เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 52 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้และการจำหน่ายสารเคมีประเภท biocidal products (COM (2009) 267) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้สารเคมีประเภทดังกล่าว ค่อยๆ ลดการใช้สารเคมีอันตราย โดยเฉพาะสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2013 ผู้ประกอบการไทยที่ใช้สาร Biocidal products ในกระบวนการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกมายังสหภาพยุโรปควรศึกษาระเบียบนี้เนื่องจากจะบังคับใช้ผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปด้วย

สาระสำคัญจากร่างกฎระเบียบดังกล่าว และจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม สรุปได้ดังนี้

 

1.      ร่างกฎระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดการใช้สารเคมีประเภท Biocidal products ชนิดที่เป็น

อันตราย โดยเฉพาะสารก่อมะเร็ง สารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบการสืบพันธุ์ สารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ สารที่มีผลต่อระบบฮอร์โมน โดยกำหนดให้ Biocidal products ที่จำหน่ายและใช้ในสหภาพยุโรปต้องเป็นสารเคมีที่ผ่านการอนุญาตจากประเทศสมาชิกอียูและคณะกรรมาธิการยุโรปเท่านั้น โดยจะมีผลทดแทนระเบียบฉบับเดิม (98/8/EC) ทั้งนี้ Biocidal products เป็นสารเคมีที่ใช้ในการระงับการเติบโตของพืชและเชื้อโรค อาทิ เชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงผลิตภัณฑ์กันแมลง สารฆ่าเชื้อโรค

 

2.      ระเบียบใหม่จะขยายครอบคลุมผลิตภัณฑ์ (articles) และวัสดุ (materials) ที่ผ่านกระบวนการใช้

Biocidal products ด้วย อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า พรม ไม้ ตาข่ายกันแมลง ถุงนอนที่มีคุณสมบัติในการกันแมลง

ซึ่งจะมีผลให้สินค้าดังกล่าวที่ส่งออกมาจำหน่ายในสหภาพยุโรปจะต้องใช้ Biocidal products ชนิดที่ได้รับอนุญาตในอียูแล้วเท่านั้น

 

3.      ร่างระเบียบนี้เพิ่มเรื่องการติดฉลากสินค้าโดยจะต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับ

        (1) ชื่อสารเคมี (active substances) ที่ใช้ (treat) หรือรวม (incorporate) กับผลิตภัณฑ์หรือวัสดุนั้นๆ

        (2) Biocidal property (หากเกี่ยวข้อง)

        (3) หมายเลขการให้อนุญาต Biocidal products ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์หรือวัสดุ

        (4) ข้อมูลเตือนภัยจากการอนุญาตการใช้สาร Biocidal products

 

4.      ในปัจจุบัน สารเคมีที่อยู่ใน Annex I และ Annex IA ของระเบียบฉบับเดิมมีเพียง 14 ชนิด ซึ่งเป็นสาร

ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติความเป็นอันตรายของสารแล้ว ถือเป็น “active substance” ที่สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาสารเคมี 350 ชนิด เพื่อทบทวนคุณสมบัติความเป็นอันตรายของสาร (รายชื่อสารดังกล่าวปรากฏใน Commission Regulation ที่ 1451/2007 ลว. 4 ธ.ค. ค.ศ. 2007) ซึ่งอาจมีการปรับเพิ่มรายชื่อสารที่ถือว่าเป็น “active substance” ต่อไป

 

5.      ร่างระเบียบนี้เพิ่งได้รับการเสนอเพื่อพิจารณาซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการเห็นชอบจากสภายุโรปและ

คณะมนตรียุโรปในระบบ co-decision procedure ต่อไป ซึ่งอาจใช้เวลาในการพิจารณาถึงช่วงปลายปี 2011 หรือในปี 2012 ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ต่อ Biocidal products ในปี 2013 ส่วนการบังคับใช้ต่อผลิตภัณฑ์และวัสดุนั้นจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านจนถึงปี 2017

 

6.      ข้อสังเกต

6.1  แม้วัตถุประสงค์หลักของร่างระเบียบนี้คือการทบทวนระบบการให้อนุญาตการใช้ Biocidal

products ภายในสหภาพยุโรปและจะมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตและใช้ Biocidal products ของสหภาพยุโรปเอง แต่ข้อกำหนดใหม่ต่อผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ใช้ Biocidal products จะมีผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ใช้ Biocidal products จากไทยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และสิ่งทอ

 

6.2  ร่างระเบียบนี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ส่งออกมายังสหภาพยุโรปที่ต้องผ่านกระบวนการใช้

Biocidal products ในขั้นตอนการผลิต ต้องตรวจสอบว่า Biocidal products ที่ใช้นั้นได้ผ่านขั้นตอนการได้รับอนุญาตจากประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือคณะกรรมาธิการยุโรปแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะมีหน้าที่พิจารณาอนุญาต Biocidal products 2 ประเภท คือ ที่ใช้ new active substance และประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ

 

6.3  การส่งออกผลิตภัณฑ์และวัสดุดังกล่าวจะต้องมี authorization number และการติดฉลากที่มีข้อมูล

ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบในช่วงการนำเข้าสินค้าในสหภาพยุโรปและเป็นข้อมูลให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมการและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 

            สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบของคณะกรรมาธิการยุโรป รายชื่อสารเคมีที่เกี่ยวข้องได้ในเวบไซต์ http://ec.europa.eu/environment/biocides/index.htm