ในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา  ตุรกีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐิจที่สูง  ทำให้รายได้ของประชากรเพิ่มขึ้น กอปรกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว มีผลต่อการใช้ชีวิตและรูปแบบการบริโภคของชาวตุรกี  โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในเขตเมืองใหญ่ๆ   เช่น  นิยมทานข้าวนอกบ้านมากขึ้น  มีความต้องการอาหารแปรรูปและแช่แข็งเพิ่มขึ้น  นิยมจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น แทนร้านขายของชำดั้งเดิม (bakkal) เป็นต้น  จากข้อมูลของ Euromonitor ประเมินว่า ในปี 2550 ตลาดขายปลีกสินค้าบริโภค (retail grocery market) ในตุรกีมีมูลค่า 67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตและทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ  ส่วนยอดขายสินค้าอาหารบรรจุห่อ (packaged food) มีมูลค่า 32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีการบริโภคในแต่ละปีเฉลี่ย 438 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัว

ตุรกีมีประชากรประมาณ 71.5 ล้านคน   เนื่องจากร้อยละ 98 – 99 ของประชากรนับถือศาสนาอิสลาม  อาจทำให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่า  ตุรกีมีการกำหนดมาตรฐานอาหารฮาลาลในการนำเข้าเช่นเดียวกับประเทศมุสลิมหลายๆ ประเทศ  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มี   ตลาดตุรกีเปิดกว้างสำหรับสินค้าอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน    ก็เป็นตลาดที่ท้าทาย  เนื่องจากรสนิยมในการบริโภคอาหารของชาวตุรกีโดยทั่วไปค่อนข้างอนุรักษ์นิยม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น วัตถุดิบหลายอย่างผลิตได้ในประเทศ อัตราภาษีนำเข้าที่สูง เป็นต้น

ตุรกีกับมาตรฐานอาหารฮาลาล
ปัจจุบัน  ตุรกีไม่มีมาตรฐานอาหารฮาลาล (national halal standards) รวมทั้งหน่วยงานตรวจสอบและออกใบรับรองมาตรฐานฮาลาลของทางการ  เนื่องจากเหตุผลสำคัญ  2 ประการคือ
       

ประการแรก ตุรกียึดมั่นในหลักการแบ่งแยกศาสนาออกจากการเมือง (secularism) อย่างเคร่งครัด  ในขณะที่มาตรฐานอาหารฮาลาลมีที่มาจากหลักการของศาสนา  การนำมาตรฐานดังกล่าวมาใช้จึงเป็นที่ถกเถียงกันถึงผลกระทบต่อสังคมและการเมืองในวงกว้าง และได้รับการต่อต้านจากกลุ่มที่ยึดมั่นในหลักการ secularism
       

ประการที่สอง ตุรกีกำลังเจรจาเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป  ทำให้ต้องปฏิรูปกฎหมายต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU (EU Acquis) ซึ่งรวมถึงเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหารด้วย ทั้งนี้ ใน Screening Report : Turkey  (Chapter 12 Food safety, veterinary and phytosanitary policy” ซึ่งจัดทำโดย European Commission เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2550 ระบุว่า ขั้นตอนการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารในตุรกีเป็นประเด็นหนึ่งที่จะต้องมีการพิจารณาด้วยความรอบคอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์ (animal welfare) และอื่นๆ   ในการหารือเบื้องต้น  ฝ่ายตุรกีไม่สามารถให้ผลประเมินเกี่ยวกับนัยของขั้นตอนการฆ่าดังกล่าวต่อการนำกฎระเบียบของ EU ไปใช้  เนื่องจากประเด็นนี้มีความอ่อนไหว   จึงจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ในรายละเอียดในระหว่างการเจรจากับฝ่ายตุรกีต่อไป  
       

นอกจากนี้  ผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารในตุรกีเองก็มีความเห็นต่างกัน  ฝ่ายที่สนับสนุน เช่น Turkish Exporters’ Assembly และ บริษัท Selçuk Gıda เป็นต้น เห็นว่าตุรกี   ควรเร่งพัฒนามาตรฐานอาหารฮาลาล  ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย อาทิ Turkish Food and Beverages Associations Federation, Milk and Meat Processors Union  บริษัท Banvit ผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ เห็นว่ามาตรฐานดังกล่าวเป็นภาระและเพิ่มต้นทุนในการผลิต   ผู้ผลิต     ที่ต้องการส่งออกไปยังประเทศมุสลิมอื่นๆ สามารถขอใบรับรองในต่างประเทศได้อยู่แล้ว ที่สำคัญ ผู้ผลิตอาหารในตุรกี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอยู่แล้ว  ทั้งนี้  ตุรกีต่างจากประเทศมุสลิมบางประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาอื่นอาศัยอยู่มาก  เช่น มาเลเซีย เป็นต้น กลุ่มประชากรที่เป็นมุสลิมจึงต้องการความมั่นใจว่าอาหารที่ซื้อมาบริโภคได้รับการผลิตตามหลักการของศาสนา
       

ด้วยเหตุนี้ สินค้าต่างๆ ที่ผลิตและจำหน่ายในตุรกีจึงไม่มีการติดฉลากหรือใบรับรองมาตรฐานฮาลาล  หากผลิตภัณฑ์นั้นมีส่วนผสมซึ่งเป็นของต้องห้ามตามหลักศาสนา เช่น ทำจากเนื้อหมูหรือมีส่วนประกอบของเนื้อหมู เป็นต้น  ก็จะมีข้อความบ่งบอกอย่างชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งมีป้ายติดบนชั้นวางจำหน่ายสินค้าด้วย 

กฏระเบียบในการนำเข้า
การนำเข้าสินค้าอาหารส่วนใหญ่ต้องขอ Control Certificate  ซึ่งเทียบเท่ากับ Import License  ทั้งนี้ ใน Annex IVA ของ Communiqué on Standardization in Foreign Trade 2007/2   ระบุว่ามีสินค้าอาหารใดบ้างที่ต้องขอ Control Certificate ส่วนใน Annex IVB ระบุสินค้าที่ไม่ต้องขอซึ่งมีอยู่ไม่กี่ชนิด เช่น กาแฟ  โกโก้ น้ำและสารสกัดจากผัก (vegetable extracts and saps) เป็นต้น  ผู้นำเข้าต้องยื่นขอ Control Certificate จาก Directorate-General   of Protection and Control ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท ปกติ จะใช้เวลาอนุมัติและออก Control Certificate  ให้ภายใน 1-2 สัปดาห์  ส่วนเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่ต้องยื่นแสดงได้แก่

        1. ใบเสนอราคาสินค้าและเงิ่อนไขการชำระเงิน (Proforma Invoice)
        2. รายงานผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง ยกเว้นอาหารทะเลแช่แข็งไม่ต้องมี
        3. สำหรับสินค้าพร้อมบริโภค  ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยหรือสุขอนามัยพืช (sanitary and phytosanitary certificate) จากหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพอาหารของประเทศแหล่งกำเนิดสินค้า ระบุว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้า  เหมาะสมสำหรับการบริโภคของคน และหรือวางจำหน่ายได้ในประเทศที่เป็นแหล่งกำเหนิดสินค้า
        4. ตัวอย่างฉลากผลิตภัณฑ์เป็นภาษาตุรกี
        5. สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องมี Distribution Certificate จากบริษัทผู้ผลิตสินค้าระบุว่า บริษัทตุรกีได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายและส่งมอบสินค้าในตุรกี
        6. สำหรับสินค้าอาหารบางชนิด เช่น อาหารควบคุมน้ำหนัก อาหารควบคุมเบาหวาน วิตามิน อาหารเด็ก เป็นต้น ผู้นำเข้าต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่โฆษณา    ชวนเชื่อสินค้าให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ตุรกีกับตลาดสินค้าอาหารฮาลาลโลก

ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานตุรกีที่เกี่ยวข้องได้เริ่มพัฒนามาตรฐานอาหาร    ฮาลาล เนื่องจากเล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือผู้ส่งออกอาหารตุรกีซึ่งอาจเสียเปรียบประเทศอื่นๆ ในการแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาดอาหารฮาลาลโลกที่มีมูลค่าหลายพันพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ผู้ส่งออกตุรกีจะไปขอใบรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลจากต่างประเทศ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูงและเกิดความล่าช้า หรือมิฉะนั้นก็หันใช้ทางเลือกอื่น  เช่น  ขอใบรับรองจากสำนักงาน  Mufti  หรือเชิญผู้แทนบริษัทนำเข้าในต่างประเทศมาเยี่ยมชมโรงฆ่าสัตว์หรือโรงงานผลิต เป็นต้น
                        

เนื่องจากปัจจุบัน มีมาตรฐานอาหารฮาลาลกว่า 50 มาตรฐานทั่วโลก รัฐบาลตุรกีจึงผลักดันให้ OIC เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้  เพื่อจัดทำ commonly acceptable standards ที่จะใช้บังคับเป็นการทั่วไป ทั้งกับประเทศสมาชิก OIC และประเทศที่มิใช่สมาชิก แต่ที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหารไปยังประเทศมุสลิม  โดยตุรกีเข้าไปมีบทบาทนำในการร่างข้อเสนอ  อย่างไรก็ตาม หากประเทศสมาชิก OIC ใดจะมีมาตรฐานอาหารฮาลาลของตนเอง (national standards) นอกเหนือไปจากที่ OIC กำหนดก็ย่อมได้  แต่จะใช้บังคับกับผู้ผลิตในประเทศของตนเท่านั้น  ไม่สามารถใช้กีดกันการนำเข้าจากต่างประเทศได้    ในส่วนของตุรกีเอง  คงจะไม่มีการกำหนดมาตรฐานอาหารฮาลาลของตนเองมาบังคับใช้  เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวถึงข้างต้น  กอปรกับ ผู้บริหารระดับสูงของ Turkish Standards Institute  ก็เคยกล่าวว่า ในระยะยาวแล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นความพึงพอใจของผู้บริโภค