สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอขอสรุปข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของโปแลนด์ในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการขนส่งและ logistics ของยุโรปในอนาคต ดังนี้

1. โครงสร้างพื้นฐานด้าน logistics ของโปแลนด์

1.1 โครงสร้างคมนาคม ประกอบด้วย

1.1.1 ทางถนน : ปัจจุบันถนนในโปแลนด์มีความยาวรวม 379,455.5 กม. และภายในอีก 5-6 ปีข้างหน้าจะมีโครงข่ายทางหลวงสายใหม่เชื่อมต่อกับประเทศยุโรปอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก 4 สายหลัก ประกอบด้วย (1) สาย A1 จาก Gdansk เชื่อมเข้าเมือง Ostrava สาธารณรัฐเช็ก (จะแล้วเสร็จปี 2553) (2) สาย A2 จากกรุงเบอร์ลิน เยอรมันเชื่อมเข้าเมือง Minsk ประเทศเบลารุส (จะแล้วเสร็จปี 2556) (3) สาย A3 จากเมือง Dresden เยอรมัน เชื่อมเข้าเมือง Lvov ประเทศยูเครน (จะแล้วเสร็จ ปี 2556) และ (4) A18 จากกรุงเบอร์ลิน เชื่อมกับสาย A4 ที่เมือง Krzyzowa โปแลนด์ (จะแล้วเสร็จปี 2552)

1.1.2 ทางรถไฟ : เส้นทางรถไฟของโปแลนด์ในปัจจุบันมีความยาวรวม 20,253 กม. ถือเป็นเส้นทางคมนาคมภายในประเทศที่ปลอดภัย สะดวกและรวดเร็วที่สุด

1.1.3 ทางอากาศ : ธุรกิจคมนาคมทางอากาศถูกแปรรูปวิสาหกิจเมื่อปี 2547 ส่งผลให้สนามบินในหลายเมืองสำคัญของโปแลนด์ได้รับการพัฒนาให้เป็นสนามบินระหว่างประเทศ และการเดินทางด้วยเครื่องบินได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วภายหลังมีสายการบิน low cost airline จำนวนมากเข้ามาเปิดบริการในโปแลนด์ ปัจจุบันโปแลนด์มีสนามบิน 12 แห่ง โดยเป็นสนามบินระหว่างประเทศ 5 แห่ง ได้แก่ สนามบินที่กรุงวอร์ซอ เมือง Krakow, Poznan, Gdansk และ Wroclaw

1.1.4 ทางทะเล : ท่าเรือที่สำคัญของโปแลนด์ตั้งอยู่ที่ 4 เมืองชายฝั่งทะเลบอลติก ประกอบด้วย ท่าเรือที่เมือง Gdansk, Gdynia, Szczecin และ Swinousjcie นอกจากนั้น ยังมีท่าเรือขนาดเล็กในอีกหลายเมืองทางตอนเหนือของประเทศ ได้แก่ ท่าเรือที่เมือง Darlowo, Elblag, Kolobrzeg, Leba, Police, Wladyslawowo, Ustka และ Stepnica ท่าเรือสำคัญของโปแลนด์ขนถ่ายสินค้ากับท่าเรือที่สำคัญระหว่างประเทศทั่วโลก มีเรือ ferry วิ่งประจำระหว่างท่าเรือของโปแลนด์กับท่าเรือเมือง Ystad, Nynashamn และ Karlskrona ของสวีเดน ท่าเรือเมือง Copenhagen ของเดนมาร์กตลอดจนท่าเรือที่สำคัญของเยอรมัน ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจและการเดินเรือทางทะเลมีมูลค่าร้อยละ 2.5 ของ GDP

