คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าได้จัดทำรายงานผลการไต่สวนการทุ่มตลาดหลอดภาพโทรทัศน์สี (CPT) จากจีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และไทย โดยสรุปผลว่าไม่พบการทุ่มตลาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ผลิตของ EU จึงทำให้ 4 ประเทศดังกล่าวไม่ต้องเสียอากรต่อต้านการทุ่มตลาดในการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเข้า EU

จากที่ได้เคยรายงานประเภทสินค้าไทยที่กำลังถูกประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดใน EU เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2549โดยมีหลอดภาพโทรทัศน์สีรวมอยู่ด้วยนั้น ล่าสุดได้มีการรายงานผลการไต่สวน ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลกับผู้ผลิตในประเทศที่ถูกฟ้องร้องในช่วงเดือน มิ.ย. 2549 โดยตรวจสอบข้อมูลในหลายๆ ด้วยกัน และใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2548 ในการไต่สวน เช่น การเปรียบเทียบราคาจำหน่ายในประเทศกับราคาส่งออกในประเทศที่ถูกฟ้องร้อง การผลิตและการบริโภคภายในประชาคมยุโรป การนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ถูกฟ้องร้องในด้านปริมาณ ราคา และส่วนแบ่งการตลาด การจ้างงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวใน EU เป็นต้น สรุปสาระสำคัญจากการไต่สวนได้ว่า

1. ส่วนแบ่งตลาดหลอดภาพโทรทัศน์สี (CPT) จาก 4 ประเทศที่ถูกฟ้องร้อง คือ 19.4% ในช่วงปี 2548 โดยช่วงปี 2545-2548 ปริมาณการนำเข้า CPT จาก 4 ประเทศดังกล่าวลดลงประมาณ 3% โดยปริมาณและส่วนแบ่งการตลาดจาก 4 ประเทศดังกล่าวอยู่ในระดับสูงสุดในปี 2546

2. ราคา CPT ที่นำเข้าต่ำกว่าราคาที่ผลิตใน EU โดยราคานำเข้าลดลงในช่วงปี 2545-2547 แต่กลับสูงขึ้นมา 12% ในปี 2548 ในขณะเดียวกันกับที่ผู้ผลิต CPT ใน EU เริ่มลดราคาขาย และไม่พบการขายตัดราคาในช่วงดังกล่าว

3. ก่อนหน้าปี 2548 ผู้ผลิตใน EU มีระดับกำไรสูงกว่า 10% โดยเฉพาะในช่วงปี 2545-2547 มีความสามารถในการผลิต และปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 28-32% แต่พอถึงช่วงปี 2548 ความต้องการ CPT ลดลง 20% โดยผู้ผลิตใน EU มีส่วนแบ่งการตลาด 38% ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ผลิตใน EU ได้รับกำไรสูงสุดในช่วงปี 2545-2546 ซึ่งเป็นปีที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อยสุด และเป็นปีที่มีการนำเข้าสินค้าจาก 4 ประเทศที่ถูกฟ้องร้องมากที่สุด จึงไม่อาจสรุปได้ว่าการนำเข้าสินค้าก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมดังกล่าวใน EU

4. ความเสียหายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม CPT ของ EU มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความต้องการหลอดภาพโทรทัศน์สีลดลง เนื่องจากความต้องการจอภาพชนิดแบน คือ LCD หรือ Plasma เพิ่มขึ้น โดยความต้องการจอภาพชนิดแบนเพิ่มขึ้นจาก 1% ในปี 2545 เป็น 28% ในปี 2548 ผนวกกับราคาจอภาพชนิดแบนลดลง 44% ในช่วงปี 2544-2548 ซึ่งเป็นผลทำให้โทรทัศน์รูปแบบเดิมที่ต้องใช้หลอดภาพได้รับความนิยมน้อยลงไป

5. สรุปผลว่าไม่พบเหตุผลให้มีการเรียกเก็บอากรต่อต้านการทุ่มตลาดการนำเข้า CPT จาก 4 ประเทศดังกล่าว

แม้ว่าไทยจะไม่ต้องเสียอาการต่อต้านการทุ่มตลาด CPT แต่ก็เป็นแนวโน้มว่าสินค้าดังกล่าวอาจได้รับความนิยมน้อยลงจนกระทั่งไม่มีความต้องการในตลาดเลยในที่สุด ดังนั้น อุตสาหกรรมประเภทดังกล่าวควรต้องมีการปรับตัวเพื่อรักษาตลาดสินค้าประเภทส่วนประกอบโทรทัศน์ใน EU ต่อไป