เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2551 เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันนาย  Pavel Misiga ตำแหน่ง Head of Unit (เทียบเท่าผู้อำนวยการ) ด้านสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ของ DG สิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป (อียู) พร้อมเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ/เอเชีย และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเรื่อง EU Flower เพื่อหารือเกี่ยวกับการประสานความร่วมมือระหว่งสองฝ่ายในการส่งเสริมสินค้าไทยที่สามารถปฏิบัติได้เกินมาตรฐานที่สูงของอียูในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม จนได้รับตรา EU Flower ให้เข้าตลาดยุโรปได้

 

กระแสความนิยมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาแรงในยุโรป 

นาย Misiga เปิดเผยกับเอกอัครราชทูตฯ ถึงความใส่ใจและความจริงจังของยุโรปในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มสถาบันของอียู ในประเทศสมาชิก หรือแม้แต้ในหมู่ประชาชนและผู้บริโภคยุโรปเอง ตลาดยุโรปสำหรับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสินสิ่งแวดล้อมคิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 800 ล้านยูโร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เดนมาร์กและประเทศแถบนอร์ดิกเป็นตลาดใหญ่ที่เปิดกว้างรับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี ปัจจุบัน กระแสความนิยมสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งมาแรงในประเทศยุโรปอื่นๆ ด้วยไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร เยอรมนี ฯลฯ ผู้ค้าปลีกยุโรปก็สนใจสั่งซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในส่วนของอียู คาดว่า ก.ค. 2008 นี้ จะมีการออกกฎระเบียบเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมเรื่อง Eco-Label ให้ครอบคลุมเรื่อง Carbon Footprint เข้าไปด้วย

 

นอกจากนั้น นาย Misiga ยังเน้นถึงโอกาสความร่วมมือของอียูกับเอเชีย/ไทยในประเด็นสิ่งแวดล้อมในหลายกรอบ ไม่ว่าจะเป็นกรอบอาเซม หรือความร่วมมือระดับภูมิภาคและทวิภาคีอื่นๆ อาทิ โครงการ Switch Asia เพื่อส่งเสริมแนวความคิด Sustainable Production and Consumption เป็นจำนวนเงิน 90 ล้านยูโรสำหรับปี 2007-2010 ที่นักธุรกิจไทยก็สามารถมีส่วนขอรับงบประมาณได้ ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.delphl.cec.eu.int/index.cfm?pagename=funding

 

EU Flower

เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ แจ้งนาย Misiga ถึงความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของธุรกิจไทย 4 บริษัท ได้แก่ บริษัทเอเชียไฟเบอร์สำหรับเส้นด้ายไนลอน บริษัทรามาเท็กไทล์สำหรับเส้นด้ายฝ้าย บริษัททองไทยการทอสำหรับผ้าฝ้ายถักและเสื้อผ้าฝ้าย และบริษัทกรีนวิล เทรดดิ้ง สำหรับผ้าไหมทอผืน ที่สามารถปฏิบัติเกินมาตรฐานที่สูงของอียูในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ จนได้รับ EU Flower ซึ่งนับเป็นมารตรฐานที่บริษัทสามารถเลือกปฏิบัติได้ตามสมัครใจเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของสินค้า ซึ่งบริษัทไทยทั้ง 4 บริษัทนับเป็น 4 โรงงานแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับ EU Flower โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอียูผ่านคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ด้วยงบ EU-Thailand Small Project Facility (EU SPF) ซึ่งนาย Misiga ได้แสดงความชื่นชมบริษัทไทยทั้ง 4 และเจ้าหน้าที่ EU Flower ทิ้งท้ายว่าประเทศไทยได้รับ EU Flower มากกว่าประเทศสมาชิกอียูบางประเทศเสียอีก

 

ที่สำคัญ เอกอัครราชทูตฯ ได้แจ้งความสนใจของภาคเอกชนในการเดินทางมา Roadshow สินค้าไทยที่สามารถปฏิบัติเกินมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงของอียู ในยุโรป รวมทั้งหารือเพื่อประสานความร่วมมือกับฝ่ายอียูในการส่งเสริมกิจกรรม Roadshow ที่จะเป็นประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งนาย Misiga สนับสนุนความคิดดังกล่าว และรับจะช่วยประสานและแนะนำให้บริษัทไทยที่ได้รับ EU Flower ได้มีโอกาสพบปะกับนักธุรกิจและผู้นำเข้ายุโรปด้วย นอกจากนั้น ฝ่ายอียูรับจะประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของบริษัท 4 ไทยที่ได้ EU Flower ใน Newsletter ของ DG สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

การสัมมนาเรื่องสิ่งแวดล้อม 29 พ.ค. 2008 ที่กรุงเทพ

เอกอัครราชทูตฯ แจ้งให้นาย Misiga ทราบถึงความร่วมมือระหว่างคณะผู้แทนประจำประชาคมยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ กับคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทยในการจัดงานสัมมนาเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อมของอียู เน้นผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2551 เพื่อส่งเสริมศักยภาพธุรกิจไทยในการเข้าตลาดยุโรป โดยการเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันของอียู อาทิ European Comission นักธุรกิจ และผู้แทนจากองค์กรธุรกิจในยุโรป ไปแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับประเด็นเรื่องนโยบายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของอียู ทั้งกฎระเบียบใหม่ที่กำลังจะปรับใช้และกฎระเบียบเดิมที่จะมีการปรับปรุง รวมทั้งกระแสความสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจกับอียู

 

 

นักธุรกิจไทยและภาครัฐไทยที่สนใจเข้าร่วมการสัมมนา สามารถเข้าร่วมได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ติดตามความคืบหน้าได้ที่หน้าพิเศษ ‘โครงการทีมประเทศไทยเพื่อนักธุรกิจในปี 2551’ ได้ที่ http://news.thaieurope.net/content/view/2748/220/1/1/

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง EU Flower http://news.thaieurope.net/content/view/2696/212/