลินิน ผ้าฝ้าย ผ้าลินินปูโต๊อาหาร/ใช้ในครัว และผ้าลินินปูเตียง

ตามที่สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รายงานเรื่องการเปิดตลาดเสรีสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ทำให้การนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากจีนทะลักเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างมาก จน EU ต้องจัดทำข้อตกลง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2548 จำกัดการนำเข้าสินค้าสิ่งทอจากจีน จนถึงปลายปี 2550 รวม 10 รายการ ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อหนาวสวมศีรษะ เสื้อสตรี กางเกงบุรุษ ชุดสตรี ชุดชั้นใน เส้นด้ายทอผ้าลินิน ผ้าฝ้าย ผ้าลินินปูโต๊อาหาร/ใช้ในครัว และผ้าลินินปูเตียง นั้น

สำนักงานฯ ขอรายงานความคืบหน้าเรื่องข้างต้น ตามข้อมูลที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาด EU หลังการเปิดเสรีสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าเมื่อต้นปี 2548 จนถึงสิ้นไตรมาสแรก ของปี 2549 ดังนี้

1. สรุปสถานการณ์โดยทั่วไป ในปี 2548 จีนเพิ่มการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าไปยังตลาด EU ร้อยละ 42 โดยมูลค่า และร้อยละ 36 โดยปริมาตร ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของจีนสำหรับรายการสินค้าที่มีการเปิดเสรีเพิ่มขึ้นร้อยละ 130 โดยปริมาตร และร้อยละ 82 โดยมูลค่า ในขณะที่ราคาสินค้าต่อหน่วยได้ลดลง ทั้งนี้ นอกจากจีนแล้ว ประเทศที่มีการส่งออกสินค้าเสื้อผ้าและสิ่งทอไปยังตลาด EU เพิ่มขี้นอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2548 ได้แก่ อินเดีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 สหรัฐฯ ร้อยละ 14 และตุรกี ร้อยละ 4

2. การนำเข้าสินค้าสิ่งทอฯ ที่เพิ่มขึ้นในตลาด EU ดังกล่าว ได้เข้ามาแทนที่สินค้าจากประเทศผู้ส่งออกอื่นๆ ได้แก่ ปากีสถาน อินโดนีเซีย ไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า ที่ลดลงในอัตราระหว่างร้อยละ 10 ในกรณีของไทย จนถึงร้อยละ 50 ในกรณีเกาหลีใต้ และมีข้อสังเกตว่า กรณีการเพิ่มขึ้นของสินค้าจีนส่วนใหญ่เป็นการแทนที่สินค้าที่เดิมเคยส่งออกมาจาก ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

3. การส่งออกสินค้าสิ่งทอฯ จากกลุ่มประเทศ ACP ไปยังตลาด EU ในปี 2548 ได้ลดลงร้อยละ 17 ซึ่งมอริเชียสได้ส่งออกลดลงร้อยละ 14 ทั้งโดยมูลค่าและปริมาณ โมรอคโคลดลงประมาณร้อยละ 10 โดยมูลค่าและปริมาณ บังกลาเทศลดลงร้อยละ 6 โดยมูลค่า แต่ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดโดยปริมาตรไว้ได้

4. ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 การส่งออกสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าทุกประเภทจากทั่วโลกไปยังตลาด EU ลดลง ร้อยละ 11 โดยปริมาตร ซึ่งการส่งออกจากจีนไปยัง EU ได้ลดลงร้อยละ 12 โดยปริมาตร ในขณะที่ราคาต่อหน่วยได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 อันเป็นผลมาจากการจัดทำข้อตกลงกับจีนเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2548 ในการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าสิ่งทอฯ จากจีนที่มีความอ่อนไหวจำนวน 10 รายการ ทำให้การส่งออกสินค้ารายการดังกล่าวจากจีนไปตลาด EU ลดลงระหว่างร้อยละ 25 ถึงร้อยละ 75 โดยปริมาตร ทั้งนี้ การส่งออกจากจีนในรายการสินค้าสิ่งทออื่นๆ ที่นอกเหนือจาก 10 รายการดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นทั้งโดยปริมาตรและมูลค่า อันเป็นผลจากการเปิดเสรี

5. สำหรับประเทศส่งออกสิ่งทอสำคัญ 6 อันดับแรก ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 ได้แก่ จีน ตุรกี อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน และอินโดนีเซีย ซึ่งทุกประเทศยกเว้นจีนได้ส่งออกไปยังตลาด EU เพิ่มขึ้นระหว่างร้อยละ 4 ในกรณีตุรกี จนถึงร้อยละ 24 กรณีอินโดนีเซีย

6. จีนได้กลายเป็นตลาดนำเข้าสำคัญของสินค้าสิ่งทอจาก EU โดยการส่งออกของ EU ไปยังจีนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ในปี 2548 และร้อยละ 16 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2549 อย่างไรก็ตาม มูลค่าเริ่มต้นของการเพิ่มขึ้นดังกล่าวยังจัดว่าค่อนข้างต่ำ ที่ปีละต่ำกว่า 1 พันล้านยูโร

—————————