ความสัมพันธ์ยุโรป-เอเชียมิได้เป็นเพียงความสัมพันธ์แบบตั้งเดิมแบบรัฐต่อรัฐ หรือแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่ในยุคสมัยที่ธุรกิจและการค้ามีเป็นส่วนสำคัญยิ่ง การสร้างความเชื่อมโยงและเครือข่ายที่แน่นแฟ้นระหว่างภาคธุรกิจ/เอกชนของสองภูมิภาคจึงเป็นสิ่งจำเป็น Asia Europe Business Forum (AEBF) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Asia Europe Meeting หรือ ที่รู้จักกันคุ้นหูในนามของ ASEM ล่าสุด AEBF ครั้งที่ 10 ที่จะจัดขึ้นที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2006 เป็นโอกาสอันดีสำหรับภาคธุรกิจ/เอกชนไทยในการสร้างเครือข่ายและความเชื่อมโยงไม่ว่าจะเป็นระหว่างภาคธุรกิจ/เอกชนเอเชีย-ยุโรปกันเอง หรือกับทางการประเทศเอเชียและยุโรปที่เป็นประเทศสมาชิก ASEM ทั้ง 35 ประเทศ

ความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรป: Asia Europe Meeting (ASEM)

ในด้านการค้า ในปี 2004 การส่งออกและนำเข้าระหว่างยุโรป-เอเชีย (ในที่นี้หมายถึง สหภาพยุโรป 25 ประเทศ และเอเชีย 10 ประเทศในกลุ่ม ASEM) คิดเป็น 22.6 เปอร์เซนต์ของการค้ายุโรปทั้งหมด หรือ คิดเป็น 29 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการนำเข้าของสหภาพยุโรปและ 15.7 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณของส่งออกของสหภาพยุโรป ทำให้เอเชียเป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดกลุ่มหนึ่งของสหภาพยุโรปในโลก โดยตลาดยุโรปเป็นตลาดสำคัญสำหรับรองรับสินค้าส่งออกจากเอเชีย หรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งได้ว่า เอเชียยังต้องพึ่งพาตลาดยุโรปในฐานะตลาดสำหรับสินค้าส่งออกของตนอยู่มาก

ในด้านการลงทุนกลับมีภาพที่แตกต่างออกไป กล่าวคือ นักลงทุนยุโรปแม้จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด โดยมีปริมาณ Foreign Direct Investment (FDI) ออกนอกประเทศมากที่สุดในโลก แต่นักลงทุนยุโรปยังเข้ามาลงทุนในเอเชียอยู่น้อยมากแม้ในยุคที่เศรษฐกิจเอเชียเฟื่องฟูดึงดูดนักลงทุนจากทุกมุมโลกตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 1990 จนถึงก่อนวิกฤติทางการเงินในปี ค.ศ. 1997/1998 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปรียบกับการลงทุนของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในเอเชีย อาจเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจเอเชีย-ยุโรปยังคงไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร

หากมองเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในลักษณะของความสัมพันธ์แบบสามฝ่าย หรือ Triad World อันประกอบด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นหลักได้แก่ สหรัฐฯ-ยุโรป สหรัฐ-เอเชีย และเอเชีย-ยุโรป จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ยุโรป-เอเชียดูเหมือนจะอ่อนแอที่สุด หากมองเฉพาะถึงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจ/เอกชน ความสัมพันธ์ธุรกิจระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรป หรือที่เรียกว่า Transatlantic Business Relations มีมายาวนานและแข็งแกร่งมากที่สุด และในขณะที่ภาคธุรกิจ/เอกชนสหรัฐฯ ก็เข้ามามีบทบาทดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจและการค้าในเอเชียมายาวนาน แต่การค้าและการลงทุนของยุโรป/ประเทศสหภาพยุโรปในเอเชียยังไม่มากเท่าที่ควร โดยนักวิชาการมักเรียกความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรปว่าเป็นความสัมพันธ์ที่อ่อนแอที่สุดหรือ Weakest Link ใน Triad

