ยุโรปเตรียมออกแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 200 พันล้านยูโร ช่วยทั้งภาคอุตสาหกรรม แรงงาน คงข้อริเริ่มในการรักษาสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ การก่อสร้าง และโรงงานต่างๆ เตรียมให้ผู้นำประเทศสมาชิกรับรองในเดือน ธ.ค. ศกนี้ ท่ามกลางกระแสวิกฤติการเงินในฮังการีและลัตเวียที่ต้องหันไปหาความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 51 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ (European Economic Recovery Plan) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้การตอบสนองต่อวิกฤติเศรษฐกิจในอียูเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน โดยใช้งบประมาณราว 1.5% ของ EU GDP มูลค่า 200 พันล้านยูโร โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อเร่งความต้องการซื้อสินค้า คงการจ้างงาน และฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและประชาชน และมาตรการระยะยาวในการสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างตามยุทธศาสตร์ลิสบอน การลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อม

 

งปบระมาณที่จะนำมาใช้ในแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจจะมาจากงบประมาณประเทศสมาชิกอียู ประมาณ 170 พันล้านยูโร และจากงบประมาณของ European Investment Bank (EIB) 30 พันล้านยูโร โดยประเทศสมาชิกอียูสามารถขอยืมเงินจากงบประมาณดังกล่าวเพื่อไปฟื้นฟูเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ แผนฟื้นฟูดังกล่าวจะต้องได้รับการรับรองโดยที่ประชุมผู้นำอียู (European Council) วันที่ 11-12 ธ.ค. 51 ต่อไป

 

มาตรการระยะสั้น อาทิ (1) การคุ้มครองการจ้างงานในยุโรป รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือคนตกงานให้มีทักษะเพื่อเข้าสู่การจ้างงานใหม่ได้ง่ายขึ้น ใช้งบประมาณราว 1.8 พันล้านยูโร นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอียูลดภาษีแรงงาน (Social contribution) สำหรับผู้มีรายได้ต่ำ (2) กระตุ้นให้ธนาคาร (โดยเฉพาะธนาคารที่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ) เปิดเครดิตเงินกู้ให้ภาคธุรกิจเพื่อกระตุ้นการลงทุน (3) ให้ SMEs เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดย EIB มีวงเงินกู้สำหรับ SMEs 30 พันล้านยูโร

 

มาตรการระยะยาว

     – การปฏิรูปโครงสร้าง อาทิ (1) การลงทุนด้านเครือข่ายพลังงานและ broadband ในยุโรป 5 พันล้านยูโร

(2) การลงทุนด้านสังคมและการพัฒนาในภูมิภาคที่ยากจนในยุโรป (Cohesion fund) 6.3 พันล้านยูโร (3) โครงการ

เครือข่ายคมนาคม 500 ล้านยูโร ซึ่งจะมีการก่อสร้างก่อนสิ้นปี 2009

 

   – การให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ โดย (1) ข้อริเริ่ม “European green cars initiative” 5 พันล้านยูโร กระตุ้นให้ใช้พลังงานทดแทนในรถยนต์ (2) อนุญาตให้ประเทศสมาชิกอียูให้เงินกู้เป็นการอุดหนุนการลงทุนรถยนต์รุ่นใหม่ (3) ทบทวนงบประมาณ Globalisation Adjustment Fund สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์

 

               – การให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมก่อสร้างโดยมีข้อริเริ่ม “European energy-efficient buildings initiative” 1 พันล้านยูโร เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

               – การใช้ให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมและ SMEs ด้านเทคโนโลยี “Factories of the Future” 1.2 พันล้านยูโร

 

               – คณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้าที่รักษาสิ่งแวดล้อมและบริการ

(ที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง) หรือ Green VAT ต่อไป อย่างไรก็ดี ประเด็นภาษียังอยู่ในอำนาจของปท.สมาชิกอียูว่าจะดำเนินการข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปหรือไม่

 

            ด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

                – คงนโยบายในการเปิดตลาดและผลักดันให้ประเทศที่สามเปิดตลาดให้อียูเช่นกัน โดยจะพยายามสรุปข้อตกลงในการเจรจารอบโดฮาภายในสิ้นปี 51 และจะผลักดันการเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าต่อไป

 

                – คงความพยายามด้านการทำให้กฎระเบียบสอดคล้องกันระหว่างอียูกับสหรัฐฯ

 

           ดูแผนฟื้นฟูฯ ฉบับเต็มได้ที่ http://ec.europa.eu/commission_barroso/president/pdf/Comm_20081126.pdf

 

            ข้อสังเกต 

            แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของอียูดังกล่าวเน้นที่การให้ความช่วยภาคประชาชนและภาคธุรกิจให้สามารถรักษาการจ้างงาน การผลิต และการบริโภคต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ยังได้พยายามรักษาแนวนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อม และพยายามลด แรงกดดันต่อข้อเรียกร้องให้ช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับหนึ่ง