เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 เจ้าหน้าที่ด้านการค้าของสถานเอกอัครราชทูต/สำนักงานคณะผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน ประจำกรุงบรัสเซลส์ ในคณะ ABC Sub-Committee on Trade (นางอารีรัตน์ สุวรรณทัต เป็นผู้แทนสำนักงานฯ) ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ DG Trade โดยการประสานงานของนาง Sandra Callagan เพื่อหารือและรับฟังความคืบหน้าด้านนโยบายและมาตรการการค้าของ EU
โดยในส่วนที่เกี่ยวกับการเจรจา FTA สรุปได้ดังนี้

นาง Sandra Callagan แจ้งว่า นายปีเตอร์ แมนเดลสัน กรรมาธิการด้านการค้ายุโรป ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับรัฐมนตรีการค้าอาเซียนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 ที่ประเทศบรูไน และประกาศที่จะเริ่มเจรจา EU-ASEAN FTA หลังจากนั้น 2 วัน ได้เดินทางไปเกาหลี และได้ประกาศเริ่มเจรจา EU-Korea FTA ซึ่งในกรณีเกาหลี ทั้งสองฝ่ายได้หารือที่จะเร่งรัดการเจรจาให้เสร็จสิ้น
และสรุปความตกลงในปลายปีนี้

ส่วนกรณี ASEAN ได้ตกลงจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วม (Joint Committee) ทำหน้าที่กำหนดรูปแบบ กรอบ และระยะเวลาการเจรจาต่อไป นอกจากนั้น นาง Sandra ได้ตอบคำถามผู้แทนไทยและมาเลเซียในประเด็น

1) ระยะเวลาการเจรจา น่าจะประมาณ 2 ปี ตามที่ได้เคยมีการหารือไว้ใน vision group และฝ่าย EU ได้รายงานต่อประเทศสมาชิก EU แล้ว สำหรับกำหนดประชุม Joint Committee ครั้งแรก
จะอยู่ในช่วงการประชุมอาเซียนกับ dialogue partners ครั้งต่อไป เดือนกรกฎาคม 2550 นี้ ที่นครโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม

2) อาณัติหรือ mandate ที่ได้รับอนุมัติจากประเทศสมาชิก EU ระบุให้มี coherence ของความตกลง Partnership Cooperation Agreement (PCA) และ FTA ที่ฝ่าย EU จะเจรจากับประเทศ ASEAN ด้วย
โดยมีกระบวนการเจรจาที่เป็นอิสระแยกความเห็น/คำสั่งต่างหากออกจากกัน และไม่ได้เป็นเงื่อนไขว่าต้องสรุปความตกลง PCA ก่อนเจรจา FTA
สามารถเจรจาทั้งสองเรื่องไปพร้อมกันและสรุปผลพร้อมกัน อย่างไรก็ดี ไม่สามารถลงนาม FTA ก่อน PCA

3) mandate ที่ได้รับอนุมัติกรณีเกาหลี และอินเดีย ไม่ระบุเรื่อง PCA เนื่องจากแต่ละประเทศมีความตกลง partnership กับฝ่าย EU มาก่อนหน้าแล้ว

นอกจากนั้น เรื่อง GSP Rules of Origin นาย Robert Light เจ้าหน้าที่ DG TAXUD ได้แนะนำ Mr Pawel Walczuk เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ จาก DG TAXUD ที่จะดูแลประเด็น ROO ในการเจรจา EU-ASEAN FTA และแจ้งความคืบหน้าการปรับปรุง GSP Rules of Origin ให้ง่ายขึ้น โดยใช้มูลค่า value –added เป็นหลัก ว่าได้มีความล่าช้าออกไป เนื่องจากรอผลการศึกษาในสาขาเฉพาะ เช่น สิ่งทอ และผลการจัดทำ Impact Assessment ซึ่งจะมีการเผยแพร่ผลการศึกษา และเสนอร่างระเบียบให้ประเทศสมาชิก EU พิจารณาต่อไป หลังจากร่างระเบียบผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายภายในของ EU แล้ว จะเว้นช่วงเวลาระยะหนึ่งเพื่อการเตรียมตัวของผู้เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงในเรื่อง Form A/ Certificate of Origin รูปแบบใหม่) ก่อนระเบียบมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะต้องมีการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค และการฝึกอบรมแก่ประเทศกำลังพัฒนาด้วย

รายงานโดย นางอารีรัตน์ สุวรรณทัต
สำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงบรัสเซลส์ประจำสหภาพยุโรป
thaibe@coditel.net