ในระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2550 ได้มีการจัดงาน European Seafood Exposition 2007 ที่ Brussels Exhibition Centre กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารทะเลประจำปีแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีผู้ออกงานกว่า 1,600 รายจากกว่า 77 ประเทศ โดยในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทยได้ออกงานร่วมกันในบูธประเทศไทยขนาดใหญ่ (พื้นที่ 168 ตารางเมตร) กลาง Hall 7

บูธประเทศไทยสำเร็จได้ด้วยการดำเนินการของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และผู้ประกอบการ 15 ราย ได้แก่ A&N Foods, Andaman Seafood, Anusorn Manachai Surimi, Chanthaburi Frozen Food, I.T. Foods Industries, Lee Heng Seafood, May Ao Foods, Phatthana Seafood, Sea Value, Sea Wealth Frozen Food, Seafresh Industry, Surapon Food, Surat Seafoods, Thai Spring Fish และ The Union Frozen Products ซึ่งต่างนำเสนอสินค้าอาหารทะเลทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแช่แข็ง แปรรูป และอาหารทะเลพร้อมรับประทานในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามได้มาตรฐาน เป็นที่สนใจของผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายทั้งในยุโรปและจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งแวะเวียนเข้าเยี่ยมชมบูธประเทศไทยอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการอื่นๆ ซึ่งดำเนินธุรกิจกับไทย มาออกบูธในงานด้วย เช่น CPF Europe, Yuu n’ Mee , Grobest Group, Thai Nissin Technomic, Asian Seafoods Coldstroage, Lenk Frozen Foods (Asia) เป็นต้น นอกจากนี้ ที่บูธไทยยังมีการเปิดโอกาสให้ลองลิ้มชิมรสอาหารทะเลไทยจากการปรุงของร้าน Blue Elephant ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานต่างชาติเป็นอย่างมาก

0

คุณจิตต์วิภา ศักดิ์พิทักษ์สกุล (ผอ.กลุ่มงานบริการข้อมูลและให้คำปรึกษาธุรกิจ) สำนักให้คำปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวว่า ทางกรมฯได้ตระหนักถึงความสำคัญของงาน European Seafood Exposition ว่าเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก ในปีนี้ จึงได้ขยายพื้นที่จัดแสดงงานขึ้นเป็น168 ตารางเมตร จากเดิม 44 ตารางเมตร พร้อมประสานงานกับกรมประมง สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และผู้ประกอบการไทย เพื่อช่วยจัดรูปแบบนำเสนอบูธไทยให้มีความสวยงาม เป็นที่สะดุดตา ภายใต้คำขวัญ ‘ครัวไทยสู่โลก’ หรือ ‘Kitchen of the World’ ซึ่งในบูธดังกล่าว นอกจากมีการแบ่งพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการแสดงสินค้าและติดต่อกับลูกค้าแล้ว ยังมีพื้นที่กลางเพื่อประชาสัมพันธ์อาหารทะเลไทยในรูปแบบต่างๆ เช่น การแจกเอกสารและแผ่น CD ข้อมูล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้จัดจำหน่ายจากในยุโรปและประเทศต่างๆทั่วโลก ให้เห็นว่าอาหารทะเลไทยได้รับการควบคุมดูแลคุณภาพและมาตรฐานอย่างใกล้ชิดจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง (logistics) และการส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

seafood 05.jpg

ส่วนทางดร.จิราวรรณ แย้มประยูร รองอธิบดีกรมประมง ได้กล่าวเสริมถึงเรื่องการดูแลมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัยของอาหารทะเลไทยว่า กรมประมงได้มีการประสานงานกับคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค (DG SANCO) ในเรื่องดังกล่าวตลอดเวลา โดยมีการควบคุมดูแลคุณภาพของธุรกิจอุตสาหกรรมประมงไทยทุกขนาดธุรกิจและตลอดทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ (เช่น ผู้เพาะเลี้ยง ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ) ไปจนถึงปลายน้ำ (โรงงาน) และขั้นตอนการส่งออก เพื่อควบคุมให้อาหารทะเลไทยได้คุณภาพตามมาตรฐานสหภาพยุโรป ซึ่งมีระดับมาตรฐานอาหารสูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

ในงาน European Seafood Exposition ในปีนี้ นอกจากเน้นเรื่องคุณภาพแล้ว อุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยยังเริ่มตื่นตัว มุ่งพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างจุดยืนและความแตกต่างให้กับสินค้าของตนในตลาดอาหารทะเลโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ประกอบการไทยเีริ่มผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปในรูปแบบใหม่ๆ หรือการหันไปเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ (organic) เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีช่องทางสำหรับการขยายตัวอยู่ในยุโรป

0ในปีนี้ บริษัท Yuu n’ Mee ผู้ประกอบการชาวออสเตรีย ซึ่งดำเนินธุรกิจกับผู้ส่งออกกุ้งไทยอยู่ด้วย อาทิ สุรีรัตน์ฟาร์ม ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้าย 17 ราย ชิงรางวัล ‘Seafood Prix d’Elite Award’ และยังเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกอีกด้วย

รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่ผู้จัดงาน European Seafood Exposition มอบให้แก่บริษัทที่สามารถสร้างสรรค์ ‘นวัตกรรม’ ให้แก่สินค้าอาหารทะเลในรูปแบบต่างๆ เช่น สินค้าอาหารมีคุณภาพสูง มีคุณค่าทางอาหารสูง มีการสร้างสรรค์ออกแบบบรรจุภัณฑ์สวยงามและสะดวกทั้งต่อผู้บริโภคหรือผู้จัดเตรียมอาหาร และมีรสชาติดี โดยคุณ Mary Larkin รองประธานของผู้จัดงาน European Seafood Exposition ได้ให้สัมภาษณ์และให้นิยามของการสร้างนวัตกรรมว่า คือการรู้จักสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ให้แก่สินค้าด้วยการรู้จักการนำเสนอหรือปรับปรุงใหม่ (new presentation and application) พร้อมทั้งเสริมว่า ปัจจุบัน ‘นวัตกรรม’ คือสิ่งที่จำเป็นในภาวะแนวโน้มของที่ประมงโลกมุ่งไปในการประมงอย่างยั่งยืน โดย ‘sustainability’ (หรือการเลี้ยงแบบชีวภาพ) เป็นหนึ่งในสามแนวโน้มของตลาดสินค้าทะเลยุโรป นอกเหนือไปจากการให้ความสำคัญเรื่องความสะดวก (convenience) และการใส่ใจเรื่องสุขภาพ (health)

thaiembassy_be/euro seafood 07 with agri.jpgในช่วงเย็นของวันที่ 24 เมษายน เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะจากกรมประมง กรมส่งเสริมการส่งออก สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และนักธุรกิจไทย ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ พร้อมใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นจากภาคธุรกิจถึงโอกาสและอุปสรรคของสินค้าอาหารทะเลไทยในยุโรป รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อขยายตลาดสินค้าอาหารทะเลไทยในยุโรปอย่างยั่งยืนต่อไป

bottomในวันที่ 25 เมษายนได้มีการจัดงาน ‘Thai Exotic Night’ โดยกรมประมง และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และได้รับการสนับสนุนจากองค์การ German Development Cooperation (GTZ) เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจไทยได้พบปะพูดคุยกับนักธุรกิจและบุคคลที่อยู่ในแวดวงอาหารทะเลในยุโรป รวมทั้ง สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรป ฯลฯ พร้อมกับใช้เป็นโอกาสเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าของโครงการควบคุมมาตรฐานอาหารทะเลของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) โดยหลังจากที่เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ได้กล่าวเปิดงาน ดร. จรัลธาดา กรรณสูต อธิบดีกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอเรื่องระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) และมอบหมายให้ ดร. วราภรณ์ พรหมพจน์ หัวหน้ากลุ่มความร่วมมือกับต่างประเทศ กรมประมง สาธิตเว็บไซต์ http://www.thaitraceshrimp.com ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตลอดสายการผลิตอย่างสมบูรณ์และครบวงจร หลังจากนั้น Prof. Patrick Sorgeloos คณบดี Bioscience Engineering แห่ง University of Ghent ประเทศเบลเยียม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานของ ASEM Agriculture Platform และอดีตประธาน World Agriculture Society ได้ขึ้นมาแสดงความชื่นชมในการพัฒนากุ้งคุณภาพและความริเริ่มของกรมประมงที่ทำให้ไทยสามารถ pro-active ข่าวในเชิงบวกเกี่ยวกับกุ้งไทยในตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิ

งาน European Seafood Exposition 2007 เป็นโอกาสดีให้แก่ธุรกิจอาหารทะเลไทยในการเข้าตลาดยุโรป โดยได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำเข้ายุโรป พร้อมทั้งดูทิศทางแนวโน้มตลาดอาหารทะเลยุโรปเพื่อพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดยุโรปซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารทะเลที่สำคัญที่สุดรายหนึ่ีงของโลก ไม่เพียงแต่เป็นการออกบูธเพื่อพบปะผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายจากในยุโรปและประเทศต่างๆทั่วโลก งานดังกล่าวยังเป็นโอกาศสำหรับการสร้างเครือข่ายธุรกิจกับผู้ที่อยู่ในวงการ ที่สำคัญ ภาครัฐไทยยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวแสดงให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงอาหารทะเลในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นทั้ง นักธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง นักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป เห็นความจริงจังในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานอาหารทะเลไทย อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจอาหารทะเลไทยในตลาดยุโรปและในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

right

ลิ้งค์ที่น่าสนใจ

  • European Seafood Exposition http://www.euroseafood.com
  • Thailand Kitchen of the World: http://thailand.prd.go.th/ebook/kitchen/index.html
  • เว็บไซต์ระบบตรวจสอบย้อนกลับ กรมประมง http://thailand.prd.go.th/ebook/kitchen/index.html http://www.thaitraceshrimp.com
  • กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพานิชย์ http://www.depthai.go.th/
  • กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://www.fisheries.go.th
  • สมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง http://www.thai-frozen.or.th
  • German Development Cooperation (GTZ) http://www.gtz.de/en/top-themen/618.htm