สืบเนื่องจากที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกนโยบายส่งเสริมการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืนต่ออุตสาหกรรมการบรรจุภัณฑ์ หรือ SCP นั้น องค์กร EUROPEN ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นบริษัทด้านบรรจุภัณฑ์ในยุโรป  ได้ออกมาชี้ผลกระทบของนโยบายดังกล่าวต่ออุตสาหกรรมการบรรจุภัณฑ์ว่าอาจมีผลต่อ supply chain ของอุตสาหกรรมการบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในยุโรป

 

แผนปฏิบัติการ SCP  

มีเป้าหมายสำคัญเพื่อทำให้สินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหายไปจากท้องตลาด ซึ่งครอบคลุมไม่เพียงแต่สินค้าที่ใช้พลังงาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่แม้จะไม่ได้ใช้พลังงานในช่วงระหว่างการใช้งานแต่มีผลทำให้ประหยัดพลังงานทุกชนิด ด้วยการปรับปรุงรูปแบบการผลิตสินค้าให้รักษาสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวงจรชีวิตของสินค้า และมุ่งปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคภายในยุโรป 

(อ่านรายละเอียดของแผน SCP ได้ที่ http://news.thaieurope.net/content/view/2989/170/)

องค์กร EUROPEN เห็นว่า ในแผนปฏิบัติการณ์ SCP นั้น ส่วนที่น่าจะส่งผลกระทบต่อ

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ คือ ในส่วน ‘Consumption’ หรือส่วนที่จะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคภายในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหัวข้อเรื่อง การปรับระเบียบ Eco-Label การออก Green Public Procurement และการจัดตั้ง Retail Forum โดยในแต่ละหัวข้อมีประเด็นที่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องน่าติดตามต่อไป ดังนี้

 

1. การออกข้อแนะนำการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  (Green Public Procurement – GPP)

คณะกรรมาธิการยุโรปเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนำมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขในการเปิดการจัดซื้อจ้ดจ้างของภาครัฐ โดยคณะกรรมาธิการยุโรปตั้งเป้าไว้ว่า ในปีค.ศ. 2010 ครึ่งหนึ่ง (50 %) ของการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในยุโรป (ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านยูโร)  จะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ใน 10 สาขาสำคัญที่กำหนดไว้  (ซึ่งมีสาขาสินค้าอาหารด้วย) โดยจะมีการออกเกณฑ์กำหนดว่าการจัดซื้อใดเข้าข่าย GPP ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการผลิตสินค้าตลอดทั้ง life cycle (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://news.thaieurope.net/content/view/3039/170/)

ประเด็นที่ทางองค์กร EUROPEN กำลังติดตามคือการเฝ้าระวังไม่ให้เกณฑ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งสหภาพยุโรปจะเป็นผู้กำหนดนั้น ไปขัดแย้งกับกฏระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน

2. การตั้ง Retail Forum

คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอที่จะจัดตั้ง Retail Forum เพื่อเป็นเวทีหารือระหว่างผู้ค้าปลีกในสหภาพยุโรป suppliers และผู้บริโภคในยุโรป โดยมีคณะกรรมาธิการยุโรปเป็นประธานร่วม

Retail forum มีจุดประสงค์เพื่อเป็นเวทีและเปลี่ยนความเห็นระหว่างทั้งสามฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยน best practice ขยายโครงการ / มาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในยุโรป

ประเด็นที่น่าสนใจที่ทางองค์กร EUROPEN สนใจคือ การติดตามว่าใครจะเป็นผู้แทนกลุ่มผู้ค้าปลีก และ supplier จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร โดยทาง EUROPEN เห็นว่า Forum ดังกล่าวต้องคำนึงถึงห่วงโซ่การผลิตของการบรรจุภัณฑ์และผลประโยชน์ของกลุ่มอุตสาหกรรมฯจะต้องได้รับการดูแลในเวทีดังกล่าว

3. การปรับระเบียบ Eco-Label (หรือ EU Flower)

คณะกรรมาธิการยุโรปได้ยื่นข้อเสนอให้ปรับระเบียบ Eco-Label เพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆหันมาใช้แล้วเข้าร่วม Eco-Label Scheme ของสหภาพยุโรป (หรือเครื่องหมาย EU Flower) มากขึ้น โดยต้องการให้เป็น voluntary label of excellence

สาระสำคัญของข้อเสนอดังกล่าวคือ การปรับการดำเนินโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะมีการลดขั้นตอนการดำเนินการในการออกหลักเกณฑ์ใหม่ๆเพื่อให้โครงการ Eco-Label ขยายครอบคลุมสาขาสินค้าและบริการต่างๆได้รวดเร็วและมากยิ่งขึ้น เพิ่มความเร็วในขั้นตอนสมัคร เพื่อให้บริษัทขอรับเครื่องหมาย EU Flower ได้เร็วยิ่งขึ้น ปรับหลักเกณฑ์ในการขอรับเครื่องหมายฯ ให้ซับซ้อนน้อยลงโดยยังคงมาตรฐานที่สูงไว้ พร้อมปรับเอกสารเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆให้ใช้ง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญ จะเชื่อมโยงโครงการ Eco-Label เข้ากับกรอบนโยบาย SCP และโครงการ / ระเบียบอื่นๆ ในกรอบ SCP  เช่น โครงการ EMAS ระเบียบ Eco-Design และเรื่อง Green Public Procurement (โดยคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ใช้เครื่องหมาย EU Flower เป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ของการคำนวนว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างใดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)

นอกจากนี้ จะเปลี่ยนการเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้เครื่องหมาย EU Flower จากการจ่ายรายปีเป็นการคิดค่าสมัครขอรับใช้เครื่องหมายดังกล่าว

สำหรับมุมมองจากภาคอุตสาหกรรมการบรรจุภัณฑ์นั้น องค์กร EUROPEN สนใจติดตามดูในประเด็นเรื่องการออกหลักเกณฑ์ ซึ่งที่ผ่านมามีความไม่สอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยการบรรจุภัณฑ์และซากการบรรจุภัณฑ์

เว็บไซต์ www.thaieurope.net จะนำเสนอเรื่องข้อเสนอการปรับโครงการ Eco-label ในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถอ่านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปได้ที่ http://ec.europa.eu/environment/ecolabel/revision_en.htm