ในโอกาสเปิดการประชุม EU-South East Asia Forum on the Information Society ที่ประเทศสิงค์โปร์ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2549 นาง Viviane Reding กรรมาธิการยุโรปด้านสังคมสารสนเทศและสื่อ (Information Society and Media) คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ Information & Communication Technology (ICT) ระหว่างสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศอาเซียนและโอกาสสำหรับความร่วมมือของสองภูมิภาคในอนาคตภายใต้ FP7 ไว้ดังนี้

กรรมธิการยุโรป Viviane Reding ได้กล่าวชื่นชมประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมครั้งนี้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้าน Information & Communication Technology (ICT) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการริเริ่มโครงการ “Creative Community” ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีแก่ทุกฝ่าย และขอบคุณ ASEAN Secretariat ที่ให้การสนับสนุน โดยการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่สหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศอาเซียนจะได้เรียนรู้ ศึกษา และสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในการพัฒนาการวิจัยและความร่วมมือด้าน ICT ที่แข็งแกร่งต่อไป

จากประสบการณ์ความบอบซ้ำจากสงครามนองเลือดที่ยืดเยื้อยาวนานหลายศตวรรษทำให้ยุโรปหันมาร่วมมือกันและทำงานในลักษณะขององค์กรระหว่างประเทศ หรือ สหภาพยุโรป ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกถึง 25 ประเทศ สหภาพยุโรปได้ริเริ่มความร่วมมือด้านการวิจัยภายในประเทศสมาชิกและมีโครงการวิจัยในกรอบสหภาพยุโรปเรียกว่า European Research Programme โครงการที่สำคัญ ได้แก่ ESPRIT (European Strategic Programme for Research and Development in Information Technology) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยด้าน ICT ของสหภาพยุโรป ในปัจจุบัน

สหภาพยุโรปได้เล็งเห็นและสนใจกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งได้ให้ความสำคัญในด้านดังกล่าว โดยมีความพยายามในการจัดตั้ง e-Asean ขึ้นในปี ค.ศ. 1999 และ 2003 ซึ่งเป็นการกำหนด แนวทางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้าน ICT และเพิ่มโอกาสและความสามารถทางการแข่งขันในโลกดิจิตอลแก่กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นได้ว่า โครงการที่สำคัญนี้คล้ายคลึงกับโครงการ i2010 ของสหภาพยุโรปที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2005 โดยมีจุดประสงค์ในการกำหนดให้ ICT เป็นหัวใจสำคัญในการช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างงานทั้งในระดับคุณค่าและจำนวนตำแหน่งงานในสหภาพยุโรป

โครงการ i2010 ประกอบด้วย 3 เสาหลักที่สำคัญคือ

1) A single European information space

2) More investment in ICT research and development

3) More inclusive & sustainable European

4) นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังมีโครงการนำร่องอีก 4 โครงการในด้าน ICT ที่ส่งผลดีโดยตรงต่อประชาชน อันประกอบด้วย โครงการintelligent car โครงการdigital libraries โครงการICT for independent living in an aging society และ โครงการICT for sustainable growth

ความร่วมมือสหภาพยุโรป-อาเซียน โดยเฉพาะด้าน ICT

เนื่องในโอกาสนี้กรรมธิการยุโรป Viviane Reding ได้กล่าวแสดงยินดีแก่หน่วยงานต่างๆ จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการวิจัยในกรอบสหภาพยุโรป (European Research Programme) โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับว่าเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นและมีโครงการที่มีคุณภาพ ซึ่ง 21% ของโครงการทั้งหมดที่ได้รับการเสนอโดยมีประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีส่วนร่วม ได้รับเงินสนับสนุนทางการเงินจากสหภาพยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสหภาพยุโรป และเอเชียตะวันออกเชียงใต้ต่างมีศักยภาพและสามารถทำงานร่วมกันได้ โดยรวมแล้ว สหภาพยุโรปได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่หน่วยงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 29 แห่งเพื่อดำเนินโครงการวิจัยและการพัฒนา ในสาขาที่หลากหลาย อาทิ โทรคมนาคม Open Source Software (OSS) GRID และ Audiovisual system

