นาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมันเดินทางเยือนโปแลนด์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16-17 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ผลการเยือนที่สำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. กรอบภารกิจ

1.1 ประกอบด้วย (1) การหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนรม.Jaroslaw Kaczynski ณ ห้องรับรองท่าอากาศยานกรุงวอร์ซอ (2) บรรยายในหัวข้อ “เป้าหมายของเยอรมันในฐานะประธานสหภาพยุโรป” ที่มหาวิทยาลัยวอร์ซอ และ (3) การหารือกับปธน.Lech Kaczynski ณ ทำเนียบประธานาธิบดี และเมือง Jurata ชายฝั่งทะเลบอลติก

1.2 เป้าหมายการเยือน นาง Merkel มุ่งหวังที่จะ (1) ปรับระดับความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างตึงเครียดระหว่างสองประเทศในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเลือกที่จะเดินทางมากับนาย Joachim Sauer สามีเพียงลำพัง ปราศจากที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศเพื่อให้เกิดภาพความเป็นกันเอง (2) ขอรับการสนับสนุนจากโปแลนด์กรณี ร่างธรรมนูญยุโรปฉบับใหม่ และ (3) โน้มน้าวโปแลนด์ให้ปรับระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ กรณีฐานต่อต้านขีปนาวุธฯ จากระดับทวิภาคีเป็นความร่วมมือในกรอบ NATO และหารือกับฝ่ายรัสเซียเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

2. ผลการหารือที่สำคัญระหว่างปธน.Lech Kaczynski กับนาง Angela Merkel

2.1 ธรรมนูญยุโรป

2.1.1 โปแลนด์ตกลงให้ใช้ร่างธรรมนูญยุโรปฉบับปัจจุบันเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อไป โดยการตัดสินใจในกรณีนี้ของโปแลนด์ถือเป็นสัญญาณอันสำคัญที่โปแลนด์ส่งให้กับเยอรมันในฐานะประธานสหภาพยุโรป เนื่องจากโปแลนด์ย้ำมาโดยตลอดที่จะให้มีการยกร่างธรรมนูญยุโรปขึ้นใหม่ทั้งหมด

2.1.2 ปธน.Kaczynski แถลงว่าโปแลนด์จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการยกร่างธรรมนูญยุโรป แต่จะไม่ยกเลิกความคิดของตนที่เชื่อว่าสหภาพยุโรปควรเป็นการรวมตัวระหว่างรัฐที่เหนียวแน่นในขณะที่ยังเป็นอิสระจากกัน แต่ธรรมนูญยุโรปละเมิดสถานะดังกล่าวในบางเรื่อง

2.2 ปฏิญญาเบอร์ลิน (Berlin Declaration)

โปแลนด์จะลงนามในปฏิญญาฯ แม้ไม่มีการระบุประเด็น Christian roots ของยุโรปในเอกสารดังกล่าว

2.3 ประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน

2.3.1 ปธน.Kaczynski มองว่ายังมีโอกาสที่จะเพิ่มข้อกำหนดว่าด้วย solidarity ด้านพลังงานของสหภาพยุโรปในธรรมนูญยุโรป และได้ร้องขอให้มีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดหลักประกันความมั่นคงด้านพลังงานร่วมระหว่างรัฐนอกเหนือจากที่จะระบุลงในธรรมนูญยุโรป

2.3.2 ปธน.Kaczynski รับว่าทั้งสองฝ่ายยังมีทัศนะที่แตกต่างในประเด็น Northern Gas Pipeline อย่างไรก็ดี ได้ย้ำว่าท่าทีโปแลนด์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

2.4 การติดตั้งฐานต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในโปแลนด์

ปธน.Kaczynski ระบุว่า แม้กรณีดังกล่าวจะเป็นประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีโปแลนด์-สหรัฐฯ แต่ในฐานะที่เยอรมันเป็นทั้งพันธมิตรและเพื่อนบ้านจึงมีสิทธิที่จะตั้งคำถามและเสนอข้อโต้แย้งที่เห็นว่าฐานต่อต้านขีปนาวุธควรสร้างภายใต้กรอบ NATO และควรมีการหารือกับรัสเซียก่อน ทั้งนี้ ปธน.Kaczynski ระบุว่าตนจะนำข้อเสนอแนะของนาง Merkel ให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป

