ในงานประชุม Pack-Vision งานประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจัดขึ้นในงาน Emballage World Packaging ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยได้เชิญผู้แทนจากองค์กรในยุโรป เช่น จากสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส มาบรรยายถึงกระแสล่าสุดและความคิดใหม่ๆที่น่าสนใจในแวดวงการบรรจุภัณฑ์ของยุโรป โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในงานคือ เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้โอกาสทางธุรกิจจากเรื่องดังกล่าว

 

ตลาดยุโรป “พร้อม” จะจ่ายให้กับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในงานประชุม Pack-Vision องค์กร Carbon Trust ซึ่งเป็นองค์กรอิสระไม่หวังผลกำไรจัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้ยกตัวอย่างจากผลจากการสำรวจความเห็นผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร พบว่า

– 75 % ของผู้บริโภค “ต้องการทราบถึงพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณธรรม และเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า”
–  67 % ของผู้บริโภคกล่าวว่า ตนเลือกที่จะซื้อสินค้าที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนแต่น้อย

ส่วนองค์กรอื่นๆ เช่น บริษัท Enviro-Strategies บริษัทฝรั่งเศสที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องวิธีการรักษาสิ่งแวดล้อมและการนำเรื่องดังกล่าวมาส่งเสริมเป็นยุทธศาสตร์ในเชิงธุรกิจ กล่าวว่า แม้สถิติเกี่ยวกับการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคฝรั่งเศสที่ตนมีอาจจะแตกต่างจากขององค์กร Carbon Trust ไปบ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ว กล่าวได้ว่า ผู้บริโภคในยุโรปสนใจและให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัท Agency Utopies บริษัทที่ปรึกษาในแบบเดียวกับ บริษัท Enviro-Strategies ได้ออกมาชี้ว่า ท่ามกลางกระแสสิ่งแวดล้อม ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภคส่วนใหญ่ แต่ในการเลือกซื้อสินค้าที่ราคาในระดับเดียวกันนั้น สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีภาษีเหนือกว่า

สื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่าน…บรรจุภัณฑ์
การจะสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่าสินค้าของเราเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากเพียงใดนั้น บรรจุภัณฑ์สามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคเห็นว่าสินค้าของตนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการติดข้อมูลหรือเครื่องหมายต่างๆลงไป

ผู้บรรยายจากองค์กร Carbon Trust ได้ชี้รายงานการศึกษาฉบับหนึ่งว่า 60% ของผู้บริโภคชาวอังกฤษไม่เชื่อใจคำประกาศของบริษัทเอกชนหรือห้างร้านต่างๆที่ออกมากล่าวว่า ตนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด และ 71% ให้ความเชื่อถือกับการประเมินผลจากองค์กรที่เป็นกลางมากกว่า

ปัจจุบัน จึงได้มีมีบริษัทและห้างร้านของยุโรปหลายแห่งได้มีความร่วมมือกับองค์กรอิสระอย่าง Carbon Trust เช่น ห้าง Tesco ร้าน Boots ห้าง Coop และสินค้าบริโภคเช่น น้ำผลไม้ Innocent และมันฝรั่ง Walker

เช่นเดียวกับที่ห้าง Casino ของฝรั่งเศส ได้จัดทำโครงการ Carbon Labelling ขึ้นมาเองเป็นรายแรกของฝรั่งเศส โดยว่าจ้างให้องค์กร BIO Intelligence Service ร่วมกับ French Environment and Energy Management Agency เป็นผู้ให้คำปรึกษาและรับรองในเชิงเทคนิค ปัจจุบัน มีสินค้าอาหารของห้าง Casino กว่า 3,000 ประเภท ติดข้อมูลเรื่องปริมาณที่สินค้าของตนปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดทั้งวงจรการผลิต (life-cycle analysis)  

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม มีผู้บรรยายหลายรายหยิบยกประเด็นที่ว่า ปัจจุบัน มีเครื่องหมายหรือโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งโครงการที่ครอบคลุมหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น EU Flower, ISC 1404 X, ISO 1402 X, Carbon Footprint โครงการเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น Food Mile โครงการของประเทศสมาชิกอียู เช่น Blue Angel ของเยอรมนี และยังทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Water Footprint (แสดงการผลิตใช้น้ำไปมากน้อยเพียงใด) หรือ โครงการ Carbon Neutral (แสดงให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวได้ทำกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลบล้างกับก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยมาในการผลิต)

–   ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Water Footprint: http://www.waterfootprint.org

การมีโครงการต่างๆมากมายอาจสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภคได้  แต่ผู้บรรยายต่างเห็นว่า ในปัจจุบัน อาจยังเป็นเรื่องยากอยู่ที่จะให้มีมาตรฐานเดียวทั่วยุโรปหรือมีการ harmonisation โครงการต่างๆเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการผ่านระดับสหภาพยุโรป หรือทำผ่านกรอบ CEN standard ก็ตาม

จึงเป็นเรื่องของภาคธุรกิจเองที่จะเลือกดูว่าโครงการหรือเครื่องหมายใดเหมาะกับกลุ่มลูกค้าของตนนั่นเอง

สื่อสารข้อมูลลงบรรจุภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์
การสื่อสารกับลูกค้าว่าผลิตภัณฑ์ของตนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด มีได้มากกว่าการเลือกติดเครื่องหมายของโครงการต่างๆ บางผลิตภัณฑ์ในยุโรปได้สร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ เช่น การระบุเว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีคิดคำนวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนตามที่ได้ระบุอยู่ข้างกล่อง หรือการให้คำแนะนำเรื่องการทำ recycle สินค้า

ห้าง Casino ของฝรั่งเศส ห้าง IKEA ของสวีเดน และ ห้าง Marks and Spencer ของสหราชอาณาจักร เองก็มีการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์แสดงให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่าทางบริษัทมีการร่วมมือกับ NGOs อย่าง WWF หรือได้ริเริ่มจัดทำโครงการเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น

ส่วนทางบริษัทผู้ผลิตกล่อง Carton ยักษ์ใหญ่อย่าง Tetra Pak ได้ว่าจ้างให้องค์กร BIO Intelligence Service พิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์ว่า กล่อง carton นั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากว่าขวดพลาสติกหรือแก้ว โดยทำการประชาสัมพันธ์ผ่านลง www.cartonpourlaterre.com

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ มีหลายบริษัทหรือห้างร้านมีการหยิบโยงเรื่อง CSR เข้ากับสิ่งแวดล้อม และประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวควบคู่กันไป

ผลกระทบต่อระบบ supply chain และผู้ประกอบการไทย
เมื่อบริษัทและห้างร้านในยุโรปตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม และเห็นช่องทางนำเรื่องดังกล่าวมาเป็น “จุดขาย” ให้กับสินค้าของตน เป็นที่น่าสนใจว่า ผู้ผลิตของไทยในระบบ supply chain ต้องปรับตัวเช่นใด

จากการสอบถามในงานประชุม ผู้แทนจากห้าง Casino กล่าวว่า ทางห้างยังไม่ได้เรียกร้องให้ supplier ส่งมอบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าของตน แต่มีการคำนวนระยะทางการขนส่งวัตถุดิบสินค้าอาหารมาคิดคำนวนหาปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนของสินค้าอาหารของห้างด้วย

ส่วนทางองค์กร Carbon Trust ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าต่อไปในอนาคต ทางผู้นำเข้าหรือ retailer ในยุโรปอาจต้องการข้อมูลดังกล่าวด้วย ผู้ผลิตในต่างประเทศจึงควรมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวไว้

นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์บริษัท SP Pack บริษัทการบรรจุภัณฑ์ไทยที่มาร่วมงาน Emballage World Packaging 2008 ได้กล่าวถึงเรื่องกระแสสิ่งแวดล้อม โดยให้ข้อสังเกตว่า ผู้ที่มาสอบถามเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทนั้น นอกจากจะสนใจเรื่องราคา ยังมีการสอบถามถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น หาวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง biodegradable plastic ด้วย

ข้อสรุป
ในสถาวะวิกฤติโลกร้อม กระแสเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นกระแสที่ภาคธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วเช่นยุโรปหยิบยกมาเป็น “จุดขาย” สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตน

การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจไม่ได้เป็นสิ่งสร้าง "มูลค่าเพิ่ม" ทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น แต่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญเช่นเดียวกับเรื่องราคาและคุณภาพ