ขณะที่สินค้าอาหารเกษตรราคาถูกจากประเทศกำลังพัฒนาหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างไม่ขาดสาย โปแลนด์ในฐานะผู้ส่งออกสินค้าอาหารเกษตรอันดับต้นๆ ของตลาดสหภาพยุโรปเริ่มปรับ focus โดยเพิ่มความสำคัญเป็นพิเศษต่อสินค้าเบียร์และสินค้าเกษตรอินทรีย์ซึ่งโปแลนด์เชื่อว่ามีศักยภาพในระยะยาว

1. ภาพรวมสถานะล่าสุดภาคอุตสาหกรรมอาหารโปแลนด์

1.1 รายได้จากภาคอุตสาหกรรมอาหารเกษตรคิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้จากภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดของโปแลนด์ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 โปแลนด์ส่งออกสินค้าอาหารเกษตรคิดเป็นมูลค่า 3.9 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2548 ร้อยละ 75 ของสินค้าอาหารเกษตรโปแลนด์ส่งออกไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปซึ่งเพิ่มปริมาณการนำเข้าร้อยละ 30 รวมมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 คิดเป็น 2.9 พันล้านยูโร ในขณะที่มูลค่าการส่งออกไปกลุ่มประเทศ CIS คงที่ที่จำนวน 425 ล้านยูโร และรัสเซียลดลงร้อยละ 24

1.2 รายงานการคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกสินค้าภาคอุตสาหกรรมอาหารโปแลนด์ (ปัจจุบัน-ปี 2556) จัดทำโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์การเกษตรและอาหารระบุว่า (1) ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์โปแลนด์ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งร้อยละ 8 ของตลาด EU มีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะเนื้อสด (raw meat) ที่จะมีความต้องการมากกว่าเนื้อรมควัน และ (2) ผลิตภัณฑ์นม-เนย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับสองของผลิตภัณฑ์อาหารเกษตรก็จะขยายตัวขึ้นร้อยละ 9-15 อย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทขนมปัง กะหล่ำปลีดอง ไวน์ผลไม้ และครีมอาจลดลง

นอกจากนั้น รายงานของสถาบันอุตสาหกรรมอาหารโปแลนด์ระบุว่า ในปี 2549 ภาคอุตสาหกรรมอาหารมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นและมีผลกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.25 จากเดิมร้อยละ 3.76 ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกำไรสูงสุดและคาดว่าจะมีอุปสงค์จากตลาดในระยะยาว ได้แก่ เบียร์ และสารสกัดจากอาหาร ซึ่งผลกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และ 6.6 ตามลำดับ

2. การเพิ่มความสำคัญต่อสินค้าเบียร์และสินค้าเกษตรอินทรีย์ของโปแลนด์

2.1 ผลิตภัณฑ์เบียร์

2.1.1 ปัจจุบันเบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสามในโปแลนด์รองจากวิสกี้และไวน์ ในช่วงเดือนส.ค.2548 – ก.ค.2549 มูลค่าการขายปลีกผลิตภัณฑ์เบียร์ในโปแลนด์สูงถึง 8.5 พันล้านสว๊อตตี้ หรือประมาณ 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของมูลค่าการขายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด ในช่วงปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายเบียร์ของโปแลนด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ในแง่ปริมาณการขายถือเป็นอันดับสองของกลุ่มประเทศยุโรปกลางและตะวันออกด้วยจำนวน 1.85 พันล้านลิตร รองจากรัสเซียที่ขายได้ 5.3 พันล้านลิตร โดยแม้ว่าราคาเฉลี่ยของเบียร์โปแลนด์ 1 ลิตรจะเท่ากับ 1.4 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับรายได้ต่อหัวของประชากรในภูมิภาค (ในขณะที่เบียร์ของสาธารณรัฐเช็กถูกที่สุดราคา 74 เซนต์ต่อลิตร และรัสเซีย 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร)

2.1.2 ภายในระยะ 10 ปีที่ผ่านมามูลค่าการขายเบียร์เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 153 อุตสาหกรรมเบียร์โปแลนด์ร้อยละ 80 เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่มีหุ้นส่วนกับผู้ผลิตเบียร์โปแลนด์อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบด้วย Heineken ของเนเธอร์แลนด์, Carlsberg ของเดนมาร์ก, Brewpole ของออสเตรเลีย เป็นต้น