เแนวโน้มของความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรปที่ที่อ่อนแอที่สุด หรือ Weakest Link ดังกล่าว ประกอบกับการที่สหรัฐฯ ได้ก่อตั้ง Asia Pacific Economic Cooperation (APEC) ขึ้นในปี ค.ศ. 1993 ก่อให้เกิดความวิตกกังวลทั้งจากฝ่ายเอเชียและยุโรปในการสร้างความสมดุลและการคานอำนาจสหรัฐฯ ในภูมิภาค จึงได้เกิดความคิดริเริ่มให้จัดตั้ง Asia-Europe Meeting (ASEM) โดยมี 3 เสาหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม เพื่อเป็นโอกาสสำหรับการประสานความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปและเอเชียที่มีศักยภาพอยู่แล้วให้แข็งแกร่งขึ้น โดยการประชุม ASEM ระหว่างผู้นำประเทศเอเชียและยุโรปจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1996 ที่กรุงเทพฯ โดยจะครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรปในกรอบ ASEM ในการประชุมสุดยอด ASEM ครั้งที่ 6 ในปี 2006 จะจัดขึ้นที่เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

Asia-Europe Business Form (AEBF)

Asia-Europe Business Form (AEBF) ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ 1996 เป็นครั้งแรกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพียง 6 เดือนหลักจากการประชุมสุดยอด ASEM โดย AEBF เป็นส่วนหนึ่งของเสาเศรษฐกิจของ ASEM

AEBF เป็นการพบปะหารือกันระหว่างภาคธุรกิจ/เอกชนจากเอเชียและยุโรป ที่ผ่านมาจัดขึ้นทุก ๆ ปี และตั้งแต่ปี 2005 จะจัดทุก 2 ปี เพื่อเป็นการสร้างเครือยข่ายและความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจ และระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของสองภูมิภาค โดยเป็นโอกาสให้ภาคเอกชนปรึกษาหารือเพื่อแสดงความคิดเห็นผ่านทางการเสนอ Recommendation เพื่อสื่อปัญหาและอุปสรรคทางการค้าที่ตนต้องประสบให้แก่ภาครัฐรับทราบ เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์เศรษฐกิจระหว่างยุโรป-เอเชียให้แข็งแกร่งต่อไป

AEBF 10th: Partnership for Sustainable Growth

AEBF ครั้งล่าสุดได้แก่ AEBF 10 จะจัดขึ้นที่กรุงโฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2006 ควบคู่ไปกับการประชุมสุดยอด ASEM ครั้งที่ 6 และในช่วงเดียวกับที่ฟินแลนด์รับตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป (ระหว่าง 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2006) โดยเน้นใน 3 หัวข้อหลักได้แก่ โลกาภิวัติ ขีดความสามารถในการแข่งขัน และพลังงาน (Globalisation, Comepetitiveness, and Energy) ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน

ที่สำคัญ นาย Eikka Kosonen เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรฟินแลนด์ประจำสหภาพยุโรป ได้กล่าวย้ำในการสัมมนาของ EPC ที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2549 ว่า ฟินแลนด์ในฐานะประธานสหภาพยุโรปในช่วงนี้ ให้ความสำคัญแก่การพัฒนากระบวนการ ASEM ให้มีผลในเชิงรูปธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงธุรกิจ นอกเหนือไปจากการเป็นที่ประชุมระดับสูงระหว่างผู้นำของยุโรป-เอเชีย

ผู้ประสานงานการจัด AEBF10 ได้แก่ Confederation of Finnish Industries EK

P.O.Box 30

00131 Helsinki, Finland

(Eteläranta 10, 00130 Helsinki, Finland)

aebf10@ek.fi

นักธุรกิจผู้สนใจเข้าร่วม AEBF10 สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่AEBF10 เว็บไซต์