มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping หรือ AD) ถือเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่สำคัญอย่างหนึ่งของสหภาพยุโรป AD เป็นมาตรการปกป้องทางการค้าที่สหภาพยุโรปใช้มากที่สุด และไทยได้รับผลกระทบมากที่สุดด้วย ระหว่างเดือน ม.ค. 2539- ม.ค. 2549 สหภาพยุโรปใช้มาตรการ AD ทั้งหมด 194 กรณี และประเทศที่ถูกใช้มาตรการ AD มากที่สุดคือ จีน (38 กรณี) อินเดีย (16 กรณี) ตามสถิติของสำนักงานพาณิชย์ต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป (ณ มี.ค. 2550) ปัจจุบัน สินค้าไทยที่ถูกใช้มาตรการ AD มี 8 กรณี ได้แก่


๏โทรทัศน์สี (Color Television)

๏ท่อ/ข้อต่อทำด้วยเหล็ก (Tube and pipe fitting, of iron or steel)

๏เม็ดพลาสติก (Polyethylene terephthalate: P.E.T)

๏ถุงพลาสติก (Plastic sacks and bags)

๏ท่อเหล็ก (Welded tubes and pipes, of iron or non-alloy steel)

๏สลักภัณฑ์ (Stainless steel fasteners and parts thereof)

๏Coumarin

๏ สายเคเบิ้ล (Steel Ropes and Cable): อยู่ระหว่าง Partial Interim Review

สำหรับกรณีที่หมดอายุการจัดเก็บอากร AD ครบ 5 ปีในช่วงปี 2006 (2549) ได้แก่ เส้นใยสั้นสังเคราะห์ทำด้วยโพลีเอสเตอร์ (Polyester Staple Fibres – PSF)

สินค้าไทยที่โดนไต่สวนในปี 2549 มี 3 รายการ ได้แก่ หลอดภาพโทรทัศน์สี ข้าวโพดหวาน และถุงพลาสติก ซึ่งผลการไต่สวนออกมาว่าไม่มีการเรียกเก็บอากร AD สำหรับหลอดภาพโทรทัศน์สี ส่วนถุงพลาสติก EU เรียกเก็บอากร AD จากไทยในอัตราระหว่าง 5.1-14.3% ส่วนข้าวโพดหวานอยู่ในระหว่างการไต่สวน

1 การทุ่มตลาดและมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดคืออะไร

การทุ่มตลาด หมายถึง การขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ขายในประเทศผู้ส่งออก และเป็นการเอาเปรียบด้านราคาในตลาด แต่กฎระเบียบว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดของสหภาพยุโรปได้ให้ความหมายของการทุ่มตลาดไว้ว่า คือ การขายสินค้าในสหภาพยุโรปในราคาที่ต่ำกว่า ‘มูลค่าปรกติ’ (normal value)

การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดได้ ต้องพบว่า มีเหตุการณ์ทั้งสามข้อ ดังนี้

– มีการทุ่มตลาดจริง

– มีความเสียหายของอุตสาหกรรมภายใน และ

– ความเสียหายนั้นเกิดจากการทุ่มตลาด

กฎระเบียบการทุ่มตลาดตั้งแต่เริ่มใช้จนถึงปี 2549 (ค.ศ. 2006) สหภาพยุโรปได้ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือมาตรการ AD ไปแล้ว 118 ราย กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน 68 ราย (ซึ่งเป็นการสอบสวนใหม่ 30 ราย และเป็นการทบทวนการสอบสวนเดิม 38 ราย) จีนเป็นประเทศที่โดนมาตรการ AD ของสหภาพยุโรปมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 14 ของการใช้มาตรการ AD ของสหภาพยุโรป นอกจากนั้น อินเดีย รัสเซีย เกาหลี ไต้หวัน และไทย ก็โดนมาตรการ AD มากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการขยายสมาชิกภาพครั้งที่ 5 เมื่อปี 2547 โปร์แลนด์เคยเป็นประเทศที่ถูกสอบสวนการทุ่มตลาดมากที่สุด ตามมาด้วยยูเครน และตุรกี

