การสำรวจของ NTC Research ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ก.พ.50 พบว่าภาวะการผลิตในเขตยูโรโซนชะลอตัวลงในเดือนม.ค.แต่ยังคงขยายตัวในอัตราที่น่าพอใจ

ดัชนีผู้จัดซื้อ (Purchasing Managers’ Index, PMI) ของเขตยูโรโซนในเดือนม.ค. อ่อนตัวลงเหลือ 55.5 จุดจากเดิม 56.5 จุดในเดือนธ.ค.49 ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากภาคเอกชนคาดไว้ว่าจะลดลงเหลือ 56.4 จุด

ค่าดัชนีที่อยู่เหนือ 50 จุดหมายความว่าภาคการผลิตกำลังอยู่ในภาวะขยายตัวและถ้าต่ำกว่า 50 ก็หมายความว่ากำลังอยู่ในภาวะหดตัว ดังนั้นค่าดัชนี PMI ล่าสุดแสดงว่ามีสภาพธุรกิจยังคงมีการปรับตัวดีขึ้นซึ่งนับเป็นเดือนที่ 19 ติดต่อกัน แต่ก็เป็นอัตราการเติบโตที่ลดลงในรอบ 11 เดือน

คำสั่งซื้อใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นแต่ก็เพิ่มในอัตราน้อยและทำให้การเติบโตของการผลิตน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.49เป็นต้นมาด้วย ในขณะที่จำนวนสินค้าระหว่างผลิตมีจำนวนมากเป็นเดือนที่19 ติดต่อกันซึ่งหมายความว่ากำลังการผลิตส่วนที่เหลืออยู่มีน้อย และแม้ว่าอัตราเติบโตของผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่จะเฉื่อยลงแต่ภาคการผลิตก็ได้ว่าจ้างงานในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2543 เป็นต้นมา

นักเศรษฐศาสตร์จาก Global Insight กล่าวว่า ค่าดัชนี PMI ของยูโรโซนแสดงให้เห็นว่าแรงผลักดันจากการที่ PMI มีค่าสูงสุดตั้งแต่กลางปี49นั้นได้อ่อนตัวลงแม้ว่าเยอรมันจะมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอยู่ในขณะนี้ก็ตาม ในขณะที่การส่งออกในประเทศสมาชิกอื่นส่วนมากยังคงอยู่ในระดับปานกลางซึ่งอาจเป็นที่แน่นอนว่าได้รับผลกระทบจากค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตามบรรดานักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าภาวะการผลิตที่อ่อนตัวลงคงไม่สามารถทำให้ธนาคารกลางยุโรปเลิกแผนการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์จาก Unicredit กล่าวว่า ธนาคารกลางยุโรปจะเน้นความสนใจเรื่องการปรับปรุงสภาพการว่าจ้างงานและการเพิ่มของระดับราคาเนื่องจากมีแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าราคาค่าแรงได้เพิ่มสูงขึ้นและความเสี่ยงด้านระดับราคา (เงินเฟ้อ) มากขึ้น ดังนั้นข้อมูลที่เปิดเผยวันนี้คงยังไม่ทำให้ธนาคารกลางยุโรปเลิกตรึงเศรษฐกิจในระยะเวลาอันใกล้

ที่มา: www.eubusiness.com/Factsfig/manufacturing.68