ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2552 มีความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมภายในอียูที่น่าจับตามอง ได้แก่ รายชื่อสาขาอุตสาหกรรมที่จะได้รับการยกเว้นจากระบบซื้อขายคาร์บอนเครดิต (ETS) ของอียูได้รับการรับรองจากคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมสภายุโรป รวมทั้งเรื่องผลการประชุมผู้นำอียูกับสหรัฐฯ และผู้นำอียูกับอินเดีย ซึ่งอียูไม่สามารถผลักดันทั้งสองประเทศให้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนการประชุม UNFCCC ที่จะมีขึ้นที่โคเปนเฮเกนในเดือนหน้าได้  หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอียูคาดว่าการเจรจาจัดทำความตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมแทนพิธีสารเกียวโตซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2012 ในลักษณะความตกลงฉบับเดียวที่มีผลผูกพันทางกฎหมายน่าจะเป็นไปได้ยากขึ้น

1. รายชื่อสาขาอุตสาหกรรมที่จะได้รับการยกเว้นจากระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของอียู (EU Emission Trading Scheme หรือ EU ETS) เพื่อป้องกันปัญหาการย้ายถิ่นฐานการผลิตจากอียูไปสู่ประเทศ/ภูมิภาคที่มีความเข้มงวดน้อยกว่าเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรม (Carbon leakage)

 

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 52 คณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม สภายุโรป ได้ลงคะแนนเสียงรับรองร่างข้อตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยุโรปที่กำหนดสาขาอุตสาหกรรม 164 สาขาและสาขาย่อย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ carbon leakage ภายหลังการใช้ระบบ EU Emission Trading Scheme (ETS) รอบใหม่ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 ม.ค. 2013 สาขาอุตสาหกรรมดังกล่าวปล่อยก๊าซ CO2 ในอัตรา 77% ของปริมาณการปล่อยก๊าซในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดของอียู ทั้งนี้ ในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมจะมีโรงงานที่มีประสิทธิภาพในการปล่อยก๊าซสูงสุดเพียง 10% แรกที่จะได้รับโควตาการปล่อยก๊าซฟรี 100% โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และจะมีการทบทวนรายชื่อสาขาอุตสาหกรรมอีกครั้งภายหลังผลการประชุม UNFCCC ที่โคเปนเฮเกนเดือน ธ.ค. 52

 

2.   การประชุมผู้นำอียู-สหรัฐฯ

 

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 52 ได้มีการประชุมผู้นำอียู-สหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

–              จะร่วมมือกันให้สามารถบรรลุความตกลงระหว่างประเทศในการกำหนดเป้าหมายการลดการ

ปล่อยก๊าซ CO2 ลง 50% ภายในปี 2050 โดยไม่มีการเอ่ยถึงเป้าหมายระยะกลางในปี 2020 ที่ฝ่ายอียูพยายามผลักดันเพื่อใช้ในการกดดันประเทศกำลังพัฒนาเช่นอินเดียและจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความไม่คืบหน้าของการผลักดันเรื่องนี้

 

–              จะระดมทุนเพื่อสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (adaptation)

สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และส่งเสริมการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (mitigation) ในประเทศกำลังพัฒนา ในกรอบการเจรจาความตกลงสิ่งแวดล้อมที่โคเปนเฮเกน

 

–              จะส่งเสริมการพัฒนาตลาดซื้อขายคาร์บอน โดยจะร่วมมือกันขยายตลาดซื้อขายคาร์บอน

เครดิตและดำเนินการตามระบบ cap and trade ของแต่ละฝ่าย

 

–              ร่วมมือกันยกระดับความร่วมมือในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อให้มีการต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพ

ภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการพัฒนาและใช้ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำอย่าง

มีประสิทธิภาพและดำเนินการที่ทะเยอทะยานในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงผลการประชุม COP-15 UNFCCC ที่โคเปนเฮเกน

 

3.    การประชุมผู้นำอียู-อินเดีย

 

      เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 52 ได้มีการประชุมผู้นำอียู-อินเดียที่กรุงนิวเดลี ในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

 

–              ยืนยันข้อกำหนดและหลักการของ UNFCCC รวมทั้ง common but differentiated

responsibilities and respective capabilities

 

–              หวังว่าที่ประชุม COP-15 ที่โคเปนเฮเกนสามารถบรรลุข้อตกลงที่จะตั้งเป้าหมายการลดการ

ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) สำหรับปี 2050 โดยใช้ปี 1990 เป็นปีฐานได้ โดยทั้งสองฝ่ายจะจัดเตรียมแผนการลด GHG ที่ทะเยอทะยานและเชื่อถือได้ ที่รวมแผนดำเนินการทั้งในด้าน mitigation และ adaptation เข้าไว้ด้วย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว

 

–              ให้ความสำคัญเท่าเทียมกันระหว่าง mitigation และ adaptation ซึ่งการสนับสนุนประเทศกำลัง

พัฒนาทั้งในด้านงบประมาณและเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวมีความสำคัญ

 

4.      ข้อสังเกต

 

         อียูไม่สามารถผลักดันให้สหรัฐฯ และอินเดียตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและไม่สามารถทำให้สหรัฐฯ แสดงท่าทีชัดเจนในการให้เงินทุนเพื่อช่วยเหลือปท. กำลังพัฒนาก่อนการประชุม UNFCCC ทั้งนี้ หัวหน้าเจรจาฝ่ายอียู (นาย Artur Runge-Metzger) ได้ให้สัมภาษณ์คาดการณ์ว่าการประชุมที่โคเปนเฮเกนคงไม่สามารถบรรลุผลที่เป็นความตกล

      ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อาจเหลือเพียงความตกลงที่มีผลผูกพันทางการเมือง (political binding agreement) เท่านั้น

           

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการประชุมทั้งสอง ได้ที่ http://ec.europa.eu/external_relations/index_en.htm