รัสเซียมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ค่อนข้างแข็งกร้าวต่อการเดินหน้าโครงการติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในพรมแดนยุโรปตะวันออกตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. ปฏิกิริยาล่าสุดของรัสเซีย

1.1 เมื่อวันที่ 15 ก.พ.50 นายพล Yuri Baluyevsky เสนาธิการทหารของรัสเซียกล่าวที่กรุงวอชิงตันว่ารัสเซียอาจถอนตัวจากการเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (Intermediate-Range Nuclear Forces – INF) ที่นาย Ronald Reagan อดีตปธน.สหรัฐฯ และนาย Mikhail Gorbachov อดีตปธน.รัสเซียได้ร่วมลงนามเมื่อปี 2530 หากสหรัฐฯ จะเดินหน้าโครงการติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธในโปแลนด์หรือสาธารณรัฐเช็กเนื่องจากไม่เชื่อว่าโครงการดังกล่าวของสหรัฐฯ มิได้มีขึ้นเพื่อต่อต้านรัสเซีย

1.2 ก่อนหน้าที่นายพล Baluyevsky จะออกมาแสดงท่าทีดังกล่าว ปธน.Vladimir Putin และนาย Sergey Ivanov รมว.กลาโหมของรัสเซียก็เคยใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์และแถลงการณ์ระบุท่าทีที่ชัดเจนว่าหากสหรัฐฯ ติดตั้งฐานหรือระบบต่อต้านขีปนาวุธในโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก รัสเซียจะถอนตัวจากการเป็นภาคีสนธิสัญญา INF ทันที

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ก.พ.50 ปธน.Putin ได้กล่าวย้ำในงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชนประจำปีต่อหน้าผู้สื่อข่าวรัสเซียและต่างประเทศร่วม 1,230 รายว่าเหตุผลของสหรัฐฯ ในการจะติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธยังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ ผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียไม่คิดว่าการติดตั้งระบบดังกล่าวในดินแดนยุโรปตะวันออกจะมีขึ้นเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่านหรือผู้ก่อการร้าย เพราะอิหร่านไม่มีขีปนาวุธที่มีศักยภาพยิงมาถึงยุโรปได้ ทั้งยังกล่าวเป็นนัยถึงความเป็นไปได้ที่อาจมีมาตรการตอบโต้ด้วย

1.3 ในทางตรงกันข้าม สำนักโฆษกกต.ยูเครนกลับให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมศักยภาพในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้าย ทั้งได้อ้างถึงประสบการณ์จากการมีความร่วมมือกับรัสเซียในการติดตั้งระบบเตือนภัยการโจมตีด้วยขีปนาวุธในดินแดนของตน ยูเครนจึงมั่นใจว่าการติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธฯ ไม่ว่าจะในสาธารณรัฐเช็กหรือโปแลนด์ต่างจะช่วยเสริมศักยภาพประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันภัยคุกคามจากการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ได้

2. ผลประโยชน์ที่โปแลนด์จะได้รับจากการเป็นประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ

2.1 ข้อเรียกร้องของโปแลนด์

2.1.1 การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับโปแลนด์เกิดภาวะชะงักงันตั้งแต่เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2549 (ผลจากการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของนาย Radoslaw Sikorski อดีตรมว.กลาโหมเมื่อเดือนกันยายน 49) เนื่องจากฝ่ายโปแลนด์เรียกร้องหลักประกันด้านความมั่นคงเพิ่มเติมจากฝ่ายสหรัฐฯ สรุปได้ ดังนี้

(1) ต้องการให้สหรัฐฯ สนับสนุนขีปนาวุธ Patriot เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบต่อต้านอากาศยาน (anti-aircraft defense system) ของโปแลนด์

(2) ต้องการลงนามความตกลงเพิ่มเติมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีด้านการทหารกับสหรัฐฯ เนื่องจากระบบต่อต้านขีปนาวุธที่กำลังจะติดตั้งมีไว้เพื่อป้องกันการโจมตีสหรัฐฯ จากขีปนาวุธของอิหร่านหรือเกาหลีเหนือ แต่มิได้ปกป้องดินแดนโปแลนด์ต่อการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นได้จากขีปนาวุธวิถีกลางหรือใกล้ของรัสเซียและเบลารุส

2.1.2 อย่างไรก็ดี ล่าสุด นาย Aleksander Szczyglo รมว.กลาโหมโปแลนด์ระบุว่า ภายใน 2 สัปดาห์รัฐบาลโปแลนด์จะสามารถให้คำตอบได้ว่าสหรัฐฯ จะสามารถใช้ดินแดนของโปแลนด์ติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธดังกล่าวได้หรือไม่

