เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปได้รับแจ้งจากทางการฝรั่งเศสและออสเตรียว่ามีการตรวจพบนกป่าเสียชีวิตต้องสงสัยว่ามีเชื้อไข้หวัดนก H5N1 สายพันธุ์ชนิดความรุนแรงสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza : HPAI) ในประเทศของตน (ฝรั่งเศสพบในเขต Assenoncourt แคว้น Moselle และออสเตรียพบในเขต Gmunden ทางตอนเหนือ) รวมทั้งเยอรมนีได้ยืนยันการตรวจพบเชื้อ H5N1 ในนกป่าขึ้นอีกในเขตพื้นที่ Thuringia ภายหลังจากที่เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกในนกป่าจากแคว้น Bavaria และ Saxony เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยแล้ว

ขณะนี้ ห้องปฎิบัติการระดับชาติ (National Laboratories) ของฝรั่งเศส ออสเตรีย และเยอรมนี ได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประชาคม (Community Reference Laboratory) ที่ Weybridge ในสหราชอาณาจักร รวมทั้งในขณะเดียวกัน ได้ออกมาตรการเร่งด่วนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกด้วยแล้ว ดังนี้

– จัดตั้งเขตป้องกันโรค (Protection zone) ภายในวงรัศมี 3 กิโลเมตรโดยรอบจุดที่
พบนกป่าเสียชีวิต

– กำหนดเขตเฝ้าระวังโรค (Surveillance zone) ภายในวงรัศมี 10 กิโลเมตร
โดยรอบจุดที่พบนกป่าเสียชีวิต ทั้งนี้ รวมเขตป้องกันโรคไว้ด้วยแล้ว

– สัตว์ปีกทุกตัวที่อยู่ในเขตป้องกันโรคจะต้องถูกกักพื้นที่ไว้เพียงแต่ในโรงเลี้ยง
(indoor) และอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่ได้แต่เฉพาะเมื่อต้องมีการเคลื่อนย้ายไปยังโรงฆ่าแต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกมีความจำเป็นต้องทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกของตนด้วยเหตุผลอื่นๆ จำต้องให้สัตว์ปีกจากเขตป้องกันโรคดังกล่าวผ่านการตรวจสอบหาเชื้อไข้หวัดนกของ EU ก่อน

– ห้ามมีการล่าสัตว์ในเขตป้องกันโรคและเขตเฝ้าระวังโรค

– CA ของ 3 ประเทศสมาชิกจำต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอาการของสัตว์ปีกที่
ติดเชื้อไข้หวัดนกและแนวทางปฏิบัติเมื่อพบว่าสัตว์ปีกของตนติดเชื้อให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกได้ทราบ

ขณะนี้ EU กำลังเผชิญต่อสถานการณ์คับขันของการคุกคามแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เคลื่อนตัวจากฮังการี สาธารณรัฐเชค อิตาลี และสหราชอาณาจักร เข้าไปยังออสเตรีย เยอรมนี และฝรั่งเศส ซึ่งจากทฤษฎีการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกจากประเทศสมาชิก EU ที่ติดเชื้อไข้หวัดนกไม่ให้แพร่ระบาดเข้าไปยังประเทศสมาชิก EU อื่นนั้น อยู่ในวิสัยที่กระทำได้ หากแต่การควบคุมทางธรรมชาติ (นกอพยพ นกป่า) ซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคดังกล่าว ยังคงเป็นการควบคุมที่กระทำได้ยาก ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่านอกเหนือจาก ออสเตรีย เยอรมนี และฝรั่งเศสแล้ว อาจมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในบางประเทศสมาชิก EU อื่นๆ ในเร็ววันนี้เช่นกัน (ในปี 2549 EU มีการรายงานการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกในนกป่า 700 ราย) ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น EU อาจหยิบยกมาตรการ Regionalisation มาใช้กับประเทศคู่ค้า (เพื่อหลีกเลี่ยงการระงับการนำเข้าทั้ง EU-27 จากประเทศคู่ค้า) ดังนั้น ไทยจึงควรใช้โอกาสดังกล่าวนี้ในการนำเสนอมาตรการดังกล่าวกับทาง EU เพื่อเปิดช่องทางให้ไทยสามารถส่งออกไก่ดิบจากบางพื้นที่มายัง EU ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์ไข้หวัดนกของไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ (ไม่มีรายงานการเกิดโรคแล้ว 112 วัน นับจากวันที่ทำลายสัตว์ป่วยรายสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2550 รายงานจากศูนย์ควบคุมโรคไข้หวัดนก ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2550)

โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

agrithai@skynet.be