การประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป หรือ(อาเซม 6) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ได้สิ้นสุดลง พร้อมผลลัพท์ที่น่าพอใจสำหรับผู้นำจากประเทศเอเชียและยุโรป 38 ชาติ และคณะกรรมาธิการยุโรป ที่สามารถตกลงกันได้ถึงบทบาทและทิศทางในอนาคตของอาเซม พร้อมขยายสมาชิกภาพ รวมอินเดีย ปากีสถาน มองโกเลีย เลขาธิการอาเซียน โรมาเนีย และบัลกาเรียเข้าร่วมการประชุมในครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปีพ.ศ. 2551

การประชุมสุดยอดอาเซม 6 ในครั้งนี้ ได้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ที่ประชุมได้รับรอง ที่ประชุมได้รับรองเอกสาร 3 ฉบับ คือ 1) แถลงการณ์ประธานการประชุม ซึ่งสะท้อนหัวข้อหลักๆในการประชุมตามที่กล่าวข้างต้น 2) ปฏิญญาเฮลซิงกิว่าด้วยอนาคตของอาเซม (Helsinki Declaration on the Future of ASEM) และ 3) ปฏิญญาว่าด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (Declaration on Climate Change) พร้อมทั้ง ผู้นำได้ตกลงที่จะขยายสมาชิกภาพอาเซมไปรวมอินเดีย ปากีสถาน มองโกเลีย เลขาธิการอาเซียน โรมาเนีย และบัลกาเรีย โดยจะเข้าร่วมการประชุมครั้งหน้า ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2551 โดยปฏิญญาเฮลซิงกิว่าด้วยอนาคตของอาเซม และ ปฏิญญาว่าด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

แถลงการณ์ประธานการประชุม


แนวทางหลักของการประชุมในครั้งนี้ คือ “10 ปีอาเซม: ร่วมกันตอบสนองความท้าทายระดับโลก” (10 Years of ASEM: Global Challenges – Joint Responses”) โดยประเด็นหลักๆที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกในที่ประชุมอาเซม 6 ได้แก่

1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบพหุภาคีและต่อต้านภัยต่อความมั่นคง
ในด้านของความมั่นคงในระดับโลก เหล่าผู้นำอาเซมได้เน้นถึงความสำคัญของการร่วมมือในกรอบพหุภาคี โดยมีสหประชาชาติเป็นจุดศูนย์กลาง โดยสนับสนุนให้มีการปฏิรูปสหประชาชาติ พร้อมประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบและการใช้ศาสนาความเชื่อไปในทางที่ผิด มาเลซียได้เสริมว่าสันติภาพในตะวันออกกลางเป็นกุญแจสำคัญในการต่อต้านการก่อการร้าย ส่วนประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี

2. การอภิปรายระหว่างวัฒนธรรมและอารยธรรมต่างๆ
เหล่าผู้นำได้ยอมรับว่าการอภิปรายระหว่างวัฒนธรรมและอารยธรรมต่างๆ เป็นการลงทุนในความมั่นคงของโลกที่สำคัญ และยอมรับความสำคัญของการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างชาวเอเชียและยุโรป นอกจากนี้ยังได้มีการรายงานผล Asia-Europe Parliament Meeting ครั้งที่ 4 (ASEP 4) ซึ่งเสนอแนวทางความร่วมมือในกรอบอาเซม เช่น ด้านการศึกษา สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจ การขนส่ง สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน

3. การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงาน
เหล่าผู้นำได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของพลังงานและสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงสนับสนุนให้มีความร่วมมือในด้านดังกล่าวในเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เช่น การปรับมาตรฐานเชื้อเพลิง biofuel ระหว่างประเทศเอเชีย ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตเชื้อเพลิงดังกล่าว และผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปและญี่ปุ่น

