เมื่อพูดถึงการเปิดเสรีภาคบริการของยุโรปแล้วปฏิกิริยาของคนในยุโรปอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับคนๆ นั้นมีแนวความคิดแบบใด แบบปกป้องการผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศ (protectionism) หรือแบบสนับสนุนเสรีภาพของการค้าและบริการ (liberal) หรือขึ้นอยู่กับบทบาทของบุคคลนั้นด้วยว่าเป็นภาครัฐ หรือเป็นผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของกิจการหรือแรงงาน หรือผู้บริโภค และได้รับผลประโยชน์หรือผลกระทบจากการเปิดเสรีภาคบริการมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ดี ร่างระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะมนตรีสหภาพยุโรปเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 นั้น ได้รับทั้งคำชื่นชมและคำวิพากษ์วิจารณ์ในด้านต่างๆ และจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภายุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงปลายปี 2549


1. วัตถุประสงค์ของระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการ


ร่างระเบียบดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายหลักที่จะทำให้หลักการตลาดร่วมสหภาพยุโรปมีความสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พลเมือง ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ ซึ่งหากมองย้อนกลับไปในอดีตหนึ่งทศวรรษนับตั้งแต่การดำเนินการจัดตั้งตลาดร่วมประสบความสำเร็จระลอกแรกในปี 2536 เป็นต้นมา ประโยชน์อันเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจนภายในสหภาพยุโรป คือ การขจัดอุปสรรคทางการค้าและบริการ เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 2.5 ล้านตำแหน่ง เพิ่มรายได้ประมาณ 900 พันล้านยูโร (เฉลี่ยประมาณ 6,000 ยูโรต่อครอบครัวในยุโรป) การแข่งขันอย่างเสรีข้ามพรมแดนทำให้บริษัทในยุโรปแสวงหาตลาดใหม่ในประเทศสมาชิกอื่นๆ ราคาสินค้าลดต่ำลงในหลายภาคธุรกิจ ผู้บริโภคมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในตลาดสินค้าเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับจากภาคบริการยังมีไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากยังมีอุปสรรคบางประการในการประกอบธุรกิจบริการข้ามพรมแดน ทั้งที่ภาคบริการคิดเป็นร้อยละ 60-70 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดในยุโรป

ด้วยเหตุนี้ ร่างระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการ (Directive on Services in the Internal Market) จึงมีวัตถุประสงค์ในการอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคสำหรับการดำเนินธุรกิจบริการระหว่างประเทศสมาชิก โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้เริ่มจัดทำร่างระเบียบดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547

2. หลักการสำคัญของระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการ


สภายุโรปได้พิจารณาร่างระเบียบนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2549 และได้รับรองร่างระเบียบดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 391-213 เสียง โดยปรับแก้ร่างระเบียบที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรปในบางประเด็น แต่ยังคงวัตถุประสงค์เดิมในการขจัดอุปสรรคสำหรับการดำเนินธุรกิจบริการ โดยเน้นว่าจะทำให้ธุรกิจบริการในยุโรปเป็นไปอย่างเสรีและเปิดกว้างเช่นเดียวกับสินค้าและเงินทุน และจะไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ทางสังคมของแรงงานและจะไม่เปลี่ยนแปลงกฎหมายแรงงานที่มีอยู่

ประเด็นสำคัญในร่างระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการที่สภายุโรปได้รับรองในระหว่างการพิจารณาครั้งแรกมีดังนี้

1) ตัดหลักการ Country of Origin ออก โดยให้ระบุเพียง Freedom to Provide services แทน เดิมในร่างของคณะกรรมาธิการยุโรปมีข้อบทที่จะอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการสามารถไปดำเนินธุรกิจบริการในประเทศสมาชิกอื่นโดยใช้กฎระเบียบของประเทศที่ตนเองจดทะเบียนในช่วงระยะเวลาหนึ่งได้ แต่สภายุโรปได้แก้ไขให้กล่าวถึงเฉพาะหลักการเสรีภาพในการให้บริการแทน ซึ่งหมายถึงประเทศสมาชิกต้องเคารพสิทธิของธุรกิจบริการที่มีแหล่งจดทะเบียนจากประเทศสมาชิกอื่นและรับประกันว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการจากประเทศสมาชิกอื่นจะสามารถเข้าถึงตลาดและดำเนินธุรกิจบริการภายในประเทศตนได้อย่างเสรี เช่น ไม่บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการต้องเปิดสำนักงานในประเทศที่ต้องการดำเนินธุรกิจบริการ ไม่บังคับให้จดทะเบียนกับหน่วยงานวิชาชีพใดๆ เป็นต้น

