ดีไซเนอร์ไทยที่กำลังมองหาลู่ทางเข้ามาตลาดยุโรป ฟังทางนี้ คุณ Damien Yurkievich รองผู้จัดการของงาน Prêt à Porter มาเผยเคล็ดลับการเข้าตลาดแฟชั่นยุโรป ว่ามีดังนี้


>> ต้องมีจุดยืนในตลาดให้ชัดเจน
การเข้ามาในตลาดยุโรปนั้น คุณอาจเลือกที่จะเปิดตัวอย่างเริดหรูอลังการที่สุดคือ การจัดแคตวอล์กในงานแสดงแฟชั่นชั้นนำ เพื่อให้โลกรู้ว่า…ฉันมาแล้ว ! ซึ่งวิธีนี้ต้องมีทุนทรัพย์ที่อุ่นหนาฝาคั่ง และการดีไซน์ก็ต้อง so edgy โดดเด่นล้ำใคร ที่สำคัญ หากทุนไม่หนา กรุณาอย่าเลียนแบบ

แต่หากไม่คุณไม่ใช่ทายาทตระกูล Hilton ที่อยากมาลองจับตลาดแฟชั่น ก็ไม่ต้องถอดใจ เพราะคุณ Yurkievich บอกว่า หากแบรนด์มีดีไซน์มีที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ชัดเจน มีความแตกต่างโดดเด่นจากแบรนด์อื่นๆ ก็จะสามารถมีช่องทางเข้ามาในตลาดยุโรปได้

>> นอกจากออกงานแฟร์แล้ว ต้องมีกลยุทธประชาสัมพันธ์ที่ดี
ในการเข้าตลาดยุโรป นอกจาก การเข้าร่วมในงานแสดงสินค้าแฟชั่น เพื่อหาผู้แทนจำหน่ายแล้ว การประชาสัมพันธ์และการวางกลยุทธทางการค้าก็สำคัญกว่าทิ่คิด

การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า นอกจากจะเป็นการแนะนำสินค้าการดีไซน์ของเราแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเรา ดังนั้น จึงต้องมาร่วมเข้าร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ โดยคุณ Yurkievich กล่าวว่า ปกติแล้ว น้อยคนนักที่มาร่วมงานในครั้งแรกแล้วจะได้ลูกค้า หรือได้ออเดอร์เลย ส่วนใหญ่ลูกค้าเค้าจะแค่เล็งเราเอาไว้เวลาเรามาร่วมงานครั้งแรก และจะเข้ามาติดต่อสั่งซื้อ เมื่อเรามาร่วมงานเป็นครั้งที่ 3 เป็นต้นไป เพราะเขาต้องการมีความแน่ใจว่า แบรนด์เรามีความน่าเชื่อถือ สามารถป้อนสินค้าให้เขาได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ส่งให้ครั้งเดียวแล้วก็หายตัวไป ทำให้เขาเสียชื่อเสียงกับห้างร้านที่เขาติดต่อด้วยเหมือนกัน

ส่วนการประชาสัมพันธ์ก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่แบรนด์ แต่ก่อนทำการประชาสัมพันธ์ก็ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี เช่น สามารถแสดงให้เห็นคอลเลคชั่นของทุกฤดูกาลตลอดทั้งปีนั้นได้

>> การบริการในเชิงธุรกิจก็ต้องดีด้วย
คุณ Yurkievich กล่าวว่าการที่ผู้แทนจำหน่ายจะเลือกซื้อสินค้าของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง นอกจากพิจารณาจากการดีไซน์ที่ตรงกลุ่มลูกค้าของตนแล้ว ก็ยังพิจารณาจากคุณภาพของสินค้า และชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของบริษัท และที่สำคัญคือ การบริการในเชิงธุรกิจที่ดี (commercial services) เช่น ส่งสินค้าได้ทันตามกำหนดเวลา ที่ผ่านมา มีดีไซเนอร์เก่งๆ ต้องออกจากธุรกิจ เพราะพลาดในเรื่องนี้มาหลายคนแล้ว

>> Keywords: “Identity, Credibility and Reliability”
สรุปแล้ว ดูเหมือนว่าการเจาะตลาดยุโรปจะมีหัวใจสำคัญ 3 ประการ คือ การออกแบบดีไซน์ต้องชัดเจน เป็นตัวของตัวเอง ต้องมีการวางกลยุทธสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และต้องเป็นคู่ค้าธุรกิจที่ดีเชื่อถือได้นั่นเองค่ะ ฟังดูไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินฝีมือคนไทย ที่เก่งทั้งเรื่องการออกแบบสร้างสรรค์ และมีจิดใจบริการ เลยใช่ไหมคะ

>>แล้วมาร่วมงานเมื่อไหร่ดี
หากการออกงานแสดงสินค้าต่างชาติคือ “ประตูสู่สากล” แต่ในแต่ละปี ดูจะมีงานงานแสดงสินค้าแฟชั่นตลอดทั้งปีมากมายหลายงาน แล้วควรจะมาร่วมงานเมื่อไหร่ดี

คุณวิมลภัทร์ พร้อมเชื้อแก้ว แห่งสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปารีส กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า สำหรับกรณีของประเทศฝรั่งเสศแล้ว ได้แบ่งเทศกาลแฟชั่นออกเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว และ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน แต่ละฤดูจะแบ่งเป็น 3 ช่วง

สำหรับฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว
1) ช่วงเดือนกรกฎาคม
จะมีเทศกาลเดือนแฟชั่นกันทั่วเมืองปารีส เป็นการสั่งซื้อแบบ Haute Couture แบบที่เห็นตามสื่อมวลชนต่าๆ และจะจะเป็นช่วงที่ผู้ผลิตต่างๆ มาดูแนวโน้มแฟชั่นกัน

2) ช่วงเดือนกุมภาพันธ์
เป็นฤดูการสั่งซื้อ เช่น ในงาน Prêt à Porter 2007

3) ช่วงเดือนมีนาคม
เป็นช่วง Paris fashion week ซึ่งผู้ซื้อจากต่างประเทศเดินทางเข้ามามากกว่า เป็นตัวงานจะค่อนข้างกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ซื้อระดับ show room ไม่ใช่ระดับร้านค้าปลีก หรือ distributor ทั่วไป และจะเป็นแฟชั่นระดับทั่วไป ที่มียี่ห้อ และ Trendy มากๆ

สำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

ก็เช่นเดียวกับข้างต้น กล่าวคือ 1) มีงาน Haute Couture ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2) งาน Prêt à Porter ในช่วงเดือนกันยายน และ 3) Paris Fashion Week ช่วงเดือนตุลาคม

ว่าแล้ว ก็มาอ่านประสบการณ์แบรนด์ไทยในตลาดยุโรปได้ต่อ ที่นี่ เลยค่ะ