สหภาพยุโรปนับเป็นต้นแบบของการบูรณาการหรือการรวมตัวกันระหว่างรัฐที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ซึ่งประเทศสมาชิกต้องละทิ้งอำนาจอธิปไตยของตน เพื่อสร้างความร่วมมือในลักษณะองค์กรเหนือรัฐ หรือที่เรียกว่า supranational หากแต่รูปแบบการบูรณาการดังกล่าวจะเป็นแบบอย่างสำหรับกลุ่มอาเซียนได้หรือไม่ นาย Hartmut Nassauer สมาชิกสภายุโรปผู้มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมความสัมพันธ์สหภาพยุโรป-อาเซียนมาโดยตลอด ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ในโอกาสการเปิดตัวหนังสือใหม่ “ASEAN and the European Union” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548 ที่ Konrad Adenauer Stiftung ณ กรุงบรัสเซลส์ พร้อมด้วยการเข้าร่วมอภิปรายของเอกอัครราชทูตสิงคโปร์

นาย Hartmut Nassauer เป็นสมาชิกสภายุโรป (European Parliament) กลุ่ม European People’s Party (Christian Democrats) and European Democrats ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ ด้านความสัมพันธ์กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียนของสภายุโรป และยังเป็นผู้ที่มีความคุ้นเคยและมีความเชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียนของสภายุโรป

นาย Nassauer เน้นถึงความสำเร็จของยุโรปในการบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวเป็นตลาดร่วมยุโรปหรือการมีเงินสกุลเดียว ว่านับเป็นการบูรณาการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของยุโรปในลักษณะเหนือรัฐ (supranational) ที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญาซึ่งลงนามร่วมกันระหว่างสมาชิก และมีกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองผ่านสถาบันต่าง ๆ ของสหภาพยุโรป อาทิ คณะกรรมาธิการยุโรป คณะมนตรียุโรป และสภายุโรป ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าสหภาพยุโรปจะประสบความสำเร็จเสมอไป จะเห็นได้จาก การที่ฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ปฏิเสธที่จะให้สัตยาบัญธรรมนูญยุโรปซึ่งเป็นปัญหาที่ชะลอความก้าวหน้าและสะท้อนให้เห็นถึงขีดจำกัดของการบูรณาการแบบยุโรป

อาเซียนได้เลือกการบูรณาการในรูปแบบที่แตกต่างออกไป กล่าวคือ เป็นเพียงการบูรณาการแบบหลวม ๆ ที่เรียกว่า intergovernmental และเป็นเพียงความร่วมมือระหว่างรัฐ โดยไม่มีการละทิ้งอำนาจอธิปไตย ในการนี้ เราจึงไม่อาจนำการบูรณาการของสหภาพยุโรปและอาเซียนมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะนับเป็นบูรณาการสองรูปแบบที่แตกต่างกัน

หากแต่ความมีประสิทธิภาพของการบูรณาการนั้นจะวัดได้อย่างไร นาย Nassauer เห็นว่าแม้อาเซียนจะไม่มีสถาบัน ไม่มีธรรมนูญหรือสนธิสัญญาใด ๆ กำหนดเป็นบรรทัดฐานร่วมกัน แต่สิ่งชี้วัดความสำเร็จของอาเซียนที่สำคัญคือ ความตกลงร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก (consensus) โดยที่ผู้นำทางการเมืองของแต่ละประเทศสามารถหาแนวทางร่วมกันและหาทางออกสำหรับปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งความตกลงร่วมกันและความมุ่งมั่นทางการเมืองจะเป็นรากฐานของบูรณาการที่แข็งแกร่งในกลุ่มประเทศอาเซียน

หากอาเซียนสามารถตกลงร่วมกันในประเด็นต่างๆ ระหว่างกันได้ การบูรณาการของอาเซียนก็ถือว่ามีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าของสหภาพยุโรป ประสบการณ์การบูรณการของอาเซียนนับว่าเพิ่งเริ่มต้น และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปอีกมาก โดยไม่จำเป็นต้องต้องมีธรรมนูญหรือสนธิสัญญาใด ๆ ตามแบบของสหภาพยุโรป

อนึ่ง เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว โดยเน้นว่า ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปมักมองตนเองเป็นเหมือนครู และอาเซียนเป็นเหมือนนักเรียนที่ต้องเรียนจากครู หรือไม่ก็เป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในแบบต่าง ๆ จากยุโรป หากแต่ความสัมพันธ์สหภาพยุโรป-อาเซียนโฉมใหม่ได้เปลี่ยนไป อาเซียนยินดีจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของสหภาพยุโรปซึ่งมิใช่เฉพาะด้านความสำเร็จเท่านั้น แต่จะต้องเรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดด้วย

หมายเหตุ:
หนังสือ ASEAN and the European Union เป็นการรวบรวมบทความที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์สหภาพยุโรป-อาเซียนของผู้นำทางการเมืองและนักการเมืองชื่อดังของยุโรป และสมาชิกสภายุโรป จัดพิมพ์โดยสถาบัน Konrad Adenauer Stiftung ซึ่งเป็นมูลนิธิทางการเมืองชื่อดังของเยรมนี ที่ส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตย หลักการการค้าเสรี และความเท่าเทียมกันในสังคม มีสาขาทั่วโลก ปัจจุบัน Konrad Adenauer Stiftung ให้ความสำคัญแก่โครงการความร่วมมือกับประเทศเอเชียและประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรปเพิ่มมากขึ้น