2) ร่างระเบียบนี้ไม่ครอบคลุมการเปิดเสรีภาคบริการในสาขาต่างๆ ดังนี้

2.1 บริการสาธารณะ (Services of general interest) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ด้านบริการสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน รวมถึงบริการทางสังคม เช่น บริการด้านที่อยู่อาศัยของรัฐ บริการดูแลเด็กและครอบครัว
2.2 บริการด้านการเงิน ซึ่งมีระเบียบเฉพาะควบคุมอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธนาคาร การให้เครดิต บริการด้านเงินบำนาญ การลงทุน หรือการชำระเงิน ฯลฯ
2.3 บริการด้านโสตทัศนูปกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการวิทยุและโทรทัศน์ การฉายภาพยนตร์ และบริการด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญญา ทั้งในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และการแพร่กระจายสื่อ โดยมีจุดประสงค์สำคัญในการคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม
2.4 บริการด้านการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์และเครือข่าย
2.5 บริการด้านการพนัน รวมถึงล็อตเตอรี่ คาสิโน เนื่องจากแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยังมีความแตกต่างเกี่ยวกับการเก็บภาษีจากบริการด้านการพนัน และยังไม่สามารถกำหนดให้มีการแข่งขันข้ามพรมแดนอย่างเท่าเทียมได้ในภาคบริการดังกล่าว
2.6 บริการด้านการขนส่ง รวมถึงการขนส่งในเขตเมือง ท่าเรือ แท๊กซี่และรถพยาบาล
2.7 บริการด้านกฎหมาย ซึ่งมีระเบียบเฉพาะควบคุมอยู่แล้ว รวมทั้งบริการที่มีความเชื่อมโยงกับการดำเนินการของหน่วยงานรัฐบาลในประเทศสมาชิก เช่น notary และบริการเกี่ยวกับภาษี
2.8 บริการตัวแทนจัดหางานชั่วคราว

3) ร่างระเบียบนี้จะครอบคลุมบริการต่างๆ หลายด้าน เช่น

3.1 บริการด้านสาธารณประโยชน์ทั่วไป ได้แก่ บริการไปรษณีย์ การประปา ไฟฟ้า การ
จัดการขยะ

3.2 บริการทางธุรกิจ ได้แก่ การให้คำปรึกษาในการบริหารจัดการ การออกใบรับรองและ
การทดสอบ การบริหารจัดการอาคารและการรักษาความปลอดภัย การโฆษณา การจัดหาบุคลากรเพื่อการจ้างงาน ตัวแทนจำหน่ายสินค้า


3.3 บริการสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป ได้แก่ บริการอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง
สถาปนิก การกระจายสินค้า การจัดงานเทศกาลสินค้า บริการเช่ารถ และตัวแทนอำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทาง รวมทั้ง บริการด้านการท่องเที่ยว ศูนย์กีฬา และสวนสนุก

4) ให้ประเทศสมาชิกจัดตั้งจุดบริการจุดเดียว (point of single contact) เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการสามารถใช้จุดติดต่อกับหน่วยงานราชการเพียงจุดเดียวในแต่ละประเทศเพื่อดำเนินการตามกระบวนการของประเทศที่จะไปประกอบธุรกิจบริการได้ ทั้งนี้ หากประเทศนั้นๆ มีหน่วยงานรับผิดชอบในหลายระดับเช่นระดับภูมิภาคหรือระดับท้องถิ่นจะต้องเลือกให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นจุดติดต่อให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจบริการเพียงจุดเดียว และจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการอย่างโปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย

5) ให้ประเทศสมาชิกสามารถจำกัดเสรีภาพในการประกอบธุรกิจบริการได้โดยใช้หลักกฎหมายภายใน หากมีเหตุผลเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ ความมั่นคง การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข โดยจะต้องหยึดหลักไม่เลือกปฏิบัติ (ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบธุรกิจจากประเทศสมาชิกใด) ความจำเป็นในการจำกัดเสรีภาพการประกอบธุรกิจบริการควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมต่อผลประโยชน์สาธารณะ ไม่คลุมเครือและโปร่งใส

6) ประเทศสมาชิกสามารถปรับกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับร่างระเบียบนี้ภายในระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่มีการรับรองร่างระเบียบร่างระเบียบดังกล่าวได้รับการพิจารณาในที่ประชุมคณะมนตรีสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ที่ประชุมได้มีมติรับรองหลักการส่วนใหญ่ที่ได้รับการแก้ไขโดยสภายุโรป โดยมีการปรับแก้ร่างระเบียบเพิ่มเติมเล็กน้อยเรื่องข้อกำหนดให้ประเทศสมาชิกตรวจสอบซึ่งกันและกันเกี่ยวกับการจำกัดเสรีภาพในการอนุญาตประกอบธุรกิจบริการ โดยเน้นให้มีความโปร่งใสและมีความสอดคล้องกัน ซึ่งสภายุโรปจะพิจารณาร่างระเบียบเป็นครั้งที่สองในช่วงปลายปี 2549 ก่อนที่ระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2550 ต่อไป

3. ประโยชน์ที่ได้รับจากระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการ


ระเบียบนี้มีจะมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจบริการ และผู้บริโภคภายในสหภาพยุโรปเป็นหลัก โดยผู้บริหารและบริษัทเอกชนในยุโรปต้องพิจารณาดูว่าร่างระเบียบนี้มีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจและสามารถใช้ประโยชน์จากระเบียบนี้ในการขยายผลประโยชน์ได้อย่างไร

ประโยชน์ที่จะได้รับโดยตรง ประกอบด้วย
3.1 ผู้ประกอบธุรกิจบริการสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจบริการในประเทศ
สมาชิกอื่น โดยการประสานกับหน่วยงานของรัฐเพียงจุดเดียวในแต่ละประเทศ (Point of Single
Contact) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้ หลักการให้อนุญาตประกอบธุรกิจบริการ
(authorization) จะมีความชัดเจน โปร่งใส มีข้อจำกัดน้อยลง และไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีความจำเป็นที่
จะต้องดำเนินการตามกระบวนการที่เรียกว่า ความต้องการทางเศรษฐกิจ (economic needs) ที่
กำหนดให้ภาคธุรกิจทำการศึกษาตลาดในประเทศที่ต้องการประกอบธุรกิจเพื่อรับประกันว่าจะไม่ทำให้ตลาด
ภายในประเทศนั้นขาดเสถียรภาพ เป็นต้น
3.2 ภาคธุรกิจสามารถประกอบธุรกิจบริการข้ามพรมแดนได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจัดตั้งสำนักงาน
ตัวแทน หรือสถานประกอบการเป็นการถาวร ธุรกิจบริการที่มีลักษณะเป็นการชั่วคราวจะดำเนินการได้ง่ายขึ้น
เช่น การบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้แก่ ไกด์ บริการเช่าเรือ ผู้สอนการเล่นสกี เป็นต้น
3.3 ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม โดยจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภาคธุรกิจและบริการได้
มากขึ้น รวมถึงข้อมูลเพื่อการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพ พลเมืองของสหภาพยุโรปจะได้รับสิทธิในการรับ
บริการเท่าเทียมกัน
3.4 การควบคุมดูแลธุรกิจบริการจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศ
สมาชิกจะมีความร่วมมือใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยการจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันโดยตรง

ร่างระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการของยุโรปอาจไม่ส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบธุรกิจบริการของไทยที่ต้องการมาเปิดธุรกิจบริการในยุโรป เนื่องจากระเบียบนี้จะช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจบริการระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตามหลักการตลาดร่วมเท่านั้น อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการของไทยสามารถจดทะเบียนดำเนินธุรกิจบริการในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประเทศใดประเทศหนึ่งได้แล้ว ก็จะสามารถขยายธุรกิจบริการนั้นๆ ไปสู่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้นต่อไป จึงอาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยเอื้อให้ธุรกิจบริการที่ไทยต้องการส่งเสริม เช่น ร้านอาหารไทย สปา บริการนวดแผนไทย บริการศูนย์กระจายสินค้า สามารถแพร่หลายในสหภาพยุโรปได้สะดวกยิ่งขึ้น

