นาย Rodolfo Severino อดีตเลขาธิการอาเซียน และนาย Bernhard Zepter อดีตเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศญี่ปุ่น และอดีตรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการยุโรปได้แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Regionalisation: Asian Views on the European Experience จัดโดย European Policy Centre (EPC) ณ กรุงบรัสเซลส์ วันที่ 12 ก.พ. 2550 มีผู้สนใจทั้งชาวยุโรปและเอเชียร่วมฟังอย่างหนาแน่น การกล่าวปาฐกถาพิเศษครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนเมืองสำคัญต่างๆ ในยุโรปและเอเชีย ได้แก่ บรัสเซลส์ เบอร์ลิน ดับลิน ลอนดอน ปารีส เฮก วอร์ซอ ปักกิ่ง จาการ์ตา มะนิลา สิงคโปร์ และโตเกียว เพื่อเผยแพร่วิสัยทัศน์ของผู้มีประสบการณ์ทั้งสองท่านเกี่ยวกับอนาคตความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรป ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Asia-Europe Foundation (ASEF)

หัวข้อการปาฐกถาพิเศษครั้งนี้ Regionalisation: Asian Views on The European Experience อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวข้อ classic สำหรับการหารือและถกเถียง (debate) ในประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์เอเชีย-ยุโรป โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าอาเซียนในฐานะกลุ่มประเทศน้องใหม่ที่มุ่งการบูรณาการในภูมิภาคเอเชีย จะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์บูรณาการที่แข้มแข็งและยาวนานของสหภาพยุโรปได้อย่างไรบ้าง

นาย Rodolfo Severino อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวถึงเน้นถึงการรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนและการรวมตัวในกรอบ ASEAN+3 โดยเฉพาะบทบาทของอาเซียนในเวที ASEAN+3 ว่ามีความคืบหน้าไปมาก และหวังว่าจะได้เห็นความสำเร็จของ ASEAN Charter ในไม่ช้านี้ หากแต่บูรณาการของอาเซียนไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับของสหภาพยุโรปได้ เนื่องจากสองภูมิภาคต่างมีเหตุผล ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์ในการรวมตัวที่แตกต่างกัน อาเซียนมีเหตุผลด้านเศรษฐกิจเป็นหลักที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการรวมตัว เป็นการรวมตัวแบบไม่เป็นทางการ และในเอเชียมีความแตกต่างด้านโครงการเศรษฐกิจ การเมือง และค่านิยมของประชาชนอยู่มาก แต่สหภาพยุโรปเป็นการบูรณาการที่เกิดจากประวัติศาสตร์สงคราม จนทำให้เกิดการบูรณาการ ซึ่งตั้งอยู่บนสนธิสัญญาและมีสถาบันที่ชัดเจน

นาย Bernhard Zepter อดีตเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศญี่ปุ่น และอดีตรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวถึงความสำเร็จของการบูรณาการของสหภาพยุโรป ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดแบบ sui-generis ซึ่งเป็นการผสมผสานของการบูรณาการและความร่วมมือในหลายระดับ (different levels of cooperation) อันเป็นหัวใจสำคัญของการบูรณาการของยุโรป ภายใต้โครงสร้างสถาบันที่เข้มแข็งและเน้นการดำเนินงานแบบ bottom-up ไม่ใช่ top-down ทำให้ประชาชนทีสิทธิมีเสียง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และภายใต้กฎหมาย (Rules of Law) นอกจากนั้น นาย Zepter เน้นว่าแม้เอเชียจะได้รับความสนใจจากยุโรปค่อนข้างช้า แต่ปัจจุบันยุโรปให้ความสนใจเอเชียเป็นลำดับต้นๆ

ที่สำคัญ ผู้มีประสบการณ์ทั้งสองเน้นเป็นเสียงเดียวกันว่า อาเซียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์บูรณาการของยุโรปมามากและยังเรียนรู้ได้อีกมากด้วย

นอกจากนั้น ประเด็นน่าสนใจที่สังเกตได้ในระหว่างการปาฐกถา คือ ดูเหมือนว่าชาวยุโรป (ที่มาเข้าร่วมสัมมนา) หลายท่านได้ตั้งคำถามหลายคำถามที่สื่อถึงความไม่มั่นใจในความสำเร็จของบูรณาการของสหภาพยุโรป (เสียเอง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันที่ธรรมนูญยุโรปยังติดขัด อย่างไรก็ดี นาย Zepter กลับแสดงความเห็นในเชิงบวกว่า ตนยังคงมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของบูรณาการของสหภาพยุโรปอย่างมาก และมั่นใจว่าแม้จะติดขัดบ้าง (ในปัจจุบัน) แต่บูรณาการของยุโรปจะเดินหน้าต่อไปได้ ขอให้ชาวยุโรปจงเชื่อมั่นและภูมิใจว่ายุโรปจะเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้แก่การบูรณาการของหลายภูมิภาคในโลกต่อไป รวมทั้งอาเซียน

ในโอกาสเดียวกัน นาย Severino ได้เปิดตัวหนังสือ“Southeast Asia in Search of an Asean Community: Insights from the former ASEAN Secretary-General”ด้วย