เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 52 ได้มีการประกาศขยายระเบียบ Eco-design ให้ครอบคลุมสินค้าที่มีผลในการประหยัดพลังงาน (energy-related products) ซึ่งน่าติดตามรายชื่อสินค้าที่จะมีการออกมาตรการดำเนินการ (ข้อกำหนดเกี่ยวกับสินค้า) ที่คณะกรรมาธิการยุโรปจะเผยแพร่ภายในวันที่ 21 ต.ค. 2011 ทั้งนี้ สินค้าที่คาดว่าจะมีการออกมาตรการดำเนินการ อาทิ หน้าต่าง วัสดุฉนวน ก็อกน้ำ

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 52 ได้มีการประกาศ Directive 2009/125/EC of 21 October 2009 establishing a framework for the setting of ecodesign requirements for energy-related products ลงใน Official Journal ฉบับ L 285 ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูนำไปประกาศใช้เป็นกฎหมายภายในต่อไปภายในวันที่ 20 พ.ย. 2010 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

1.      เนื่องจากสินค้าประเภท energy-related products มีสัดส่วนสำคัญในการบริโภคพลังงานและ

ทรัพยากรธรรมชาติในประชาคมยุโรป และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสินค้าหลายอย่างมีศักยภาพที่สามารถปรับปรุงในขั้นตอนการออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานได้เพิ่มเติมอีก อาทิ หน้าต่าง วัสดุฉนวน หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ เช่น หัวฝักบัวหรือก๊อกน้ำ จึงมีความจำเป็นในการจัดทำข้อกำหนด Eco-design สำหรับสินค้าดังกล่าว

 

2.      สินค้าประเภท energy-related products ที่ออกแบบตามมาตรการดำเนินการ (implementing

measures) ตามระเบียบนี้ควรติดตรา CE และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการวางจำหน่าย และ/หรือ ติดตั้งเพื่อใช้งานในอียู ซึ่งจะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าดังกล่าวในประชาคมยุโรปได้อย่างเสรี

 

3.      ภายในวันที่ 21 ต.ค. 2011 คณะกรรมาธิการยุโรปจะจัดทำแผนงานซึ่งจะเผยแพร่ต่อสาธารณชนว่าในระยะ 3 ปี

ต่อไปมีรายชื่อสินค้าใดบ้าง (indicative list) ที่ถือว่ามีความสำคัญลำดับแรกในการออกมาตรการดำเนินการสำหรับรายสินค้า ซึ่งจะมีการทบทวนรายชื่อดังกล่าวเป็นระยะภายใต้การหารือใน Consultation Forum (ซึ่งประกอบด้วยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องภายในอียู)

 

อย่างไรก็ดี ภายในช่วงที่ถือว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านก่อนการประกาศใช้ข้อกำหนดข้างต้น คณะกรรมาธิการยุโรป

สามารถเสนอข้อกำหนดสำหรับสินค้าที่มีการกำหนดว่ามีศักยภาพสูงที่จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดย

มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม อาทิ อุปกรณ์ทำความร้อน และอุปกรณ์ทำความร้อนสำหรับน้ำ อุปกรณ์ในสำนักงาน รวมทั้ง

สามารถจัดทำข้อกำหนดสำหรับการลดการสูญเสียพลังงานในช่วง stand-by สำหรับสินค้าบางกลุ่ม

 

4.      เพื่อเป็นการช่วยเหลือ SMEs ในการออกแบบสินค้าที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอาจมีการออก

คู่มือประกอบการออกข้อกำหนดสำหรับสินค้า

 

5.      ใน Annex I Part 1. เกี่ยวกับ Eco-design parameters ระบุถึง

 

        (1.1) ขอบข่ายการออกแบบสินค้า Eco-design ว่าให้คำนึงถึงช่วงวงจรต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ การเลือกวัตถุดิบและ 

               การใช้วัตถุดิบ การผลิต การบรรจุหีบห่อ การขนส่งและการจัดจำหน่าย การติดตั้งและการบำรุงรักษา การใช้งาน จน

               ถึงการสิ้นอายุของผลิตภัณฑ์

 

       (1.2) ในแต่ละขั้นตอนดังกล่าวจะต้องประเมินในเรื่อง

              (1) ปริมาณการใช้วัตถุดิบ พลังงาน และปัจจัยอื่นๆ เช่น น้ำ

              (2) การปล่อยของเสียสู่อากาศ น้ำ หรือดิน

              (3) มลพิษที่เกิดขึ้น อาทิ เสียง การสั่นสะเทือน การแผ่รังสี การเกิดสนามแม่เหล็ก

              (4) การก่อให้เกิดของเสีย และ

              (5) ความเป็นไปได้ที่จะนำวัตถุดิบมา reuse, recycling และ recovery และ

 

      (1.3) ใช้มาตรการเสริมตามที่เหมาะสม เพื่อประเมินศักยภาพในการปรับปรุงคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำหนัก/ปริมาณ

              ของสินค้า การใช้วัสดุในช่วง recycle การบริโภคพลังงาน น้ำ และแหล่งทรัพยากรอื่นในช่วงตลอดวงจรอายุของ

              ผลิตภัณฑ์

 

6.      ใน Annex I Part 3. ของระเบียบกำหนดให้ผู้ผลิตจัดทำ ecological profile ของสินค้า ระบุคุณสมบัติ

ด้านสิ่งแวดล้อม inputs/outputs ตลอดช่วงวงจรผลิตภัณฑ์ที่ระบุเป็นจำนวนที่วัดได้ ซึ่งจะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวัดเทียบกับ benchmark ซึ่งคกธ.ยุโรปจะเป็นผู้กำหนดตามข้อมูลที่รวบรวมในการเตรียมออก implementing measures และใน Part 2. ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องแสดงต่อผู้บริโภค

 

7.      ข้อสังเกต จากการออกระเบียบดังกล่าวทำให้เห็นแนวโน้มว่าสินค้าที่จำหน่ายในอียูจะต้องมีคุณสมบัติ

ในด้านการลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและทรัพยากรในการผลิตตลอดช่วงวรจรสินค้า ในหลายประเภทสินค้ามากขึ้นเรื่อยๆ และจะต้องให้ข้อมูลต่อผู้บริโภคอย่างเหมาะสม ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเตรียมการในเรื่องนี้แต่เนิ่นๆ โดยอาจใช้การปรึกษาหารือกับผู้นำเข้าสินค้า ผู้ค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรมในอียู อีกทางหนึ่งเพื่อเตรียมการปรับตัวในการผลิตต่อไป

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ ดูข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบดังกล่าวเพิ่มเติมได้ที่

http://eur-lex.europa.eu/JOIndex.do  ฉบับ L285  31.10.2009