4. โลกาภิวัตน์และความสามารถในการแข่งขัน
เหล่าผู้นำได้ให้การสนับสนุนการเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา ด้วยเห็นว่าโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และการใช้มาตรการปกป้องทางเศรษษฐกิจมีแต่จะทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันน้อยลง พร้อมมีการรายงานข้อเรียกร้องจากการประชุม Asia-Europe Business Forum 10 (AEBF 10) ซึ่งรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกกอบกู้การเจรจารอบโดฮา ละทิ้งกฏระเบียบที่เลือกปฏิบัติ ให้ความใส่ใจ SMEs และความมั่นคงด้านพลังงาน

ปฏิญญาเฮลซิงกิว่าด้วยอนาคตของอาเซม (Helsinki Declaration on the Future of ASEM)


การประชุมสุดยอดอาเซม 6 ในครั้งนี้เป็นวาระที่การประชุมอาเซมบรรจบครบรอบ 10 ปี ก่อนหน้าการประชุมจะเริ่มขึ้น ฟินแลนด์ ประธานการประชุมได้ตั้งให้ประเด็นเรื่อง “อนาคตของอาเซม” เป็นหนึ่งในวาระสำคัญ ภายหลังจากการประชุม ผุ้นำประเทศอาเซมสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับบทบาทของกระบวนการอาเซมและเนื้อหาสาระที่การประชุมจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญในอนาคต

1. ลักษณะของกระบวนการอาเซม
ที่ประชุมสุดยอดได้เห็นชอบร่วมกันที่จะเน้นย้ำถึงลักษณะของกระบวนการอาเซมที่จะเป็นกรอบสำหรับการเจรจาและความร่วมมือของหุ้นส่วนที่มีความเท่าเทียมกันที่มีความมุ่งมั่นต่อการร่วมมือในแบบพหุภาคี และเน้นย้ำถึงบทบาทของกระบวนการอาเซมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและเอเชียในภาพกว้างยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการหล่อหลอมอัตลักษณ์และกระบวนการสร้างประชาคมของแต่ละภูมิภาค

2. เนื้อหาสาระของความร่วมมืออาเซม
นอกเหนือจากการย้ำว่าการประชุมอาเซมจะยังคงสืบสานจากจุดแข็งและความสำเร็จในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีการเจรจาที่ครบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม/วัฒนธรรม ที่ประชุมสุดยอดจึงได้เน้นถึงประเด็นที่กระบวนการอาเซมจะให้ความสนใจเป็นพิเศษในวาระที่ทศวรรษที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น อาทิเช่น การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบพหุภาคี และการรับมือกับประเด็นที่ทั้งโลกให้ความกังวล ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านพลังงาน รวมไปถึง กระแสโลกาวัตน์ ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ฯลฯ

3. กระบวนการทำงานและกลไกของสถาบันต่างๆ
สำหรับเรื่องกระบวนการทำงานและกลไกของสถาบันต่างที่มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าลักษณะกระบวนการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น การไม่มีการตั้งสถาบันมารองรับและบังคับใช้ผลการประชุม อาจทำให้กระบวนการอาเซมไม่มีประสิทธิภาพเท่าทีควรจะเป็นหรือไม่

ที่ประชุมสุดยอดในครั้งนี้ได้เห็นพ้องว่าจะยังคงยึดมั่นในลักษณะกระบวนการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะแบบไม่เป็นทางการ เน้นการสมัครใจที่จะร่วมมือตามข้อตกลงในที่ประชุม การสร้างเครือข่าย และมีความยืดหยุ่น และเห็นว่าเป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมอยู่แล้ว และอาจถือว่าเป็นจุดแข็งของการประชุมอาเซมก็ว่าได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับรองข้อเสนอเพิ่มเติมที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยมาสาระสำคัญดังนี้

1. เสนอให้ที่ประชุมสุดยอดอาเซมจะเป็นผู้ให้แนวทางทางการเมืองว่าอาเซมควรจะหยิบยกประเด็นอะไรขึ้นมาหาทางประสานความร่วมมือต่อไป โดยควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีความเกี่ยวเนื่องหลากหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม/วัฒนธรรม

