เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปได้รับแจ้งจากทางการเยอรมนีว่ามีการตรวจพบการระบาดของโรคไข้หวัดนก H5N1 สายพันธุ์ชนิดความรุนแรงสูง (Highly Pathogenic Avian Influenza : HPAI) ในฟาร์มเลี้ยงเป็ด จำนวน 170,000 ตัว ในแคว้น Bavaria ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เดียวกับที่ทางการเยอรมนีได้ยืนยันการตรวจพบเชื้อ H5N1 ในนกป่า เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมาด้วยแล้ว

ทางการเยอรมนี ได้ปรับใช้มาตรการเร่งด่วนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก ตามกฎระเบียบกลางในการควบคุมการระบาดของโรคไข้หวัดนกตาม Council Directive 2005/94/EC of 20 December 2005 on Community measures for the control of avian influenza and repealing Directive 92/40/EEC ด้วยแล้ว ดังนี้

– จัดตั้งเขตป้องกันโรค (Protection zone) ภายในวงรัศมี 3 กิโลเมตรโดยรอบจุดที่
พบนกป่าเสียชีวิต

– กำหนดเขตเฝ้าระวังโรค (Surveillance zone) ภายในวงรัศมี 10 กิโลเมตร
โดยรอบจุดที่พบนกป่าเสียชีวิต ทั้งนี้ รวมเขตป้องกันโรคไว้ด้วยแล้ว

– สัตว์ปีกทุกตัวที่อยู่ในเขตป้องกันโรคจะต้องถูกกักพื้นที่ไว้เพียงแต่ในโรงเลี้ยง
(indoor) และอนุญาตให้ออกนอกพื้นที่ได้แต่เฉพาะเมื่อต้องมีการเคลื่อนย้ายไปยังโรงฆ่าแต่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกมีความจำเป็นต้องทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกของตนด้วยเหตุผลอื่นๆ จำต้องให้สัตว์ปีกจากเขตป้องกันโรคดังกล่าวผ่านการตรวจสอบหาเชื้อไข้หวัดนกของ EU ก่อน

– ห้ามมีการล่าสัตว์ในเขตป้องกันโรคและเขตเฝ้าระวังโรค

– CA จำต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะอาการของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อไข้หวัดนกและ
แนวทางปฏิบัติเมื่อพบว่าสัตว์ปีกของตนติดเชื้อให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกได้ทราบ

โดยในวันที่ 28 สิงหาคม 2550 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Commission Decision of 27 August 2007 amending Decision 2006/415/EC concerning certain protection measures in relation to highly pathogenic avian influenza of the subtype H5N1 in poultry in Germany เพื่อยืนยันการปรับใช้มาตรการเร่งด่วนของเยอรมนีดังกล่าว รายละเอียดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังต่อไปนี้

http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/site/en/oj/2007/l_222/l_22220070828en00210022.pdf

ขณะนี้ EU กำลังเผชิญต่อสถานการณ์คับขันของการคุกคามแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก จากเดิมพบเพียงการตรวจพบในนกป่าและนกอพยพ หากขณะนี้มีการตรวจพบในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อการค้า ซึ่งจากรูปการในอนาคตคาดว่า จะมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกเกิดขึ้นในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกของประเทศสมาชิกอื่นๆ ที่เคยมีการตรวจพบนกป่าหรือนกอพยพเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดนกมาก่อนหน้านี้ ดังเช่นในกรณีที่เยอรมนีประสบอยู่ในขณะนี้ ไทยจึงควรติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมกำหนดท่าทีต่อการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศสมาชิก EU ได้อย่างชัดเจนต่อไป