2.2 ผลประโยชน์ที่โปแลนด์จะได้รับ

2.2.1 นายพล Stanislaw Koziej อดีตรมช.กลาโหมโปแลนด์ได้แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับจุดยืนในการเจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดของโปแลนด์ ดังนี้

(1) ควรเรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดผลกระทบเชิงลบใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ดินแดนโปแลนด์เป็นที่ตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธ โดยเฉพาะการถูกคุกคามทางทหารและความมั่นคงที่อาจเพิ่มขึ้นรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์และรัสเซียที่อาจเลวร้ายลง

(2) ควรได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ การลงทุนในระบบต่อต้านอากาศยานของโปแลนด์ความร่วมมือด้านข่าวกรองและการต่อต้านการจารกรรมและการสืบราชการลับ

2.2.2 เนื่องด้วยฐานต่อต้านขีปนาวุธมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเป็นหนึ่งในระบบการป้องกันการโจมตีที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ นายพล Koziej จึงเห็นว่าการใช้ดินแดนของโปแลนด์เป็นที่ตั้งของฐานต่อต้านขีปนาวุธจะช่วยเพิ่มโอกาสให้โปแลนด์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการทหารระดับสูงของสหรัฐฯ และเห็นว่าโปแลนด์จะได้รับประโยชน์มากกว่าหากทั้งระบบเรดาร์และฐานปล่อยขีปนาวุธมาติดตั้งในดินแดนโปแลนด์ ทั้งนี้ ต้องอยู่บนหลักการที่ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเข้าถึง-แลกเปลี่ยนข้อมูล มีกระบวนการตัดสินใจและอนุมัติที่เท่าเทียมกัน

3. ปฏิกิริยาล่าสุดบุคคลสำคัญของโปแลนด์

3.1 วานนี้ (19 ก.พ.50) นรม. Jaroslaw Kaczynski ได้ร่วมหารือกับนาย Mirek Topolanek นรม.สาธารณรัฐเช็กเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยเห็นพ้องว่าประเทศทั้งสองน่าจะให้คำตอบที่เป็นบวกและเริ่มกระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ ได้

นรม.Topolanek ยังได้ระบุด้วยว่า นรม.Kaczynski และตนได้หารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโดยละเอียด ทั้งปฏิกิริยาของรัสเซียและความพยายามของนรม.Kaczynski ที่จะทำความเข้าใจกับรัสเซียว่าระบบดังกล่าวมิได้มีขึ้นเพื่อมุ่งต่อต้านรัสเซีย รวมทั้งหารือถึงท่าที NATO และประชามติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในทั้งสองประเทศ

3.2 นาย Bohdan Zdrojewski หัวหน้ากลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนฯ สังกัดพรรค PO (ฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรค PO ต้องการเห็นการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามวิถีทางรัฐสภาที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นทางการ โดยเริ่มจากการเจรจาภายในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและความมั่นคงสภาผู้แทนราษฎรฯ การอภิปรายในสภาฯ การลงนามร่วมกันอย่างเป็นทางการและการให้สัตยาบันโดยประธานาธิบดี

3.3 นาย Jerzy Szmajdzinski หัวหน้ากลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนฯ สังกัดพรรค SLD(ฝ่ายค้าน) และอดีตรมว.กลาโหมโปแลนด์กล่าวว่า รัฐบาลควรทำประชาพิจารณ์ อธิบายและให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชนก่อนตัดสินใจใดๆ

3.4 นาย Andrzej Lepper รองนรม.และหัวหน้าพรรค Samoobrona กล่าวว่า พรรค Samoobrona สนับสนุน การทำประชามติ พร้อมทั้งระบุว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจะต้องไม่ทำให้โปแลนด์ขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรให้รัสเซียมีอำนาจกดดันเหนือการตัดสินใจ เพราะการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อโปแลนด์อีกหลายช่วงอายุคนมิใช่เพียงหนึ่งหรือหลายปี

นอกจากนั้น ได้กล่าวย้ำด้วยว่ากรณีฐานต่อต้านขีปนาวุธมิได้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงนามระหว่างพรรค PiS ,LPR และ Samoobrona ซึ่งมีความหมายเป็นนัยว่าพรรค Samoobrona ไม่จำเป็นต้องสนับสนุนการตัดสินใจของพรรค PiS ต่อกรณีดังกล่าว

4. ข้อสนเทศเพิ่มเติม

ผลการสำรวจความคิดเห็นของสำนัก CBOS ระบุว่าร้อยละ 55 ของชาวโปแลนด์คัดค้านการใช้ดินแดนโปแลนด์เป็นที่ตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธ โดยนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้ายแล้วอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์กับรัสเซียเลวร้ายลง ในขณะที่มีผู้สนับสนุนเพียงร้อยละ 28