2. เมื่อได้ประเด็นมาแล้ว ให้ประเทศสมาชิกที่มีความสนใจหรือมีความถนัดในประเด็นดังกล่าวเป็นผู้นำความร่วมมือประสานงานต่อไป (issue-based leadership)

3. สำหรับกระบวนการประสานงาน:
3.1 ASEM Coordinators: ในหลังจากได้แนวทางหลักๆจากที่ประชุมสุดยอด ให้ ASEM Coordinators ในปัจจุบัน เป็นผู้ประสานงานเหมือเดิม (อันได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรปและประธานยุโรปเป็นผู้ประสานงานฝ่ายยุโรป และประเทศสมาชิกอาเซียนหนึ่งประเทศ และประเทศนอกกลุ่มอาเซียนหนึ่งประเทศ ที่จะมีวาระคราวละ 2 ปี เป็นผู้ประสานงานฝ่ายเอเชีย) ทว่า เพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรจะมีการจัดการประชุมที่มีแบบแผนเหมือนกันอย่างสม่ำเสมอด้วย พร้อมเพิ่มบทบาทการประสานงานกับแก่เจ้าภาพการประชุมในวาระหน้า เพื่อเสริมสร้างความต่อเนื่อง
3.2 ASEM Virtual Secretariat: ให้มีการตั้งเลาขาธิการเสมือนจริงของอาเซม (ASEM Virtual Secretariat) เพื่อให้การสนับสนุนในเชิงเทคนิคในรูปแบบต่างๆแก่ ASEM Coordinators เช่น การตั้งกลุ่ม emails หรือ กระดานข่าว เพื่อประเทศสมาชิกจะได้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมค้นข้อมูลอ้างอิงที่ผ่านมาได้อย่างสะดวกผ่านทางเครือข่ายระบบปิด
3.3 มอบบทบาทในการประสานงานและให้การสนับสนุน ASEM Coordinators ให้แก่สถานเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของประเทศสมาชิกที่ตั้งอยู่ในจุดสำคัญๆ เช่น กรุงบรัสเซลส์ กรุงจากาตา และกรุงปักกิ่ง

4. ที่ประชุมยังได้เสนอแนะแนวทางต่างๆที่จะช่วยประชาสัมพันธ์อาเซมแก่สาธารณชน เช่น เสนอให้กระทรวงการต่างของประเทศของประเทศสมาชิกจัดทำหน้าอาเซมขึ้นมา พร้อมเชื่อมยังไปยังเวบไซต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ASEF และ ASEM Infoboard

ปฏิญญาว่าด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (Declaration on Climate Change)


สำหรับปฏิญญาว่าด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงนั้น ที่ประชุมได้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน ปฏิญญาฉบับนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นให้แก่ความพยายามที่จะบรรลุให้เกิดข้อตกลงในการเจรจานานาชาติที่ว่าด้วยสภาวะอากาศหลังจากปีพ.ศ. 2555 ซึ่งอนุสัญญาเกียวโตจะหมดอายุลง และสนับสนุน พร้อมเห็นชอบว่าข้อตกลงสหประชาชาติที่ว่าด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง (UN Convention on Climate Change – UNFCCC) และอนุสัญญาเกียวโต เป็นกรอบนานาชาติที่เหมาะสมที่จะใช้เพื่อพัฒนาการรับมือกับสภาวะโลกร้อน

นอกจากนี้ ผู้นำประเทศสมาชิก 38 ชาติยังได้ตกลงที่จะให้มีความร่วมมือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและร่วมลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพซึ่งปรับให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ด้วยงบประมาณกว่า หกล้านสามแสนล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายในปีพ.ศ. 2573

การประชุมนอกรอบ
ในส่วนของการประชุมนอกรอบอย่างไม่เป็นทางการในระหว่างการรับประทานอาหารค่ำของผู้นำ นอกจากได้มีกล่าวถึงสถานการณ์ความเป็นไปภายในของทั้งสองทวีป ยังได้มีหยิบยก “ประเด็นร้อน” อย่างเรื่องพม่า และสถานการณ์ในตะวันออกกลางขึ้นมาด้วย

