อียูเสนอ แผน "Lead Markets Initiative for Europe" (LMI) รองรับยุทธศาสตร์กระตุ้นการสร้างนวัตกรรม หวังชูยุโรปเป็นผู้นำใน 6 สาขา คือ e-health การก่อสร้าง เครื่องนุ่งห่มอัจฉริยะ สินค้าไบโอ การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ และพลังงาน renewable ภาคธุรกิจจับตา อาจนำไปสู่การมีกฏระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

 

ในแผน LMI  คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอ  6 สาขา ที่ทางคณะกรรมาธิการฯจะหาทางฟูมฟักด้วยวิธีการแบบบูรณาการ ที่สำคัญคือ การปรับปรุงกฏระเบียบที่มีอยู่ การตั้งมาตรฐานของสาขาดังกล่าว และผลักดันให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนตลาดดังกล่าวผ่านการจัดซื้อจัดสร้างของภาครัฐ  ตลาด 6 สาขาดังกล่าว ได้แก่

1) E Health: มุ่งเน้นเรื่อง ICT solutions กับบริการทางการแพทย์ พร้อมตั้งมาตรฐานเพื่อให้การและเปลี่ยนข้อมูล การออกใบรับรองเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

2) Sustainable Construction: มุ่งพัฒนากรอบระเบียบต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง โดยคณะกรรมาธิการยุโรปเห็นเป็นอีกหนึ่งช่องทางลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

3) Technical Textile: มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มอัจฉริยะที่มีความทนสูง เพื่อใช้ในสถานการณ์เฉพาะ เช่น สงคราม ในโรงพยาบาล และการก่อสร้าง 

 4) Bio-based products: มุ่งสนับสนุนสินค้าที่ผลิตมาจากมาจากพืชซึ่งเพาะปลูกแบบชีวภาพ เช่น พลาสติกชีวภาพ หรือ ยาชีวภาพ โดยปัจจุบัน ยุโรปเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินค้าชีวภาพ แต่คณะกรรมาธิการยุโรปยังเห็นช่องทางที่จะขยายช่องทางตลาด กระตุ้นให้สินค้าไบโอเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น โดยใช้กฏระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น ออกมาตรฐานสำหรับสินค้าไบโอ การติดฉลาก และการออกใบรับรอง ควบคู่ไปกับการใช้นโยบายการเกษตรร่วม (CAP) เพื่อเพิ่มความสามารถของเกษตรกรยุโรป

5) Recycling: การนำขยะกลับมาใช้ใหม่นั้นเป็นภาคที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง สร้างรายได้ 24,000 ล้านยูโร และตำแหน่งงาน 500,000 ตำแหน่ง  และมีศักยภาพที่จะขยายตัวไปได้อีก นอกจากนี้ ยังช่วยให้ยุโรปพึ่งพาทรัพยากรจากประเทศนอกกลุ่มน้อยลง และรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  เพื่อการนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงจะเสนอ “package of policies”  ประกอบด้วยมาตรการในด้านต่างๆ เช่น กฏระเบียบที่เกี่ยวข้องกับของเสีย ไม่ว่าจะเป็น การบำบัดขยะ การกำจัดยานพาหนะ (ELV) และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็กโทรนิคส์ การตั้งมาตรฐาน การออกแนวทางจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งทุน การแบ่งปันความรู้ และบทบาทในระดับนานาชาติ

6) Renewable Energy: เนื่องจากปัจจุบัน การพัฒนาพลังงานทดแทนยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เพราะต้นทุนสูง แต่ความต้องการต่ำ อันเนื่องมาจากการที่ตลาดยังไม่เป็นตลาดร่วมอย่างแท้จริง แผนการณ์นี้จะดำเนินการควบคู่ไปกับเป้าหมายของอียูที่ตั้งให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศจะต้องใช้พลังงาน renewable เป็นสัดส่วนอยู่ที่ 20% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด และแผน European Strategic Energy Technology Plan ซึ่งมุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมมีความร่วมมือกับภาควิจัยในด้านพลังงานลม แสงอาทิตย์ และ bio-fuel

ปัจจุบัน ตลาดทั้ง 6 สาขา มีมูลค่าถึง 120 พันล้านยูโรต่อปี และสร้างงานกว่า 1.9 ล้านตำแหน่ง คณะกรรมาธิการยุโรปเล็งเห็นว่า ตลาดทั้ง 6 สาขามีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก และเห็นว่า SMEs จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ ทางภาคธุรกิจยุโรป เช่น Procter and Gamble เห็นว่า  แผนดังกล่าวเป็นความคิดที่ดี แต่ความสำคัญอยู่ที่การนำแผนการไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ แนวคิดตลาดนวัตกรรม LMI นั้นเป็นไปตามข้อเสนอของ รายงาน Aho 2006 ซึ่งเสนอแนวทางกระตุ้นนวัตกรรมในตลาดยุโรป หลังจากที่ยุทธศาสตร์ลิสบอน 2001 ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รายงาน Aho แนะนำว่า หนึ่งในแนวทางกระตุ้นนวัตกรรมในอียูคือให้คัดเลือกสาขาที่ภาครัฐสามารถช่วยสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมสร้างนวัตกรรมได้ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น วางกฏระเบียบ ตั้งมาตรฐาน ช่วยให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น สนับสนุนการวิจัย และเป็นลูกค้าผ่านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

ทางประเทศไทยเองต้องจับตาระวังในเรื่องกฏระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของอียูซึ่งจะเข้มงวดขึ้น เพื่อรองรับมาตรฐานที่สูงขึ้นภายในอียู ไม่ว่าจะเป็น WEEE, EuP, ELV หรือการตั้งมาตรฐานสินค้า bio 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://ec.europa.eu/enterprise/leadmarket/leadmarket.htm