ประโยชน์จากการร่วมมือกันของสองภูมิภาคมิใช่เพียงเพื่อประโยชน์ด้านการเงินเท่านั้น แต่เพื่อสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างกัน การสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานบนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย หรือ ที่เรียกว่า E-Infrastructure เป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้น สหภาพยุโรปจึงได้ตั้งเครือข่ายเพื่อการศึกษาและการวิจัยโดยใช้อินเตอร์เนตแบบความเร็วสูงเรียกว่า GÉANT2 ซึ่งเป็นโครงการช่วยสนับสนุนเครือข่ายด้านคอมพิวเตอร์ที่แก่ผู้ใช้ประมาณ 3 ล้านคน จาก 3,500 สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยใน 34 ประเทศทั่วยุโรป

โครงการ GÉANT ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการขยายเครือข่ายทั้งในด้านความเร็วในการส่งสัญญาณ และภูมิภาคที่ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการข้ามทวีปสู่ ลาตินอเมริกา เขตเมดิเตอร์เรเนีย และเอเชีย โดยโครงการเชื่อมต่อสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ภายใต้โครงการ Trans EurAsia Information Network 2 (TEIN 2) และโครงการ ORIENT

โครงการ TEIN 2 มีการเชื่อมต่อโดยตรงกับโครงการ GÉANT2 ซึ่งช่วยให้นักวิจัยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมปฏิบัติการกับผู้ร่วมวิจัยในยุโรป โครงการ TEIN 2 สามารถช่วยสนับสนุน โครงการปฏิบัติการรวมระหว่างยุโรปและเอเชีย โดยมีโครงการปฏิบัติการในหลากหลายสาขาวิชาในขอบข่ายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ตัวอย่างแห่งความสำเร็จในปฏิบัติการร่วมระหว่างเอเชีย-ยุโรปนั้นได้แก่ การใช้เครือข่ายรวมกันทำงานในการพัฒนายาต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดนก

โอกาสความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรป-อาเซียนในอนาคต

สำหรับความร่วมมือในอนาคต กรรมาธิการ Reding เน้นความสำคัญของ Seventh Framework Programme for research and development (FP7) สำหรับปี 2007-2013 ของสหภาพยุโรปว่าจะเปิดโอกาสำหรับความร่วมมือในระดับนานาชาติ ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศนอกสหภาพยุโรป โดยได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 30 % โดยโครงการ IST อันเป็นส่วนหนึ่งของ FP7 นี้จะได้งบประมาณกว่า 9 พันล้านยูโรในช่วง 7 ปี 2007-2013

สาขาที่นาง Reding ให้ความสำคัญเป็นพิเศษได้แก่

1. next generation networks

2. embedded systems

3. เครื่องมือใหม่อื่น ๆ อาทิ Joint Technology Initiatives, eHealth, ICT for independent living และ intelligent cars

ที่สำคัญกรอบ FP7 เปิดโอกาสให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมากกว่าเดิม ซึ่งความร่วมมือระหว่างประเทศจะเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัยให้ส่งผลระดับโลกและเกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างกัน อาทิ การส่งเสริมการพัฒนาระบบสื่อสารอิเลคโทรนิคแบบที่ทันสมัยแต่ใช้ต้นทุนต่ำ

นอกจากนั้น ความร่วมมือในอีกรูปแบบที่จะส่งผลดีแก่ทั้งสองภูมิภาคได้แก่ การประสานความร่วมมือเรื่องกรอบและกฎระเบียบด้านการสื่อสารอิเลคโทรนิค หรือ regulatory framework for electronic communications ซึ่งในการนี้ สหภาพยุโรปพิจารณาว่าตลาดที่มีการแข่งขันเสรีเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะนำมาสู่การให้บริการด้านสังคมสารสนเทศและสื่อได้อย่างรวดเร็ว มีราคาถูกลง และมีประสิทธิภาพ โดยสหภาพยุโรปกำลังดำเนินการปรับปรุงเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ เกี่ยวกับการเข้าตลาดอย่างจริงจัง ดังนั้น สหภาพยุโรปจึงมีความต้องการในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวกับประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียน

ที่สำคัญ กรรมาธิการยุโรปหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรอบการทำงานที่ 7 ของสหภาพยุโรปจะสามารถสร้างปฏิบัติการที่กระตุ้นและเพิ่มความร่วมมือในโครงการวิจัยระหว่างสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ นอกจากนี้กรรมาธิการยุโรปได้ส่งเสริมให้ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมการประชุม Information Society Technology (IST) ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งจะเป็นการเปิดตัว FP7 โดยเป็นที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT มากกว่า 3,000 คน เข้าร่วมงานเพื่อการเตรียมพร้อมและหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปต่อไปในอนาคต