1.1.5 ทางน้ำภายในประเทศ : โปแลนด์มีแม่น้ำสายสำคัญ 3 สาย ได้แก่ Vistula, Oder และ Warta มีท่าเรือน้ำจืด 16 แห่ง ที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือเมือง Gliwice, Kozle, Wroclaw, Cigacice, Bydgoszcz และ Sandomierz ซึ่งมีโครงสร้างสาธารณูปโภคด้าน logistics อาทิ lift และโกดังเก็บสินค้ารองรับค่อนข้างสมบูรณ์ ประเภทสินค้าที่ใช้บริการ ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก ปุ๋ยเคมี เมล็ดพันธุ์พืช เป็นต้น

1.1.6 ทางร่วม (Intermodal transports) : ประกอบด้วย การใช้ (1) ทางรถไฟ-ทางถนน (2) ทางรถไฟ- ทางเรือ (3) ทางรถไฟ-ทางอากาศ และ (4) ทางถนน-ทางเรือ ซึ่งเป็นวิธีที่รองรับพัฒนาการของการขนส่งทางทะเลและได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ในปี 2548 มีการขนถ่ายตู้บรรทุกสินค้า (containers) ด้วยวิธีนี้มากถึง 800,000 ตู้ผ่านท่าเรือ Gdynia, Gdansk และ Szczecin โดยส่วนใหญ่ผ่านมาจากท่าเรือ Hamburg และ Bremerhaven ของเยอรมันและท่าเรือ Rotterdam ของเนเธอร์แลนด์

นอกจากนั้น โปแลนด์มีความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยโครงข่ายคมนาคมในภูมิภาคยุโรปที่สำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ (1) European Agreement on Main International Traffic Arteries (AGR) (2) European Agreement on Main International Railways Lines (AGC) และ (3) European Agreement on Important International Combined Transport and Related Installations (AGTC) ส่งผลให้มีเส้นทางคมนาคมสายหลักในยุโรปถึง 4 สายพาดผ่านดินแดนของโปแลนด์ ประกอบด้วย (1) เส้นทาง European route E67 จากกรุงเฮลซิงกิถึงกรุงปราก (2) เส้นทาง European route E30 จากเมือง Cork ประเทศไอร์แลนด์ถึงเมือง Omsk ประเทศรัสเซีย (3) เส้นทาง European route E40 จากเมือง Calais ประเทศฝรั่งเศสถึงเมือง Leninogorsk ประเทศคาซัคสถาน และ (4) เส้นทาง European route E75 จากเมือง Vardo ประเทศนอร์เวย์ถึงเมือง Siltia ประเทศกรีซ

1.2 ลักษณะพื้นฐานของภาค logistics โปแลนด์

1.2.1 บุคลากรในภาค logistics แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ (1) ทำงาน logistics ในบริษัทหรือสถานประกอบการต่างๆ และ (2) ทำงานในภาค logistics โดยตรง ได้แก่ ภาคการขนส่ง การเดินเรือ การเก็บสินค้าในโกดัง เป็นต้น

1.2.2 รายได้ของแรงงานภาค logistics ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคการค้าและบริการ เงินเดือนโดยเฉลี่ย (สถานะปี 2548) คิดเป็น 2,500 สว๊อตตี้ หรือประมาณ 675 ยูโร

1.2.3 มูลค่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาค logistics (ภาคการขนส่ง warehouse และการสื่อสาร) จำนวนประมาณ 1,782 ล้านยูโร คิดเป็นร้อยละ 31.25 ของมูลค่า FDI ทั้งประเทศ (5,701 ล้านยูโร : สถานะปี 47)

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการภาค logistics รายใหญ่ทั้งหมดในโปแลนด์เป็นบริษัทต่างชาติ ได้แก่ (1) บริษัท GATX Rail Overseas ของสหรัฐฯ (ด้านขนส่งทางบก) (2) บริษัท Hays ของอังกฤษ (ด้านขนส่งและโกดังเก็บสินค้า) (3) บริษัท Europort Grain Terminal ของแคนาดา (ด้านขนส่งและโกดังเก็บสินค้า) และ (4) บริษัท DHL ของสหรัฐฯ (ด้านไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์)