โดยฟินแลนด์ได้กล่าวว่าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปในครั้งหน้าจะถกถึงเรื่องอนาคตของการขยายสมาชิกภาพและธรรมนูญยุโรป นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมายุโรปยังได้มีบทบาทอย่างมากในการจัดการวิกฤติการณ์ต่างๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในคองโก อาเจห์ และเลบานอน และยังคงเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนารายใหญ่ที่สุดในโลก

ส่วนฟิลิปปินส์ได้แจ้งว่าจะเป็นประธาน ASEAN และการประชุมสุดยอด East Asian Summit (EAS) ในเดือนธันวาคม 2549 นี้ ภายใต้แนวทาง “One Caring and Sharing Community” พร้อมกล่าวถึงพัฒนาการการบูรณาการภายในอาเซียนว่า ประชาคมอาเซียนจะไม่แตกต่าง (not unlike) จากสหภาพยุโรป โดยมี ASEAN Charter จะเป็นพื้นฐานทางกฏหมาย นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนในการต่อต้านการก่อการร้าย และกล่าวยินดีต้อนรับที่สหภาพยุโรปมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมสนธิสัญญา Treaty pf Amity and Cooperation (TAC)

ทางด้านประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีซึ่งยังคงซับซ้อน ไม่แน่นอน สืบเนื่องจากโครงการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ รวมไปถึงการลักพาตัวประชาชนจากประเทศต่างๆ เยอรมนียังได้กล่าวเสริมจากประสบการณ์ของตนว่าทุกฝ่ายใจอ่อนต่อเกาหลีเหนือเกินไป ในขณะที่การให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมเป็นเรื่องจำเป็น เยอรมนีไม่เคยให้การสนับสนุนต่อโครงสร้างทางการเมือง เพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุนระบบ

นอกจากการรายงานความเป็นไปภายในของแต่ละภูมิภาคแล้ว ยังได้มีการหยิบยกสถานการณ์ภายในพม่าและตะวันออกกลางขึ้นมาด้วย โดยทางฝ่ายยุโรป ทั้งฟินแลนด์ ในฐานะประธานสหภาพยุโรป และประเทศสมาชิกอย่างเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรได้แสดงถึงความกังวลอย่างยิ่งยวดและความผิดหวังต่อสถานการณ์ในพม่า ซึ่งยังขาดความคืบหน้าในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการปรองดองในชาติ โดยเห็นได้จากการยังคงกักขังนางอองซานซูจี และการที่ประชาชนหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ควรมองว่านานาชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในพม่า เพราะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่าได้ขึ้นชี้แจงความเป็นไปในพม่า ถึงความจำเป็นที่จำเป็นต้องมีสหภาพที่แข็งแกร่งเพื่อจะได้มีสันติภาพและความมั่นคงภายใน พร้อมชี้ว่าสิ่งที่พม่าต้องการคือการให้กำลังใจจากนานาชาติ การคว่ำบาตรจะยิ่งนำความทุกข์ยากมาสู่ประชาชน ทว่า การมีโอกาสร่วมมือกับนานาชาติจะนำความก้าวหน้ามาให้

บรรดาผู้นำประเทศเอเชียและยุโรปยังได้ถกกันถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเห้นพ้องกันว่าการใช้กำลังนั้นไม่เป็นผล การเจรจาและวิถีทางทางการทูตเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมยินดีที่ประเทศมุสลิมอย่างมาเลเซียและตุรกีจะส่งทหารไปเข้าร่วมกองกำลัง UNFIL ซึ่งมีกำลังของสหภาพยุโรปเป็นกำลังหลัก

  • สำหรับการวิเคราะห์การประชุมสุดยอดอาเซม 6 สามารถอ่านได้ ที่นี่
  • เก็บตกบรรยากาศอาเซม


    Photo from www.eu2006.fi