อย่างไรก็ดี มาตรการ AD นั้นเป็นไปตามความตกลงใน World Trade Organisation (WTO) ที่อนุญาตให้ใช้มาตรการ AD ได้

2 มาตรการ AD ของสหภาพยุโรป

กฎระเบียบหลักของสหภาพยุโรปที่เกี่ยวกับการใช้ AD ได้แก่ Council Regulation 384/1996 ซึ่งอนุญาตให้คณะมนตรีสหภาพยุโรป (European Council หรือ Council) ใช้มาตรการ AD ต่อประเทศที่ไม่ใช้สมาชิกสหภาพยุโรปได้ในกรณีดังต่อไปนี้

๏ หากมีการพบว่ามีการทุ่มตลาด กล่าวคือ ราคาที่ส่งออกสำหรับสินค้าที่ขายในสหภาพยุโรปนั้นต่ำกว่า มูลค่าปรกติ (normal value)

๏ หากสร้างความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมภายในยุโรป กล่าวคือ การนำเข้านั้นๆ ส่งผลต่อ/หรือ threaten to cause ให้เกิดความเสียหายแก่ภาคอุตสาหกรรมสหภาพยุโรป อาทิ การสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด การลดราคาโดยผู้ผลิต และการกดดันทางด้านการผลิต การขาย ผลกำไร และผลผลิต ฯลฯ

๏ หากเกิดผลประโยชน์สำหรับสาธารณชนในสหภาพยุโรป กล่าวคือ การที่สหภาพยุโรปจะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดนั้นต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าการได้รับผลประโยชน์

เมื่อเห็นว่ามีการทุ่มตลาดเกิดขึ้น ภาคอุตสาหกรรมหรือรัฐบาลประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปได้ โดยคณะกรรมาธิการยุโรปใช้เวลา 45 วันสำหรับตรวจสอบการคำร้อง (โดยการปรึกษากับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป) และตัดสินว่าจะมีหลักฐานพอเพียงสำหรับเริ่มการไต่สวนแบบเป็นทางการหรือไม่ หากมีหลักฐานไม่พอเพียง ตัวแทนของอุตสาหกรรมภายในสหภาพยุโรปที่ยื่นคำร้องต้องมีปริมาณการผลิตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของการผลิตสินค้าประเภทดังกล่าวในสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถปฏิเสธไม่รับคำร้องดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หากขั้นตอนการไต่สวนเริ่มขึ้น โดยปรกติแล้วการไต่สวนจะใช้ระยะเวลาประมาณ 12 เดือน และจะต้องไม่เกิน 15 เดือน โดยมีขั้นตอน ดังนี้

๏ เมื่อเริ่มการไต่สวนการทุ่มตลาด คณะกรรมาธิการยุโรปจะประกาศใน Official Journal และจะมีหนังสือแจ้งเปิดการไต่สวนมายัง รัฐบาลประเทศผู้ส่งออก และผู้ส่งออกไทยที่ถูกกล่าวหาโดยตรง และมีประกาศแจ้งในเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป และองค์การการค้าโลก (WTO)

๏ คณะกรรมาธิการยุโรปจะแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ และจะให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้นำเข้า ในการความคิดเห็นและชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการกรณีการทุ่มตลาดดังกล่าว ปรกติแล้วจะกระทำโดยการส่งแบบสอบถามไปยังกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง

๏ นอกจากผู้ส่งออกต้องให้ข้อมูลและความคิดเห็นเพิ่มเติมในระหว่างการไต่สวนการทุ่มตลาดแล้ว องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคและสมาคมการค้าของประเทศผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และผู้ฟ้องร้องสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้วย

๏ ผู้ส่งออกมีเวลา 37 วันสำหรับการตอบโต้ผ่านแบบสอบถาม โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบสอบถาม (ทั้งนี้ สามารถขอต่อระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม เป็นกรณีไป) ที่ผ่านมาคณะกรรมธิการยุโรปมักให้ต่อระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

