รัฐบาลกรีซมีความพอใจในรายงานประเมินผลความคืบหน้าในการเจรจา รับสมาชิกที่นำเสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพราะกล่าวถึงการที่ตุรกียังไม่ยอมรับสถานะของไซปรัสซึ่งเป็น ข้อห่วงกังวลที่สำคัญของกรีซ

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา European Commission ได้เสนอรายงานประเมินความคืบหน้าของตุรกีในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยรายงานนี้สร้างความพอใจให้กรีซอย่างมาก เพราะพูดถึงประเด็นผลประโยชน์สำคัญๆ ของกรีซในการวิพากษ์วิจารณ์ผลการดำเนินงานของตุรกี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาไซปรัสซึ่ง EU ได้เรียกร้องตุรกีให้เปิดท่าเรือและท่าอากาศยานให้แก่สาธารณรัฐไซปรัส (ไซปรัส-กรีก) ภายในกลางเดือนธันวาคม 2549 และกรีซ ร่วมกับไซปรัสได้ยืนยันให้ตรุกีปฏิบัติตามพันธกรณีนี้อย่างแข็งขัน จนกลายเป็นอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของตุรกี

เรื่องนโยบายกับประเทศเพื่อนบ้านและปัญหาพรมแดนที่ตุรกีได้สัญญาว่าจะเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน และหาทางระงับข้อพิพาทพรมแดนด้วยสันติวิธี โดยประเด็นนี้ รายงานได้ยกกรณีที่สมัชชาแห่งชาติตุรกี (Turkish Grand National Assembly) ได้ลงมติเมื่อปี ค.ศ. 1995 ขู่จะใช้กำลังทหาร (threat of war) ตอบโต้กรีซ หากกรีซขยายเขตน่านน้ำในทะเลอีเจียน และไม่มีการยกเลิกข้อมติดังกล่าวจนปัจจุบัน

เรื่องสิทธิของชนกลุ่มน้อย รวมทั้งอิสรภาพในการนับถือศาสนา โดยชนกลุ่มน้อย กรีกในตุรกียังคงประสบปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาและสิทธิในทรัพย์สิน เช่น การขู่ยึดทรัพย์สินของชนกลุ่มน้อยกรีกบนเกาะ Gokceada (Imvros) และBozcaada (Tenedos) เป็นต้น

ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

นักการทูตกรีซและสื่อมวลชนท้องถิ่นเห็นว่า รายงานฉบับนี้เป็นชัยชนะทางการทูตของกรีซ ที่สามารถผลักดันผลประโยชน์ของกรีซให้ปรากฏในรายงานของ European Commission ได้สำเร็จ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของกรีซได้กล่าวว่า “The content of these texts is positive for issues of Greek interest. These texts include all the issues that are of concern to us…”

แม้ European Commission จะยกตัวอย่างประเด็นผลประโยชน์ของกรีซเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ตุรกีในรายงาน รวมทั้งกรีซและตุรกีมีข้อบาดหมางและกระทบกระทั่งเป็นระยะๆ เกี่ยวกับปัญหาดั้งเดิมเรื่องสิทธิเขตน่านน้ำและน่านฟ้าในทะเลอีเจียน และปัญหาไซปรัส แต่พูด ได้ว่า ความพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกรีซและตุรกี มีพัฒนาการที่ดีในภาพรวม เช่นมูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้น และการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับต่างๆ

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า หากตุรกีไม่ปฏิบัติข้อเรียกร้องให้เปิดท่าเรือและท่าอากาศยานแก่ไซปรัส-กรีก ตามกำหนด ก็ไม่น่านำไปสู่การยุติการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของตุรกีแต่อย่างใด และคาดว่า กรีซจะเสนอให้สหภาพยุโรประงับการเจรจากับตุรกีในส่วน (chapter) ที่เกี่ยวกับการค้า หรือที่เป็นปัญหาไว้ก่อน แต่ยังคงเจรจา chapter อื่นที่สามารถดำเนินการได้ต่อไป เพราะถึงที่สุดแล้ว กรีซก็สนับสนุนตุรกีเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป