เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 52 ที่ประชุมสภายุโรปเต็มคณะได้ลงคะแนนเสียงรับรองการตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษด้านวิกฤติเศรษฐกิจและการคลัง (Special committee on the financial and economic crisis) เป็นการชั่วคราว โดยมีจำนวนสมาชิก 45 คน และมี mandate 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 52 ซึ่งอาจขยายระยะเวลาได้อีก เพื่อประเมินผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ และให้ข้อเสนอแนะที่จำเป็น

คณะกรรมาธิการดังกล่าวมีบทบาทประเมินผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ จัดทำข้อเสนอในการป้องกันการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคต ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นมาตรการจำเป็นในการฟื้นฟูตลาดการเงินที่มีเสถียรภาพในระยะยาว ประเมินผลการปฏิบัติตามกฎหมายประชาคมยุโรป และผลการดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกอียู โดยคณะกรรมาธิการดังกล่าวจะจัดทำ hearings รับฟังความเห็นจากสถาบันระหว่างประเทศ รัฐสภาประเทศสมาชิกอียู ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีกำหนดเสนอ Mid-term report และ final report เกี่ยวกับข้อเสนอแนะมาตรการที่ควรดำเนินการ โดยหากจะมีข้อเสนอร่างกฎหมายต้องเสนอผ่านคณะกรรมาธิการถาวรของสภายุโรปที่เกี่ยวข้อง

 

นาย Wolf Klinz สมาชิกสภายุโรปซึ่งมีข่าวว่าจะเป็น Chairman ของคณะกรรมาธิการดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมาธิการนี้จะพิจารณาการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจในลักษณะ holistic approach ซึ่งต่างจากคณะกรรมาธิการที่ดูประเด็นต่างๆ เป็นการเฉพาะ เช่น คณะกรรมาธิการด้านการคลัง การจ้างงาน เป็นต้น

 

ข้อคิดเห็น

การจัดตั้งคณะกรรมาธิการนี้เป็นความพยายามของสภายุโรปในการมีบทบาทแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ คณะกรรมาธิการดังกล่าวมีบทบาทในบางส่วนคล้ายกับ European Systemic Risk Board (ESRB) ซึ่งจะมีการจัดตั้งภายในช่วงปี 2010 แต่เน้นในเชิงให้ข้อเสนอแนะ ติดตามผลการดำเนินมาตรการ และเสนอร่างกฎหมายที่จำเป็น ในขณะที่ ESRB จะเน้นการเตือนภัยล่วงหน้า การให้คำแนะนำเพื่อจัดการความเสี่ยง การแก้ไขปัญหาในตลาดการเงินการคลัง และมีสมาชิกเป็นผู้ที่อยู่ในวงการตลาดการเงินการคลังโดยตรงมากกว่า

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.europarl.europa.eu/news/expert/infopress_page/042-61890-280-10-41-907-20091005IPR61889-07-10-2009-2009-false/default_en.htm