4. บทสรุป

การจัดทำร่างระเบียบนี้ได้รับทั้งกระแสการคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์จากแหล่งต่างๆ ทั้งนี้ ร่างระเบียบที่สภายุโรปได้ปรับแก้ถือว่ามีหลักการในการเปิดเสรีน้อยกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ร่างไว้ เนื่องจากต้องมีการประนีประนอมระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจบางส่วนรวมทั้งภาคแรงงานยินดีต่อการจัดทำร่างระเบียบนี้ อาทิ นาย John Monks เลขาธิการ European Trade Union Confederation ซึ่งเป็นองค์กรสหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปให้ความเห็นว่าร่างดังกล่าวเป็นการประนีประนอมที่เปิดโอกาสในภาคบริการในขณะที่ยังคงรักษารูปแบบทางสังคมของยุโรปไว้ (European Social Model) ในขณะที่สมาชิกสภายุโรปจากประเทศในยุโรปตะวันออกบางกลุ่มมีท่าทีผิดหวังต่อร่างล่าสุดเพราะเห็นว่ายังไม่เปิดเสรีให้มีการแข่งขันที่เพียงพอ รวมทั้งภาคธุรกิจบางส่วน เช่น SMEs เห็นว่าร่างระเบียบนี้ยังไม่เป็นการลดอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจบริการข้ามพรมแดนที่เพียงพอ นอกจากนี้ ประธานสมาพันธ์ภาคธุรกิจของยุโรป (UNICE) ยังได้ให้ความเห็นว่าร่างระเบียบนี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดการเปิดเสรีภาคบริการตามหลักการตลาดร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งกรรมาธิการยุโรปด้านตลาดภายในและการบริการได้ออกมาตอบโต้ว่าร่างระเบียบนี้เกิดขึ้นภายหลังการเจรจาและการประนีประนอมจากหลายภาคส่วนด้วยกัน ซึ่งผลประโยชน์ที่ได้รับมีความสำคัญในระดับหนึ่ง

หากจะลองจินตนาการว่าการเปิดเสรีภาคบริการอย่างแท้จริงจะเป็นอย่างไรแล้ว สามารถดูตัวอย่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเมืองที่สำคัญตามชายแดนได้ เช่น Aachen ในเยอรมนี Maastricht ในเนเธอร์แลนด์ และ Liège ในเบลเยียม ซึ่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชากรราว 3.7 ล้านคนในเขตนี้ใช้ประโยชน์จากหลักการตลาดร่วมได้อย่างมากและไม่คำนึงถึงพรมแดนแต่อย่างใด เช่น ประชากรจากเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์เข้าไปซื้อสินค้าในเยอรมนีซึ่งมีภาษีมูลค่าเพิ่มน้อยกว่า ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หรือเฟอร์นิเจอร์ในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมเข้าไปจำหน่ายสินค้าในเยอรมนี ชาวเยอรมนีเลือกมีที่อยู่อาศัยในเบลเยียมซึ่งมีราคาอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่า เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในบางสาขายังมีอุปสรรคบางประการอยู่ เช่น ด้านการก่อสร้างที่แม้การจำหน่ายสินค้าข้ามพรมแดนจะไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่ในเรื่องการรับทราบข้อมูลในการเปิดประมูลโครงการก่อสร้างข้ามพรมแดนยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบธุรกิจบริการก่อสร้างในประเทศข้างเคียงได้ดีเท่าที่ควร

ระเบียบการเปิดเสรีภาคบริการของสหภาพยุโรปที่คาดว่าจะออกในช่วงปี 2550 นับว่าเป็นระเบียบที่สำคัญที่จะทำให้การประกอบธุรกิจบริการข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิกมีความสะดวกรวดเร็ว การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกมีความใกล้ชิด และผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับบริการที่หลากหลายและมีคุณภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของการดำเนินการตามร่างระเบียบนี้ยังขึ้นอยู่กับการเปิดกว้างของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปด้วย ที่จะไม่ใช้เหตุผลทางด้านสาธารณสุข ความมั่นคง หรือการปกป้องสิ่งแวดล้อมมาเป็นอุปสรรคตามที่ร่างระเบียบได้เปิดช่องเอาไว้ หลักการตลาดร่วมของสหภาพยุโรปจะสามารถมีผลใช้ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งในด้านสินค้า บริการ ทุน และแรงงาน เมื่อใด ยังไม่มีใครตอบได้ เนื่องจากแต่ละสาขาต่างมีข้อจำกัดและผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกันในแต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งคงต้องอาศัยทั้งความพยายามจากคณะกรรมาธิการยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเข้มแข็งต่อไป

บรรณานุกรม
European Parliament. 2549. Position of the European Parliament adopted at first reading on 16 February 2006 with a view to the adoption of Directive 2006/…/EC of the European Parliament and Council on services in the internal market (EP-PE_TC1-COD(2004)0001)