๏ นอกจากนั้น ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิเรียกร้องให้มีการหารือกันโดยตรง ‘Hearing’ ระหว่างอุตสาหกรรมภายใน ผู้ส่งออกและผู้แทนจากคณะกรรมาธิการยุโรป

3 การแก้ต่าง หากบริษัทโดยฟ้องมาตรการ AD ต้องดำเนินการอย่างไร

ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากประเทศที่สามที่ถูกคณะกรรมาธิการยุโรปแจ้งเตือนว่ากำลังจะเริ่มการไต่สวนมาตรการ AD สามารถพยายามเข้าแก้ต่างได้โดย

1) แจ้งความประสงค์เข้าร่วมการไต่สวนฯต่อคณะกรรมาธิการยุโรป

2) ตอบแบบสอบถาม

3) แสดงความเห็นการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด และหลักฐานเอกสารที่ใช้พิสูจน์ข้อมูลได้ซึ่งทั้งหมดเป็นโอกาสที่ประเทศผู้ส่งออกอาจยืนยันว่าตนไม่ได้ใช้มาตรการการทุ่มตลาดแต่อย่างใด และไม่ควรถูกปรับการใช้อากรการทุ่มตลาด ทั้งนี้ หากมีระบบการจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและเอกสารที่ได้มาตรฐานและความเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณาไต่สวนการทุ่มตลาด ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษากฎหมายมาช่วยในการแก้ต่าง เพราะการพิจารณาไต่สวนจะยึดตามข้อมูลที่ได้รับ (บางกรณี หากอุตสาหกรรมภายในเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สำคัญของยุโรปอาจจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องได้ แต่ผู้ส่งออกต้องยืนยันต่อสู้ด้วยข้อมูลว่ามีการทุ่มตลาดต่ำหรือไม่มีความเสียหายหรือความเสียหายนั้นไม่ได้เกิดจากการทุ่มตลาด)

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกับผู้ส่งออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ในการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการแก้ต่าง และให้ข้อแนะนำในการต่อสู้ในแต่ละขั้นตอนของการไต่สวนตามกฎหมาย ไม่ว่าจะจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ในการให้คำแนะนำ หลักเกณฑ์ ขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินการแก้ต่าง พร้อมทั้งร่วมยกประเด็นโต้แย้งในการเปิดไต่สวน AD และเข้าร่วมในกระบวนการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง (Verification)

ผู้ส่งออกควร

๏ ติดต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ข้อมูลประกอบการกำหนดกลยุทธ์ในการแก้ต่าง

๏ รวบรวมข้อมูล สถิติการส่งออกและราคาขายสินค้าของบริษัททั้งในและต่างประเทศในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา และข้อมูลอื่นๆ เพื่อเตรียมการตอบแบบสอบถามของประเทศคู่ค้าที่ฟ้อง

๏ สินค้าที่ถูกฟ้อง เป็นสินค้าชนิดเดียวกันที่ส่งออกและอุตสาหกรรมภายในผลิตได้หรือไม่ มีความเหมือนหรือต่างกันที่จุดใดบ้าง ผู้บริโภคเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่

๏ จัดเตรียมบุคลากรในการตอบแบบสอบถาม และติดตามขั้นตอนการไต่สวนฯของกรณีนั้น

๏ จัดเตรียมระบบบัญชีต้นทุน แยกเป็นรายประเภทสินค้า หรือพิกัดที่ถูกกล่าวหา และเตรียมการชี้แจงเมื่อผู้แทนของหน่วยงานผู้ไต่สวนเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลที่บริษัทตอบแบบสอบถามไว้

ทั้งนี้ ผลกระทบทางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นกับตลาดส่งออกสินค้าชนิดนั้น หากถูกใช้มาตรการ AD คือ