1.2.4 โกดังเก็บสินค้า หรือ warehouse ในโปแลนด์มีพื้นที่รวม 1.9 ล้านตรม. ร้อยละ 75 ตั้งอยู่ในกรุงวอร์ซอ และที่เหลือกระจายอยู่ตามเมืองสำคัญต่างๆ ได้แก่ เมือง Katowice, Lodz, Poznan และ Wroclaw

2. ข้อดี-ข้อด้อยของภาค logistics โปแลนด์

2.1 ข้อดี ได้แก่

2.1.1 บุคลากรมีทักษะและค่าแรงถูกกว่าประเทศยุโรปตะวันตกที่เป็นศูนย์กลางด้าน logistics เช่น เนเธอร์แลนด์

2.1.2 ที่ตั้งของประเทศ ตั้งอยู่ตรงกลางทวีปยุโรปและมีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 7 ประเทศ มีทางออกสู่ทะเลบอลติกและมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีกับประเทศรอบทะเลบอลติกอื่นๆ อันได้แก่ เยอรมัน เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ ลัทเวีย เอสโตเนีย ลิทัวเนียและรัสเซีย

2.1.3 มี Institute of Logistics and Warehousing เป็นสถาบันทางวิชาการภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจโปแลนด์ทำหน้าที่ศึกษาวิจัยข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับปรุงและพัฒนาและให้บริการปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือใช้บริการธุรกิจภาค logistics ในโปแลนด์

2.2 ข้อด้อย ได้แก่

2.2.1 ยังต้องการการลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านการคมนาคม-สื่อสารอีกมาก โดยเฉพาะเส้นทางถนน เส้นทางรถไฟ และด้าน ICT

2.2.2 ยังไม่มีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่พอรองรับ

2.2.3 โปแลนด์ยังค่อนข้างมองภาพธุรกิจ logistics จำกัดและเน้นอยู่ที่การขนส่งด้วยรถบรรทุก ในขณะที่ขาดความต่อเนื่องและจริงจังในการวางนโยบายเพื่อพัฒนาการขนส่งทางทะเล ซึ่งปัจจุบันในทางปฏิบัติยังขาดความสม่ำเสมอและเที่ยงตรงของเที่ยวและเวลาในการขนถ่ายสินค้า

3. แนวโน้มของภาค logistics โปแลนด์

3.1 มีแนวโน้มที่สดใส มีการขยายตัวของจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจ logistics โดยเฉพาะด้าน warehouse ใน (1) ตอนกลางของโปแลนด์และเมือง Lodz เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณจุดตัดผ่านของเครือข่ายถนนยุโรปจากนอร์เวย์ไปกรีซและจากไอร์แลนด์ไปรัสเซีย (2) แคว้น Silesia ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโปแลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมเข้าสู่สาธารณรัฐเช็ก ฮังการีและเยอรมนี และ (3) เมือง Poznan ทางตะวันตกของประเทศ เนื่องจากอยู่ใกล้เยอรมนี

3.2 บทบาทของการขนส่งทางเรือและท่าเรือของโปแลนด์จะทวีความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้ เป็นผลโดยตรงของพัฒนาการการค้าทางทะเลในกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติก ท่าเรือที่สำคัญของโปแลนด์โดยเฉพาะ Gdynia ได้มียุทธศาสตร์จะใช้พื้นที่ท่าเรือจำนวน 30 เฮคตาร์สร้างเป็น Distribution and Logistic Centre เพื่อให้เป็น Container Terminal ที่ใหญ่ที่สุดของทะเลบอลติกตอนใต้ภายในปี 2563

นอกจากนั้น โปแลนด์จะได้รับงบประมาณสนับสนุนภายใต้กรอบ Infrastructure and Environment Programme ระหว่างปี 2550-2563 จำนวน 600 ล้านยูโรเพื่อพัฒนาระบบการขนส่งทางทะเล และเป็นที่แน่นอนว่าท่าเรือ Szczecin-Swinoujscie, Gdynia, Gdansk, Elblag, Darlowo, Kolobrzeg และ Police จะได้รับงบประมาณช่วยเหลือเพื่อปรับปรุงเส้นทางคมนาคมและพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนที่เกี่ยวข้อง

