คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปและทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ (กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์) เร่งล็อบบี้สหภาพยุโรปเรื่องการไต่สวนการทุ่มตลาดข้าวโพดหวานของไทย เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยกว่า 1 ล้านคน

ข้าวโพดหวานของไทยได้ถูกไต่สวนการทุ่มตลาดจากคณะกรรมาธิการยุโรปมาตั้งแต่เดือน มีนาคม 2549 โดยภายหลังจากมีการประกาศผลการพิจารณาเบื้องต้นเมื่อ 20 ธ.ค. 2549 ที่จะเก็บ Provisional anti-dumping duty (การเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดชั่วคราว) ข้าวโพดหวานไทยเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนประกาศผลการไต่สวนในขั้นสุดท้าย ทีมประเทศไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ได้หารือกับผู้ส่งออกของไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวและได้เร่งล็อบบี้ฝ่ายสหภาพยุโรป โดยได้ทำหนังสือเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาเรื่องนี้ รวมทั้งเข้าพบบุคคลและหน่วยงานสำคัญของสหภาพยุโรป ได้แก่ (1) นาย Hartmut Nassauer, Chairman, Delegation for relations with the countries of Southeast Asia and ASEAN สมาชิกสภายุโรป (2) นาย Eneko Landaburu เทียบเท่าปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการยุโรป (3) นาย Fritz Harald Wenig อธิบดี DG Trade คณะกรรมาธิการยุโรป

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายว่าจะเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตรา 3.1-12.9% แต่ได้เสนอทางเลือกว่าจะไม่เก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหากผู้ส่งออกไทยตกลงที่จะส่งออกในราคาและปริมาณที่คณะกรรมาธิการจะกำหนด (Price undertaking) โดยจะต้องแจ้งข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลการไต่สวนขั้นสุดท้ายและข้อเสนอดังกล่าวให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบภายในวันที่ 30 เม.ย. ศกนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าข้าวโพดหวานของไทยประมาณวันที่ 20 มิ.ย. 2550

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปจะเร่งล็อบบี้ฝ่ายสหภาพยุโรปอย่างเต็มที่ต่อไปเพื่อให้มีทางออกที่กระทบต่อภาคเอกชนไทยและเกษตรกรไทยน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดย
เอกอัครราชทูตฯ จะพบกับ นาย David O’Sullivan เทียบเท่าปลัดกระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมาธิการยุโรป รวมทั้งหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เช่น เยอรมนี ต่อไป

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
23 เมษายน 2550