อนึ่ง กลุ่มบริษัทผลิตเบียร์ที่สำคัญของโปแลนด์ ประกอบด้วย

(1) Kompania Piwowarska : market share ร้อยละ 31.3 ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Tyskie gronie, Ksiazece Tyskie, Lech Premium เป็นต้น

(2) Zywiec-Heineken Group : ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Zywiec, Porter, Tatra Pils, Heineken เป็นต้น

(3) Carlsberg-Okocim : market share ร้อยละ 15 ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Okocim Premium, Carlsberg, Piast Super Premium เป็นต้น

(4) Brau Union Polska : ผลิตเบียร์ยี่ห้อ Krolewskie Pelne, Van Pur Premium เป็นต้น

ทั้งนี้ เบียร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตามลำดับ ประกอบด้วย (1) Tyskie ร้อยละ 23.2 (2) Zywiec ร้อยละ 21.5 (3) Lech ร้อยละ 13.9 (4) Warka Strong ร้อยละ 10 (5) Heineken ร้อยละ 6 และ (7) Warka ร้อยละ 5.6 คิดเป็นร้อยละ 80.2 ของตลาดเบียร์ทั้งหมด โดยอีกประมาณร้อยละ 20 เป็นพื้นที่สำหรับเบียร์ท้องถิ่นบางยี่ห้อ (ส่วนน้อย) และพื้นที่การแข่งขันของเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ เบียร์ยี่ห้อ Bud ของสหรัฐฯ กำลังพยายามทำตลาดอยู่

2.2 ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ (organic products)

2.2.1 เกษตรอินทรีย์เริ่มเป็นที่รู้จักในโปแลนด์เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน ตลาดผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของโปแลนด์มีมูลค่า 200 ล้านสว๊อตตี้ หรือประมาณ 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เห็นได้ชัดว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรต่างระบุว่ามูลค่าการขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าภายในอีก 10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ดี ถือว่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในโปแลนด์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น เมื่อเทียบกับประเทศยุโรปตะวันตก ชาวโปแลนด์ยังไม่รู้จักข้อดี-ข้อเสียของผลิตภัณฑ์มากนัก และร้านที่วางขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ยังมีจำนวนจำกัดแม้จะกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นก็ตาม

2.2.2 การสนับสนุนจากภาครัฐ นาย Jan Krzysztof Ardanowski รมช.ก.เกษตรโปแลนด์ ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า ภาครัฐจะประชาสัมพันธ์และให้การสนับสนุนการทำการเกษตรตามหลักนิเวศวิทยา โดยเน้นการไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและ ยากำจัดศัตรูพืช และรัฐบาลโปแลนด์ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 12 ล้านสว๊อตตี้ หรือประมาณ 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และงบประมาณจากกองทุนสหภาพยุโรปอีก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โดยให้เหตุผลที่สำคัญว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าอาหารของยุโรปเริ่มอิ่มตัวและมีปริมาณสินค้าเกินความต้องการและคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากนับวันจะมีสินค้าอาหารราคาถูกจากประเทศกำลังพัฒนาหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้น โปแลนด์ซึ่งไม่สามารถแข่งขันด้านราคาในประเภทสินค้าปกติได้จำเป็นต้องปรับตัวมาเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกในพื้นที่โปแลนด์แล้วประมาณ 220,000 เฮคตาร์

3. ข้อเสนอแนะและข้อสนเทศเพิ่มเติม

นสพ.Dziennik Polski รายงานว่า การเดินทางออกไปทำงานนอกประเทศของชาวโปแลนด์จำนวนมากเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารของโปแลนด์สูงขึ้น ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในสหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่มีชาวโปแลนด์เข้าไปอยู่อาศัยและทำงานจำนวนมากต่างทยอยกันเปิด section สินค้าอาหารจากโปแลนด์ โดยประเภทสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นอย่างเด่นชัด ได้แก่ ขนมหวาน chocolate (บริษัท Wawel SA) และเบียร์ (Zywiec, Calrsberg Polska) เป็นต้น