สืบเนื่องจากการที่การเจรจารอบโดฮาขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้ประสบภาวะชะงักงันเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 นั้น ทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของรัสเซีย ยังคงมีความหมายหรือไม่

 

ถึงแม้ว่ากระบวนการเปิดเสรีจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม  WTO ก็ยังมีความสำคัญต่อรัสเซีย และรัสเซียยังจำเป็นต้องเข้าเป็นสมาชิกของ WTO ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

1. 96% ของการค้าโลกดำเนินการโดยประเทศสมาชิก WTO กฎระเบียบของการค้าโลกถูกกำหนดโดยประเทศเหล่านี้  ในขณะที่รัสเซียซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 10 ของโลก และใหญ่ที่สุดนอก WTO แต่กลับไม่มีส่วนร่วมในการเจรจาใด ๆ ภายใต้กรอบการค้าโลก 

2.  รัสเซียอยู่ในภาวะเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ซึ่งเห็นได้จากภาวะเงินเฟ้อ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงอย่างมาก และขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ ซึ่งแม้ว่ารัสเซียมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจสูง  แต่รัสเซียจำเป็นต้องปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ และการเข้าเป็นสมาชิก WTO มีความจำเป็นต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจ

3.  ธนาคารโลกประมาณการว่าการเป็นสมาชิก WTO จะช่วยให้รัสเซียมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 0.7% ต่อปี จากการเปิดเสรีด้านการลงทุนจากต่างประเทศด้านการบริการ  การจัดสรรทรัพยากรที่ดีขึ้นจากการลดภาษีอากรนำเข้า และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศสำหรับสินค้ารัสเซีย ทั้งนี้ จีนและเวียดนามได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเข้าเป็นสมาชิก WTO โดยเศรษฐกิจของสองประเทศนี้เติบโตอย่างมากจากการส่งออกและการลงทุน

4.  ปัญหาสำคัญที่สุดคือ คอร์รัปชัน ซึ่งในการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการสำคัญของภาครัฐ ซึ่งนาย Anders Aslund นักวิจัยอาวุโสแห่ง Peterson Institute for International Economics ระบุว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าเงินสินบนเป็นจำนวนถึง 1/3 – 1/2 ของมูลค่าโครงการ  มาตรการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการใช้มาตรฐานระหว่างประเทศด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นกระบวนการสำหรับประเทศสมาชิก WTO

5.  ปัญหาเงินเฟ้อ:  การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศจะช่วยให้มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาสินค้าลดลง  ทั้งนี้ การที่กรุงมอสโกเป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแสดงให้เห็นว่าขาดการแข่งขัน

6.  ขณะนี้รัสเซียส่งออกแร่ธาตุและเคมีภัณฑ์ถึง 1 ใน 5 ของการส่งออก ซึ่งการเข้าถึงตลาดโลกเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันประเทศอื่นสามารถห้ามการนำเข้าสินค้าจากรัสเซียได้โดยไม่มีผลกระทบทางกฎหมาย เนื่องจาก WTO เป็นศาลอนุญาโตตุลการที่มีประสิทธิภาพอยู่เพียงแห่งเดียว

นักลงทุนบางส่วนกลับมีความเห็นว่า การส่งออกของรัสเซียส่วนใหญ่คือสินค้าพลังงานและแร่ธาตุ ซึ่งตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง ทำให้รัสเซียไม่ค่อยประสบข้อกีดขวางทางการค้าจากประเทศอื่น รัสเซียจึงไม่น่าจะได้ประโยชน์จากการเข้าเป็นสมาชิก WTO เท่าใดนัก แต่ข้อโต้แย้งนี้เป็นเพียงการมองผลประโยชน์ในระยะสั้น เนื่องจากการมุ่งเน้นการผลิตและการส่งออกพลังงานทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความเปราะบาง เป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลรัสเซียเองก็เห็นความสำคัญของการกระจายการผลิต (diversification)  

7.  รัสเซียมีเป้าหมายจะพัฒนาให้กรุงมอสโกเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกแห่งหนึ่ง แต่รัสเซียจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้หากไม่ได้เป็นสมาชิก WTO  ถึงแม้ว่ารัสเซียจะเป็นสมาชิกธนาคารโลกและ IMF แต่หน่วยงานทั้งสองมีบทบาทลดลงไปมาก ในขณะที่ WTO ยังมีความสำคัญอยู่
   
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การเข้าเป็นสมาชิก WTO ของรัสเซียยังประสบอุปสรรคในการเจรจากับบางประเทศ คือ (1) ยูเครน โดยความตกลงทวิภาคีกับยูเครนยังต้องใช้เวลาในการเจรจาอีกหลายเดือน (2) จอร์เจีย ซึ่งการเจรจากับจอร์เจียเป็นเรื่องการเมืองมากกว่าเป็นนโยบายทางการค้า และ (3) EU (ฟินแลนด์ และสวีเดน) คัดค้านการเก็บภาษีส่งออกไม้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นต่าง ๆ ที่มีการหยิบยกขึ้นที่นครเจนีวา ได้แก่ มาตรการสินค้าเกษตร ทรัพย์สินทางปัญญา ภาษีส่งออก และบทบาทของบรรษัทของรัฐ (State corporations) ในระบบเศรษฐกิจ  ยิ่งไปกว่านั้น การสู้รบระหว่างรัสเซียกับจอร์เจียกรณีรัฐโอเซเตียใต้ในเดือนสิงหาคม 2551 จะทำให้กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของรัสเซียอาจต้องล่าช้าออกไป