ในช่วงวันที่ 27-28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีการประชุมใหญ่ประจำปีของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่สำคัญ ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป มี 2 รายการ ดังนี้

1. การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับสหภาพยุโรป หรือที่เรียกว่า Post Ministerial Conference (PMC) กับสหภาพยุโรป ในฐานะประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรปสมัยปัจจุบัน และนาย Javier Solana, European Union High Representative for Common Foreign and Security Policy เป็นประธานร่วม

ฝ่ายอาเซียนแสดงความขอบคุณฝ่าย EU ที่เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดในการให้ความช่วยเหลืออาเซียนเพื่อปฏิบัติการตามกรอบ Vientiane Action Plan ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการณ์ทางยุทธศาสตร์ของอาเซียนที่จะตั้ง ASEAN Community ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2020 โดย ASEAN Community นี้จะครอบคลุม 3 กิจการด้วยกัน คือ ASEAN Security Community, ASEAN Economic Community (ซึ่งมุ่งที่จะเปิดเสรีทางการค้าให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2020) และ ASEAN Socio-Cultural Community ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดการประชุมหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย ครั้งที่ 16 ในปี ค.ศ. 2007 นอกจากนี้
ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะฉลองการครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-EU ในปีหน้า และฝ่ายอาเซียนยินดีต่อการประกาศท่าทีของ EU ที่จะภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรือ TAC) ของอาเซียนในฐานะกลุ่ม

2. การประชุม ASEAN Regional Forum
ต่อมา เมื่อวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีการประชุม ASEAN Regional Forum (ARF) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิก ARF เข้าร่วม ซึ่งในส่วนของสหภาพยุโรป นาย Javier Solana, European Union High Representative for Common Foreign and Security Policy เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม ในการประชุมครั้งนี้ สหภาพยุโรปได้ประกาศความตั้งใจที่จะภาคยานุวัติสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia หรือ TAC) ของอาเซียน ในฐานะกลุ่ม ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นพัฒนาการที่คืบหน้าอย่างมากในความพยายามของอาเซียนที่จะให้ประเทศสมาชิก ARF โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจภาคยานุวัติ TAC เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคที่แข็งแกร่งต่อไป โดยขณะนี้ ประเทศมหาอำนาจที่สำคัญเช่น จีน ญี่ปุ่น ก็ได้ภาคยานุวัติ TAC แล้ว และการแสดงความตั้งใจของสหภาพยุโรปในการประกาศท่าทีดังกล่าว นับเป็นการเปลี่ยนท่าทีของสหภาพยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มที่จะให้แล้วแต่การตัดสินใจของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปแต่ละประเทศที่จะภาคยานุวัติ TAC โดยมีเพียงฝรั่งเศสประเทศเดียวที่ประกาศเจตนารมย์ที่จะภาคยานุวัติ TAC จากนี้ ก็เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะติดตามดูว่าสหรัฐฯ จะมีท่าทีกับเรื่องนี้อย่างไรต่อไป หลังจากที่ประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ได้ประกาศท่าทีชัดเจนในเรื่องนี้ออกมาแล้ว

ในการประชุม ARF ครั้งนี้ ประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนคือ ปัญหาสงครามในเลบานอน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศหลายคนได้ออกมาเรียกร้องให้หยุดยิง และใช้การเจรจาโดยสันติเป็นวิธีการยุติสงครามโดยเร็ว

การประชุมที่สำคัญในความสัมพันธ์อาเซียน-EU รายการต่อไปคือ การประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (ASEM Summit) ครั้งที่ 6 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน ศกนี้ ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยร่วมการประชุมดังกล่าว ติดตามผลการประชุมได้ที่นี่

อนึ่ง การประชุม PMC ระหว่างอาเซียน-สหภาพยุโรป เป็นหนึ่งในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ที่จัดขึ้นหลังการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (ASEAN Ministerial Meeting – AMM) โดยสหภาพยุโรป เป็น 1 ใน 6 ประเทศคู่เจรจาของอาเซียนที่มีการประชุม PMC ประจำปีกับอาเซียน (ประเทศคู่เจรจาอื่นๆ คือ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหรัฐฯ)

ส่วนการประชุม ARF เป็นการประชุมประจำปีด้านการเมืองและความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอาเซียน ที่มีประเทศสมาชิกรวม 25 ประเทศ (อาเซียน 10 + ออสเตรเลีย แคนาดา จีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญีปุ่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ มองโกเลีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ปาปัวนิวกินี รัสเซีย ติมอร์-เลสเต และสหรัฐฯ)

รายละเอียดรายงานการประชุมภาษาอังกฤษ เปิดดูได้ที่ www.aseansec.org