๏ การชะลอตัวทางการค้า / การส่งออกลดลง

๏ กระทบต่อการผลิต / การจ้างงาน

๏ เสียความสามารถในการแข่งขัน และเสียส่วนแบ่งตลาดในประเทศคู่ค้า

๏ เสียอำนาจการต่อรองกับผู้นำเข้าในประเทศคู่ค้า

๏ หากประเทศที่ใช้มาตรการเป็นตลาดหลัก และเรียกเก็บอากรในอัตราสูงจนไม่มีการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศนั้น ผู้ประกอบการจะถูกกระทบอย่างรุนแรงจนไม่สามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้

4 สถานะล่าสุด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2546-2549) มาตรการ AD ของสหภาพยุโรปเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและหารือกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักธุรกิจยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ AD ต่อสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจากจากจีน และรองเท้าจากเวียดนาม โดยภาคธุรกิจส่วนใหญ่มิได้ขัดขวางการใช้ AD และมาตรการปกป้องทางการค้าในรูปแบบอื่น ๆ แต่อย่างใด แต่ภาคธุรกิจวิพากษ์วิจารณ์ว่าการใช้มาตรการ AD ของสหภาพยุโรปยังขาดความโปร่งใส มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณานาน และไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายและความล่าช้าให้แก่การภาคธุรกิจได้ โดยภาคธุรกิจหวังว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะปรับปรุงวิธีการใช้มาตรการ AD ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นาย Harald Wenig ตำแหน่ง Director, Trade Defense Instrument Directorate คณะกรรมาธิการยุโรป ชี้แจ้งเพิ่มเติมว่าการใช้เครื่องมือปกป้องทางการค้า และมาตรการปกป้องการทุ่มตลาด เป็นสิ่งจำเป็นและยังคงต้องใช้อยู่ต่อไป แต่จะมีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตนเห็นว่า AD เป็นมาตรการทางการค้าที่ใช้เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางด้านตลาดเพื่อให้สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม แต่มิได้มีไว้เพื่อปกป้องตลาดภายใน สหภาพยุโรป เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ธุรกิจยุโรป ในขณะที่ภาคธุรกิจในจีนสามารถผลิตในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายเท่า และผู้ผลิตในอินเดียก็ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐอย่างมาก

สหภาพยุโรปกำลังดำเนินการอยู่คือการทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการค้าต่างประเทศ เริ่มด้วยการออกยุทธศาสตร์ “Global Europe: Competing in the World” (เมื่อเดือน ต.ค. 2549) และหนึ่งในภารกิจของยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือการทบทวนการใช้เครื่องมือปกป้องทางการค้าของสหภาพยุโรปให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ดังนั้น เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2549 DG Trade คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกรายงาน (Communication) เรื่อง “Europe’s trade defence instruments in a changing global economy – A Green Paper for public consultation” เสนอให้ทบทวนมาตรการปกป้องทางการค้าที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ Anti-Dumping, Anti-subsidy และ Safeguard measures

ในรายงานดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปได้หยิบยกประเด็นที่ควรทบทวนในการใช้เครื่องมือปกป้องทางการค้าทั้งสามแบบและระบุข้อคำถาม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายใน EU (ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ค้าปลีก ผู้บริโภค นักวิชาการ ผู้สนใจทั่วไป เป็นต้น) รวมทั้งหน่วยงานรัฐจากประเทศที่สามให้ข้อคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2550 นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดสัมมนาเพื่อปรึกษาและรับฟังความเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวันที่ 13 มี.ค. 2550 และพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป

5 ติดต่อหน่วยราชการไทย

กลุ่มแก้ต่างการทุ่มตลาดและอุดหนุน (สำหรับสหภาพยุโรป) สำนักมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02-5474740
6 อื่นๆ

ข้อมูลเกี่ยวกับ AD ของ DG Trade คณะกรรมาธิการยุโรป
ดูได้ที่นี่

ข้อมูลอ้างอิง
-สำนักมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ
– สำนักงานพาณิชย์ต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป