ตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกข้อเสนอเรื่องการขยายระเบียบ Eco Design ให้ครอบคลุมไปถึงสินค้าที่ไม่ใช้พลังงานบางประเภท (ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ใช้พลังงาน) เช่น หน้าต่าง หัวฝักบัว และวัสดุที่เป็นฉนวน และได้ส่งให้สภายุโรปและคณะมนตรียุโรปร่วมกับพิจารณารับรองต่อไปนั้น

 

 

ปัจจุบัน สภายุโรปกำลังอยู่ในระหว่างร่างจุดยืนต่อข้อเสนอดังกล่าว

[อ่านร่างข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปได้ที่ http://ec.europa.eu/governance/impact/docs/ia_2008/sec_2008_2115_en.pdf ]

โดยนาย Magor Imre Csibi สมาชิกสภายุโรปพรรค Liberal ผู้รับผิดชอบ ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ระเบียบ Eco-design standard ควรจะครอบคลุมไปถึงสินค้าทุกประเภท ไม่เพียงแค่สินค้าที่ใช้พลังงาน นอกจากนี้ ควรปรับระเบียบดังกล่าวจากเดิมที่เป็นมาตรการสมัครใจ ให้เป็นมาตรการบังคับ

คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของสภายุโรปจะลงคะแนนเสียงรับรายงานของราย Csibi ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะส่งต่อให้สภายุโรปรับรองในเดือนเมษายน ทั้งนี้ นาย Csibi เสริมว่า จะพยายามให้คณะมนตรียุโรปเห็นด้วยกับจุดยืนของสภายุโรปในกระบวนการรับรองในครั้งแรก (หรือที่สหภาพยุโรปเรียกว่า ‘First reading agreement’)

ทางภาคธุรกิจยุโรปได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านแนวคิดดังกล่าวของสหภาพยุโรป โดยนาย Folker Franz ที่ปรึกษาอาวุโสของ BusinessEurope (อาจเปรียบได้เป็นสภาอุตสาหกรรมของยุโรป) ชี้ว่า การให้ระเบียบ Eco-Design ขยายไปสู่สินค้าที่ไม่ใช้พลังงานนั้นไม่สมควรยิ่ง เพราะไม่ได้มีการประเมินผลกระทบ (impact assessment) ในแต่ละรายสินค้าก่อน และที่สำคัญ การออกมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับสินค้าทุกประเภทจะก่อให้เกิดภาระที่เกี่ยวกับราชการและกฎระเบียบต่างๆจำนวนมาก

ทั้งนี้ กระบวนการในการขยายขอบข่ายงาน (framework) ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ดำเนินควบคู่ไปกับกระบวนการออกมาตรการดำเนินงาน (implementing measure) สำหรับสินค้าที่ใช้พลังงาน (EuP for energy using products) โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2551 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกรายงาน (Communication) แผนงาน สำหรับปี 2009-2011 ซึ่งระบุรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานเพิ่มเติมอีก 10 รายการ ที่ถือว่ามีความสำคัญลำดับแรกที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะออกมาตรการดำเนินการก่อน

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://news.thaieurope.net/content/view/3084/224/ )