3. ข้อสังเกตและข้อสนเทศเพิ่มเติม

3.1 นาง Merkel ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเยอรมันทันทีที่เดินทางกลับถึงกรุงเบอร์ลินโดยระบุว่า การเยือนครั้งนี้ช่วยปรับบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์และเยอรมันได้เป็นอย่างดี และการหารือระหว่างตนกับปธน.Kaczynski ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของโปแลนด์ที่จะประนีประนอมในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับสหภาพยุโรป

3.2 เป็นที่น่าสังเกตว่า โปแลนด์เริ่มมีท่าทีประนีประนอมในประเด็นผลประโยชน์ระหว่างตนกับสหภาพยุโรปอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (EU Summit) เมื่อวันที่ 8-9 มี.ค.50 ที่ผ่านมา ดังเห็นได้จาก

3.2.1 ในการประชุมดังกล่าว โปแลนด์มีความตั้งใจที่จะยกเรื่องระบบการออกเสียง (voting system) ขึ้นหารือในที่ประชุม โปแลนด์ต้องการให้ระบบการออกเสียงของคณะมนตรียุโรปที่จะระบุในร่างธรรมนูญยุโรปฉบับใหม่เป็นไปตามที่ระบุในสนธิสัญญานีซ ซึ่งจะทำให้โปแลนด์มีสัดส่วนของคะแนนเสียงใกล้เคียงกับ 4 ประเทศ “ยักษ์ใหญ่” ของสหภาพยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และอิตาลี (โปแลนด์ : 27 เสียง / ประเทศ Big-4 : 29 เสียง) ในขณะที่ฝ่ายเยอรมันเสนอรูปแบบใหม่ให้ประเด็นที่จะได้รับการอนุมัติต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อยร้อยละ 55 ของประเทศสมาชิกและร้อยละ 65 ของจำนวนประชากรสหภาพยุโรป สิ่งที่น่าสังเกต คือ โปแลนด์ไม่แสดงท่าทีกดดันให้ที่ประชุมต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจนตามความต้องการของตนดังเช่นที่ผ่านมา

3.2.2 ประเด็นเรื่องพลังงานทดแทน ที่โปแลนด์มองว่าเป้าหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับประเด็นนี้สวนทางกับผลประโยชน์ของตนเพราะอาจส่งผลต่อการจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์ จึงตั้งเป้าที่จะให้สหภาพยุโรปผ่อนปรนและมีมาตรการที่ยืดหยุ่นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว แต่โปแลนด์กลับเห็นชอบกับเป้าหมายการเพิ่มปริมาณการบริโภคพลังงานทดแทนของสหภาพยุโรปโดยไม่ต้องมีธรรมนูญเป็นตัวบังคับ โดยภายในปี 2563 จะเพิ่มปริมาณการบริโภคพลังงานทดแทนเป็นร้อยละ 20 ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 20 และเพิ่มปริมาณการบริโภคเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับการขนส่งเป็นร้อยละ 10 ทั้งนี้ ปริมาณการเพิ่มการบริโภคพลังงานทดแทนขึ้นอยู่กับศักยภาพและความเป็นไปได้ของแต่ละประเทศสมาชิกสำหรับโปแลนด์คาดว่าจะสามารถเพิ่มได้ถึงร้อยละ 9-10 จากปัจจุบันร้อยละ 5

3.3 แม้ปัจจุบันเยอรมันในฐานะประธานสหภาพยุโรปยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่โปแลนด์ใช้สิทธิยับยั้งการหารือ “ความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปกับรัสเซีย” และยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับการตัดสินใจของโปแลนด์ต่อเรื่องฐานต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ แต่อย่างน้อยท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของโปแลนด์ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปครั้งล่าสุดต่อเนื่องมาถึงการเยือนโปแลนด์ของนาง Merkel แสดงให้เห็นว่าโปแลนด์เริ่มตระหนักในภาพพจน์ทางลบของตนในสายตาสมาชิกประชาคมยุโรปอื่นๆ และพยายามปรับท่าทีของตนในทางบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากคำแถลงของปธน.Kaczynski (ข้อ 2.1.2) ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ของโปแลนด์ไม่สนับสนุนบูรณาการเต็มรูปแบบของยุโรป และคงไม่ยอมรับร่างธรรมนูญยุโรปที่จะทำให้โปแลนด์ต้องโอนอำนาจอธิปไตยให้กับสหภาพยุโรปมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน