สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอนได้รายงานสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในแง่ต่างๆ ที่น่าสนใจของโปรตุเกส ไม่ว่าจะเป็นสภาวการณ์โดยรวมและปัญหาต่างๆ เช่น การดำเนินธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ มาดังนี้

1. การเติบโตทางเศรษฐกิจ

เมื่อราวต้นเดือนกันยายน 2549 สำนักสถิติแห่งชาติของโปรตุเกสรายงานว่า ในไตรมาสแรกเศรษฐกิจโปรตุเกสเติบโต 1.2% ขณะที่ในไตรมาศที่สอง เศรษฐกิจโปรตุเกสได้เติบโต 0.9% เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นในอัตรา 7.6% การนำเข้าลดลง 0.3% และการลงทุนลดลง นอกจากนั้น การใช้จ่ายภาครัฐลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา และการบริโภคของประชาชนก็ลดลง ทั้งนี้ ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโปรตุเกสในปีนี้จะเติบโตถึง 1.5% หากไม่มีเหตุการณ์ด้านลบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งนี้เกิดขึ้นกับทั้ง 12 ประเทศที่ใช้เงินยูโร และโปรตุเกสเป็นประเทศที่เติบโตน้อยที่สุด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวิตอร์ คอนสแตนซิโอ (Vitor Constancio) ประธานธนาคารชาติโปรตุเกสแสดงความเห็นว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อการเติบโตในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลงทุนภาครัฐลดลง จึงต้องกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะในการผลิตเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นไปอีก เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศลดต่ำลง และเนื่องจากการส่งออกในยุคนี้ประสบกับการแข่งขันสูง โปรตุเกสจึงต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตและการส่งออก

2. โปรตุเกสได้รับเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาชนบทเกือบสี่พันล้านยูโร

เมื่อต้นเดือนกันยายน ศกนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ EC ได้ประกาศการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือด้านการพัฒนาชนบทแก่ประเทศสมาชิก EU ทั้ง 25 ประเทศ ในช่วงปี 2550-2556 ซึ่งโปรตุเกสได้รับมากเป็นอันดับหก คือ 3,900 ล้านยูโร โดยจะแบ่งเป็นงวดๆ ละปีๆ ละประมาณ 551-564 ล้านยูโร โปรตุเกสจะใช้เงินนี้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคที่ยากจนของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในภาคเกษตรกรรม การป่าไม้ และการรักษาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ งบประมาณการพัฒนาชนบทนี้ เป็นทางเลือกใหม่ของ EU ในการสนับสนุนภาคเกษตรกรรมของประเทศสมาชิกโดยหลีกเลี่ยงการสนับสนุนการผลิตภาคเกษตรโดยตรง เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎข้อบังคับของ WTO

3. คนโปรตุเกสจบการศึกษาต่ำที่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว

ปัญหาทรัพยากรมนุษย์เป็นปัญหาหลักปัญหาหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง สภาวะการถดถอยด้านการศึกษาในโปรตุเกสเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อต้นเดือนกันยายน ศกนี้ OECD ได้ออกรายงานด้านการศึกษาของประเทศสมาชิก 30 ประเทศ รวมทั้งโปรตุเกส ระบุว่า คนโปรตุเกสไปโรงเรียนโดยเฉลี่ยเพียง 8.5 ปี ในขณะที่อัตราเฉลี่ยของประเทศอื่นๆ ได้แก่ 11.4 ปี คนโปรตุเกสเพียงประมาณ 25% จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ในขณะที่ประเทศ OECD อื่นๆ โดยเฉลี่ย 67% จบมัธยมปลาย และยังพบว่านักเรียนโปรตุเกสศึกษาวิชาคณิตศาสตร์น้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศ OECD ส่วนใหญ่

4. ปัญหาการดำเนินธุรกิจในโปรตุเกส

เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2549 ธนาคารโลกได้เปิดเผยผลการสำรวจวิจัยการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ รวม 155 ประเทศ พบว่าการดำเนินธุรกิจในโปรตุเกสง่ายเป็นลำดับที่ 42 ในขณะที่การสำรวจปี 2545 ระบุว่า การทำธุรกิจในโปรตุเกสง่ายเป็นลำดับที่ 39 สำหรับในด้านกระบวนการการจ้างงาน พบว่าโปรตุเกสอยู่ในลำดับที่ 145 ซึ่งในยุโรป ถือว่าดีกว่าเพียงสามประเทศ ได้แก่สเปน โรมาเนีย และกรีซ

สำหรับการเริ่มก่อตั้งธุรกิจ พบว่าในโปรตุเกสอยู่ในลำดับที่ 104 โดยผู้จะตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ จะต้องผ่านขั้นตอนอย่างเป็นทางการถึง 20 ขั้นตอน ใช้เวลา 327 วัน สิ้นค่าใช้จ่ายประมาณ 57.7% ของรายได้เฉลี่ยต่อปี

ธนาคารโลกวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดความยากลำบากในการก่อตั้งและดำเนินธุรกิจในหลายๆ ประเทศ นั้น เนื่องมาจากการที่นักการเมืองขาดความรู้ความเข้าใจการดำเนินธุรกิจ มีนักการเมืองจำนวนน้อยมากที่มีประสบการณ์ในการประกอบการ จึงนำไปสู่การกำหนดระเบียบที่ยุ่งยากมากมาย และไม่ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมทั้ง ด้านการเงิน อย่างเพียงพอ ต่อผู้ประกอบการวัยเยาว์ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

5. คนเข้าเมืองโดยถูกกฎหมายในโปรตุเกส

ตั้งแต่ปี 2545 ที่โปรตุเกสเริ่มใช้เงินยูโร พบว่ามีชาวต่างประเทศจากยุโรปตะวันออก อัฟริกา บราซิล และอื่นๆ หลั่งไหลอพยพเข้ามาหางานทำในโปรตุเกสจำนวนมาก ในเดือนธันวาคม 2548 นับจำนวนคนที่เข้าเมืองและอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมายได้ประมาณ 460,000 คน แต่ปรากฏว่าเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2549 ปรากฏรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโปรตุเกสว่า คนงานต่างชาติในโปรตุเกสลดเหลือเพียง 418,000 คน โดยพบว่าชาวยูเครนได้อพยพกลับประเทศทุกเดือนๆ ละประมาณ 3,000 คน ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะการจ้างงานในโปรตุเกสยากลำบากขึ้น ค่าแรงต่ำ ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และประกอบกับสภาวะการจ้างงานและความเป็นอยู่ในยูเครนมีพัฒนาการในทางบวกขึ้นเรื่อยๆ

อนึ่ง สำหรับสถานะจำนวนชาวต่างชาติที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายในโปรตุเกสในขณะนี้ พบว่า ชาวเคปเวิร์ดมีจำนวนสูงสุด คือ 68,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3,000 คน ชาวบราซิล 64,000 คนลดลง 11,000 คน ชาวยูเครน 43,000 คน (จากเดิม 67,000 คน ในปีที่แล้ว เท่ากับ ลดลง 24,000 คน) ตามด้วยชาวอังโกล่า 34,000 คน ชาวกินีบิสเซา 25,000 คน ชาวอังกฤษ 18,000 คน สเปน 16,000 คน และชาวมอลโดวา 15,000 คน ซึ่งเป็นชาวยุโรปตะวันออกชาติเดียวมี่มีจำนวนมากขึ้นในโปรุตเกสในปัจจุบัน