แจ้งเตือนผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมไทยให้จับตาร่างระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้สินค้านำเข้าบางประเภท เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง และอัญมณี ต้องติดฉลาก ‘Made-In’ เพื่อระบุประเทศผู้ผลิตสินค้าดังกล่าว อันจะส่งผลให้สินค้าไทยที่ส่งออกมายังสหภาพยุโรปมีภาระและต้นทุนสูงขึ้น

หลังจากที่ในปี 2548 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างระเบียบว่าด้วยการให้ระบุแหล่งที่มีของสินค้านำเข้าบางประเทศ (Original Marking Scheme) ล่าสุด คาดว่า ร่างระเบียบดังกล่าวอาจผ่านการรับรองโดยคณะมนตรียุโรปและมีผลบังคับใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2550

ร่างระเบียบดังกล่าวกำหนดให้สินค้านำเข้าบางประเภท เช่น เครื่องหนัง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องเซรามิก เครื่องแก้ว อัญมณี เฟอร์นิเจอร์ และแปรง ต้องติดฉลากที่ระบุที่มาของสินค้าดังกล่าว หรือ การติดฉลาก ‘Made in (ชื่อประเทศ)’ ที่เห็นได้ชัดเจน โดยฉลากดังกล่าวอาจเป็นภาษาทางการของสหภาพยุโรปภาษาใดก็ได้ที่ลูกค้าในประเทศสมาชิกที่จำหน่ายสินค้าดังกล่าวสามารถเข้าใจได้โดยง่าย ทั้งนี้ การกำหนดประเทศแหล่งกำเนิดสินค้านั้นยึดหลักการกำหนดประเทศแหล่งกำเนิดตามระเบียบ Rules of Origin ของสหภาพยุโรป

คณะกรรมาธิการยุโรปอ้างว่า ร่างระเบียบดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ซื้อสินค้า มิได้มีเจตนาเพื่อที่จะรณรงค์ให้ชาวยุโรปซื้อสินค้าที่ผลิตในสหภาพยุโรปแต่อย่างไร พร้อมอ้างอีกว่า ปัจจุบัน ประเทศคู่ค้ารายสำคัญของสหภาพยุโรป เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ก็มีข้อระเบียบดังกล่าว สหภาพยุโรปจึงควรมีระเบียบดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีผู้แสดงท่าทีคัดค้านร่างระเบียบดังกล่าวทั้งในหมู่ประเทศผู้ส่งออกสินค้ามายังสหภาพยุโรปและภายในสหภาพยุโรปเอง โดยล่าสุด องค์การการค้าในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่น มอรอคโค ตูนิเซีย ร่วมกับองค์การการค้าในยุโรป เช่น ออสเตรีย เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ได้ออกแถลงการณ์ ‘Tunis Declaration’ เพื่อคัดค้านร่างระเบียบดังกล่าว โดยชี้ว่า ร่างระเบียบดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ผลิตในประเทศที่สาม ยังไม่ได้ช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมในยุโรปอย่างแท้จริง แต่กลับเป็นการเพิ่มภาระให้ทั้งผู้ผลิตและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (ที่ต้องกวดขันในเรื่องศุลกากรเพิ่มขึ้น) และสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคชาวยุโรป เนื่องจากกระบวนการผลิตสินค้าในปัจจุบันอาจผ่านหลายๆประเทศ ทว่า ร่างระเบียบดังกล่าวให้ระบุประเทศที่ผลิตสินค้าเพียงประเทศเดียว

ที่สำคัญ ร่างระเบียบดังกล่าวยังขัดแย้งกับท่าทีของสหภาพยุโรปในการเจรจาการค้าโลกรอบโดฮา ซึ่งสหภาพยุโรปต้องการให้มีการลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) แต่ร่างระเบียบดังกล่าวกลับถือได้ว่าเป็นมาตรการ NTB อีกรูปแบบหนึ่ง

  • อ่านร่างระเบียบ Original Marking Scheme ได้ที่:

    http://europa.eu.int/eur-lex/lex/LexUriServ/site/en/com/2005/com2005_0661en01.pdf

  • อ่านระเบียบ Rules of Origins ของสหภาพยุโรป ได้ที่:
    http://ec.europa.eu/taxation_customs/customs/customs_duties/rules_origin/index_en.htm

  • อ่าน Tunis Declaration ได้ที่:
    http://www.aedt.org