เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 52 คกธ.ยุโรปด้านเศรษฐกิจและการคลังได้ออกรายงานคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจอียูและยูโรโซน (Interim Forecast) สำหรับช่วงปี 2009-2010 สรุปได้ว่าอียูและยูโรโซน (กลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร 16 ประเทศ) เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะเวลานานโดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอียูจะลดลง 1.8% ส่วนในยูโรโซนจะลดลง 1.9% ในปี 2009 ในขณะที่อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2009-2010

 

สาระสำคัญของรายงานฉบับดังกล่าวมีดังนี้

1.1  อียูและยูโรโซนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะเวลานาน โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอียูจะลดลง 1.8% ส่วนในยูโรโซนจะลดลง 1.9% ในปี 2009 (ในรายงานฉบับเดิมซึ่งออกเมื่อ 3 พ.ย. 51 คาดการณ์ว่า GDP growth ของปี 2009 จะมีอัตรา 0.2% ในอียู และ 0.1% ในยูโรโซน) ก่อนที่จะฟื้นตัวเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.5% ในปี 2010 โดยเป็นผลมาจากวิกฤติในสถาบันการเงิน ภาวะเศรษฐกิจขาลงทั่วโลก การหดตัวของการค้าโลกและผลผลิตอุตสาหกรรม และปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์
1.2  อัตราการว่างงานในอียูจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.75% (ประมาณ 3.5 ล้านตำแหน่ง) ในยูโรโซนเพิ่มขึ้นเป็น 9.15% ในปี 2009 ซึ่งจะมีอัตราเพิ่มขึ้นอีกในปี 2010
1.3  อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงเป็น 1.2% (อียู) และ 1.0% (ยูโรโซน) และจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2% ในปี 2010
1.4  นาย Joaquin Almunia กรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจและการคลัง ให้ความเห็นว่ามาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน การผ่อนคลายนโยบายการคลังร่วม (ภาวะขาดดุลไม่ควรเกิน 3% ของ GDP และหนี้สาธารณะไม่ควรเกิน 60% ของ GDP) และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ (ที่ตั้งไว้ 200 พันล้านยูโร) จะมีส่วนช่วยสำคัญในการลดความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ

2. ในรายงานดังกล่าวได้คาดการณ์ตัวชี้วัดทางทางเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกอียู สรุปได้ว่า ในปี 2009 ปท. สมาชิกอียูส่วนใหญ่ (18 ประเทศ) มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบ โดยลัตเวียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบมากที่สุด (-6.9%) รองลงมาคือ ไอร์แลนด์ (-5.0%) และเอสโตเนีย (-4.7%) ในขณะที่ประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจล้วนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจติดลบทั้งสิ้น อาทิ UK (-2.8%) เยอรมนี (-2.3%) เนเธอร์แลนด์และสเปน (-2.0%) ฝรั่งเศส (-1.8%) ดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวได้ที่ http://ec.europa.eu/economy_finance/thematic_articles/article13727_en.htm

3. นอกจากนี้ หน่วยงาน Eurostat ได้รายงาน (1) สถิติการค้าต่างประเทศในช่วงเดือน ม.ค.–พ.ย. 51 โดยอียูขาดดุลการค้าต่างประเทศทั้งสิ้น 231 พันล้านยูโร และ (2) สถิติการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) โดยในเดือน พ.ย. 51 มีอัตราการเติบโต -1.6% (เป็นอัตราติดลบตั้งแต่เดือน มิ.ย. 51 โดยยกเว้นเดือน ส.ค. 51 ที่มีอัตราเติบโตในภาคการผลิตอุตสาหกรรม 0.1%) และสินค้าทุกประเภท (สินค้าขั้นกลางหรือ Intermediate Goods สินค้าหมวดพลังงาน หมวดทุน สินค้าอุปโภคประเภทคงทนและไม่คงทน) ล้วนมีอัตราการผลิตลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภทสินค้าขั้นกลางมีอัตราการผลิตลดลงมากที่สุด (-2.8%)