ด้วยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552  รัฐบาลเช็กได้ประกาศระงับการออกวีซ่าทำงานแก่แรงงานต่างชาติจากมอลโดวา มองโกเลีย ยูเครน เวียตนาม และไทย เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจกิจ โดยเฉพาะปัญหาการตกงานของแรงงานต่างชาติที่เกิดขึ้นในเช็ก ทำให้รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทยของเช็ก ทำการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาและจำนวนแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเช็ก ปรากฏว่าได้มีข้อเสนอแนะให้ระงับการออกวีซ่าทำงาน แก่ประเทศต่าง ๆ ข้างต้น ซึ่งเป็นมาตรการ  migration  pressure โดยเริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2552  ไปสักระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานต่างชาติเข้ามาในเช็ก แล้วไม่มีงานทำหรือไม่สามารถหางานได้  ทั้งนี้  แรงงานต่างชาติที่ตกงานเฉพาะในเดือน ม.ค. 52  เดือนเดียวมีจำนวนถึง  12,200 

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2552  เริ่มมีสัญญาบ่งให้เห็นถึงการจำกัดแรงงงานต่างชาติ ซึ่งในกรณีของไทย สถานเอกอัครราชทูตเช็กประจำประเทศไทย ได้เริ่มจำกัดการอนุมัติวีซ่าระยะยาวแก่พนักงานนวดแผนไทย ทั้งที่มีเอกสารอนุญาตให้ทำงานจากกระทรวงแรงงานแล้ว ทั้งนี้ ฝ่ายเช็กคงเห็นว่าแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานในเช็กเริ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งจากสถิติปี  2549 มีแรงงานไทยไม่ถึง 100 คน (ร้อยละ 90 เป็นพนักงานนวดแผนไทย) เพิ่มขึ้นเป็น 187 คนในปี  2550 และเพิ่มประมาณ 300 คนในปี  2551

หลังจากที่เช็กได้เข้าเป็นสมาชิก Schengen  เมื่อเดือนธันวาคม 2550  เริ่มมีแรงงานไทยลักลอบเข้าไปทำงานในเช็ก โดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวผ่านเข้าประเทศในกลุ่ม Schengen เช่น โปรตุเกส กรีก ทำให้มีแรงงานผิดกฏหมายเพิ่มขึ้น  การไปทำงานในเช็กด้วยวีซ่าท่องเที่ยวนั้นผิดกฏหมายเข้าเมือง และจะได้รับโทษสถานหนักด้วย