ผู้แทนระดับสูงของฝ่าย EU ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาการค้าหลายฝ่ายรอบโดฮาหลังจากที่ประชุม WTO Ministerial Meeting ที่นครเจนีวา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฏาคม พ.ศ. 2549 ประสบความล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับรูปแบบ (modalities) ในการเปิดเสรีสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. นาย Jose Manuel Barroso ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำความสำคัญของการที่จะต้องมีการลดภาษีสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งการลดการอุดหนุนสินค้าเกษตรที่บิดเบือนการค้าอย่างแท้จริง โดย EU พร้อมจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการหาข้อตกลงในด้านดังกล่าว พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ในเรื่องการลดการอุดหนุนภายใน และให้กลุ่มประเทศ G-20 ยอมลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้นและเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มขึ้น

2. นาย Peter Mandelson กรรมาธิการด้านการค้า ได้แสดงความไม่พอใจที่การชะงักงันในเรื่องการเปิดเสรีสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมได้ขัดขวางไม่ให้มีความคืบหน้าในการเจรจาในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะการค้าบริการ แต่ก็มีความพอใจที่ได้มีการทบทวนความคืบหน้าของการเจรจาการค้าบริการซึ่งปัจจุบันมีประเทศสมาชิก WTO เข้าร่วมเจรจาจำนวน 40 ประเทศ โดยได้มีการยื่นข้อเรียกร้อง (request) สำหรับการเปิดตลาดที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อ ก.พ. 2549 ที่ผ่านมา ส่วนข้อเสนอ (offer) การเปิดตลาดที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่มีกำหนดยื่นภายในสิ้นเดือน ก.ค. ศกนี้

ในเรื่องการลดการอุดหนุนสินค้าเกษตร นาย Mandelson ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ เสนอข้อเสนอใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยเสนอแนะว่าน่าจะลดเหลือ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ประเทศกลุ่ม G-20 เสนอให้ลดเหลือ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

3. ในระหว่างการเจรจาที่นครเจนีวา นาย Mandelson ที่แสดงท่าทีพร้อมที่จะยืดหยุ่นในเรื่องการลดภาษีสำหรับสินค้าเกษตรให้ใกล้เคียงกับข้อเสนอของกลุ่ม G-20 ( เดิม EU เสนอลดอัตราภาษีสินค้าเกษตรโดยเฉลี่ย 39% ในขณะที่กลุ่ม G-20 เสนอให้ลด 54%) อย่างไรก็ดี ประเทศสมาชิก EU หลายประเทศยังไม่เห็นด้วยกับท่าทีดังกล่าว คือ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ กรีซ โปรตุเกส สเปน ฮังการี ออสเตรีย และไซปรัส โดยประเทศเหล่านี้เห็นว่าข้อเสนอของนาย Mandelson ในขณะที่ประเทศกลุ่ม G-20 และสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีข้อเสนอใหม่เป็นการตอบแทน เป็นการกระทำที่เลยขอบเขต mandate ที่ได้รับจากประเทศสมาชิก EU

แต่มี สหราชอาณาจักร เอสโตเนีย สวีเดน เดนมาร์ก และสโลวาเกีย ที่สนับสนุนนาย Mandelson โดยในระหว่างการเยือนประเทศบราซิลของ นาง Margaret Beckett รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ได้แสดงความผิดหวังอย่างมากต่อความล้มเหลวของการเจรจาที่นครเจนีวาและเรียกร้องให้ EU เปิดตลาดสินค้าเกษตรมากขึ้น ส่วนอิตาลี สเปน กรีซ โปแลนด์ และฮังการี ได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าผลไม้และผลิตภัณฑ์จากแถบเมดิเตอร์เรเนียน

4. นาย Mandelson ได้ชี้แจงท่าทีว่า EU พร้อมมีท่าทียืดหยุ่นโดยมีเงื่อนไขว่า EU ได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์และสำคัญในด้านการเข้าสู่ตลาด กล่าวคือ การมีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าอ่อนไหว (ที่ควรมีอัตราการลดภาษีน้อยกว่าสินค้าทั่วไป และมีวิธีการคำนวณแบบใหม่ในการเพิ่มโควต้านำเข้า) การลดภาษีสำหรับสินค้าที่มีอัตราภาษีสูงสุดซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์เนื้อวัวเป็นส่วนใหญ่ การมี special safeguard clause สำหรับเนื้อวัว สัตว์ปีก น้ำตาล ผักและผลไม้ และการให้การปกป้องที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่มีข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของ EU นอกจากนี้ได้ย้ำว่าการปรับข้อเสนอของ EU ขึ้นกับการยกเลิกการอุดหนุนภายในที่น่าพึงพอใจโดยเฉพาะในส่วนของสหรัฐฯ เพื่อให้คู่ขนานไปกับกำหนดการยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกภายในปี ค.ศ. 2013 รวมทั้งเน้นว่าการยอมรับข้อเสนอของกลุ่ม G 20 ทั้งหมด จะมีผลเสียหายต่อภาคเกษตรของ EU