4. ข้อสังเกตและข้อสนเทศเพิ่มเติม

4.1 โปแลนด์เริ่มมองและพัฒนาศักยภาพของตนเองในฐานะ Distribution & Logistics Hub ภายหลังเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเมื่อปี ค.ศ.2004 โดย (1) เริ่มเปิดตัวในฐานะประเทศผู้นำทางท่าเรือทะเลบอลติกด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาระหว่างประเทศ “Logistics Europe 2004” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห็นศักยภาพของภาค logistics และท่าเรือ Gdynia ที่สำคัญของตน (เป็นที่น่าสังเกตว่า อินเดียเป็นประเทศเอเชียเพียงประเทศเดียวที่ได้เข้าร่วมฯและได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการขนส่งแบบ Intermodal Transport ทางเรือ-รถไฟ) (2) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมโดยเฉพาะทางบกและทางรถไฟจากงบประมาณสนับสนุนของสหภาพยุโรปเพื่อรองรับการขนส่ง ทางบกโดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคยุโรป และ (3) เปิดมิติความร่วมมือกับตลาดใหม่โดยเฉพาะ กับตลาดเอเชีย โดยสายการบิน LOT Polish Airlines มีโครงการที่จะเปิดเที่ยวบินตรงไปยังเมืองสำคัญในหลายประเทศแถบเอเชีย อาทิ จีน เกาหลีใต้ อินเดียและญี่ปุ่นโดยมุ่งหวังที่จะให้กรุงวอร์ซอเป็น springboard สู่ภูมิภาคเอเชีย

ล่าสุด ทางการโปแลนด์ได้ประกาศทุ่มงบประมาณร่วม 60 ล้านสว๊อตตี้หรือประมาณ 16 ล้านยูโร สร้าง “MCL Euroterminal” ให้เป็น logistics centre แห่งใหม่ที่เมือง Slawkow แคว้น Silesia เพื่อรองรับการนำเข้าสินค้า จากเอเชียโดยตรง โดยคาดว่าส่วนของ warehouse จะสร้างเสร็จภายในเดือน ธ.ค.2550 และอาคารตลอดจนโครงสร้าง สาธาณูปโภคอื่นๆ จะแล้วเสร็จภายในฤดูใบไม้ร่วงปี 2551

4.2 อาจกล่าวได้ว่า โปแลนด์เป็นอีกประเทศที่มีศักยภาพด้านการขนส่งทางทะเล โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ (1) มีประชากรเกือบ 40 ล้านคน (2) ประชากรเริ่มมีอำนาจการซื้อสูงขึ้น (3) มีบริษัทเดินเรือระหว่างประเทศขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาตั้งฐานลงทุน เช่น Maersk ของเดนมาร์ก, Hays ของอังกฤษ, Straight Crossing ของแคนาดา หรือแม้กระทั่ง International Container Terminal Services ของฟิลิปปินส์ (4) มีท่าเรือที่มีศักยภาพหลายแห่ง และ (5) ได้รับงบประมาณช่วยเหลือภายใต้กรอบ Marco Polo Programme จากสหภาพยุโรปในการพัฒนาการขนส่งทางทะเลระยะสั้นและทางน้ำภายในประเทศเพื่อช่วยผ่องถ่ายการขนส่งทางบก

ประเทศไทยจึงอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการมีความร่วมมือด้านการขนส่งและ logistics กับโปแลนด์ ซึ่งมีเครือข่ายความร่วมมือด้านการขนส่งที่ดีกับประเทศในกลุ่มบอลติกและประเทศ EU และเชื่อแน่ว่าจะสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่โดยเฉพาะทางทะเลที่สำคัญของยุโรปในอนาคตอันใกล้เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคยุโรปโดยเฉพาะยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกได้