สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้รับรายงานการศึกษาเชิงลึกเพื่อให้เข้าถึงตลาดใหม่ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 และฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 บริษัทที่ปรึกษาได้เน้นการศึกษาเชิงลึก 5 ประเทศ (core countries) คือ สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกียและสโลเวเนีย และสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น อาหาร อัญมณีและสปา สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
 

1. ลักษณะตลาด
1.1 สาธารณรัฐเช็ก เป็นประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมั่นคง ในปี 2008 มีอัตราเติบโตของ GDP 4% ตลาดขยายตัวและโอกาสทางการค้าจะเพิ่มสูงขึ้นมากแต่การแข่งขันค่อนข้างสูง        

1.2 โปแลนด์ เป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป เพราะมีเศรษฐกิจที่มีการค้าระบบเปิดแบบเสรี (economic liberalization) และมีต้นทุนต่ำสำหรับการลงทุนและการเข้าสู่ตลาด อัตราเติบโตของ GDP ในปี 2008 เท่ากับ 5.24%

1.3 โรมาเนีย เป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุดประเทศหนึ่งเช่นกัน มีการแข่งขันไม่สูงมากนัก ซึ่งถ้าภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว เศรษฐกิจของโรมาเนียจะเติบโตขยายตัวขึ้นมาก นอกจากนี้ โรมาเนียได้ปรับกฎระเบียบตลาดเงินทุน ภาษีและการบัญชีให้สอดคล้องกับสหภาพฯ   อัตราเติบโตของGDP ในปี 2008 สูง 8.5%

1.4 สโลวาเกีย เป็นประเทศเล็ก มีประชากร 5.45 ล้านคน แต่มีอัตราเติบโตของ GDP ในปี 2008 สูง 7.4%มีข้อเสนอที่น่าสนใจในการลงทุน ค่าแรงงานถูก การแข่งขันอยู่ในระดับปานกลาง แต่ตลาดยังคงมีการเติบโตขยายตัวได้อีก

1.5 สโลเวเนีย ตลาดของสโลเวเนียขนาดเล็กด้วยจำนวนประชากรเพียง 2 ล้านคน อัตราเติบโตของGDP ในปี 2008 เท่ากับ 4.3% ตลาดของสินค้าประเภท ICT กำลังเติบโตสูง

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น  สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ โรมาเนียและสโลวาเกียมีการขยายตัวของตลาดค่อนข้างสูง และ อัตราเติบโตของ GDP สูง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วจึงทำให้เป็นตลาดที่น่าสนใจมากสำหรับการลงทุนและสินค้าส่งออกจากไทย

2. การค้าและการลงทุนกับไทย
2.1 การค้าสินค้า
ในรายงานฉบับที่ 2 นี้ได้เลือก 5 ประเทศสมาชิกดังกล่าวจากกลุ่ม EU12 เพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุดสำหรับสินค้าส่งออกจากไทยและเสนอโอกาสที่ดีในการลงทุน สาขาอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ รถยนต์และชิ้นส่วน สปาและสินค้าสปา อัญมณี สิ่งทอ เสื้อผ้า ยาง และเคมีภัณฑ์บางชนิด

สินค้าส่งออกที่สำคัญอันดับต้นๆจากไทยไปยัง 5 ประเทศดังกล่าว เช่น เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง  เหล็ก  ยานพาหนะ  ใยประดิษฐ์  สิ่งทอ พลาสติก อัญมณี  เครื่องแต่งกาย ไข่มุกธรรมชาติเลี้ยง เลนส์อุปกรณ์ในการถ่ายรูป เป็นต้น ส่วนสินค้าอาหารที่ส่งออกจากไทย เช่น ธัญพืช ปลาปรุงแต่ง ผลไม้ต่างๆ เป็นต้น  คู่แข่งไทยในการส่งออกปลาปรุงแต่ง ได้แก่ โมร็อกโก ชิลี โครเอเชียและเวียดนาม

คู่แข่งไทยในการส่งออกผลไม้และลูกนัต ได้แก่ จีนและตุรกี ซึ่งไทยน่าจะเพิ่มการส่งออก สับปะรด มะม่วงและมะพร้าว สินค้าอาหารอีกรายการหนึ่งที่ไทยมีศักยภาพและน่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น คือ ข้าว และสินค้าเกษตรอินทรีย์ใน 5 ประเทศดังกล่าว มูลค่าการส่งออกจากไทยมากที่สุด คือ สาธารณรัฐเช็ก 430 ล้านยูโร รองลงมา ได้แก่ โปแลนด์ 317.3 ล้านยูโร สโลวาเกีย 138 ล้านยูโร โรมาเนีย 89 ล้านยูโร และสโสเวเนีย 35 ล้านยูโร ตามลำดับ

2.2 อัญมณี
ตลาดอัญมณีของสหภาพยุโรปมีขนาดใหญ่มากเป็นอันดับสองของโลก แม้มีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ในปี 2008 มีการค้ามูลค้า 25 พันล้านยูโร มีการนำเข้าสินค้าเพชรมูลค่า 34.5 พันล้านยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้น 19% จากปี 2004 ในกลุ่มประเทศ EU12 โปแลนด์และสาธารณรัฐเช็กนับว่าเป็นผู้นำเข้าที่สำคัญ และนำเข้าจากประเทศที่สามที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพฯ อย่างไรก็ตาม ผู้คนใน EU 12 มีรายได้ต่อหัว 10 ยูโร ที่ใช้จ่ายกับเพชรพลอย ซึ่งนับว่าต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของผู้คนในยุโรปมาก แต่คาดว่าการใช้จ่ายซื้อเพชรพลอยน่าจะเพิ่มขึ้นหลังจากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น

2.3 สปา
ประชาชนในยุโรปกลางและตะวันออกนิยมสปาเพื่อสุขภาพ ซึ่งสปาแบบดั้งเดิมในแถบนี้ใช้น้ำอุ่นที่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ(thermal-mineral water) โดยเฉพาะประเทศแถบทะเลบอลติก ผู้คนที่เป็นโรค เช่น ปัญหาระบบการหายใจ ไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น จะสนใจสปาเพื่อการรักษาพยาบาล(medical treatment)อย่างมาก และราคาค่าบริการก็นับว่าถูกกว่าเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของยุโรป ซึ่งผู้ให้บริการสปาแบบไทยบางรายก็ให้บริการสปาเพื่อการรักษาพยาบาล

3. ข้อแนะนำ/ความเห็นของบริษัทที่ปรึกษา
การที่ไทยจะขยายตลาดใน 5 ประเทศดังกล่าว บริษัทที่ปรึกษาเสนอแนะให้ดำเนินการดังนี้

3.1 ปรับกลยุทธ์/คุณภาพ/ความน่าเชื่อถือ ผู้ส่งออกไทยและภาครัฐควรเน้นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพและเพิ่มการส่งออกไปยัง EU5 ปัจจัยสำคัญคือ ราคา คุณภาพสินค้าและความน่าเชื่อถือ ซึ่งผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าสินค้าได้มาตรฐาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้แรงงานตามมาตรฐานสากลและสามารถจัดส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำหนด

3.2 ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญและต้องให้ข้อมูลทันต่อเหตุการณ์ เพื่อลดปัญหาด้านกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าของสหภาพฯ ทำให้ผู้ประกอบการของไทยและผู้นำเข้าสามารถปรับตัวได้ทัน
ข้อมูลที่สำคัญ เช่น กฎระเบียบและมาตรการค้าของสหภาพฯ ข้อมูลสินค้าของไทย บริษัทผู้ส่งออก ผู้นำเข้า แนวโน้มการตลาด และอุปสรรคปัญหา เป็นต้น

การให้ข้อมูลและการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น
– เผยแพร่ข้อมูลใน website ของกระทรวงพาณิชย์
– ให้บริการข้อมูลโดยสำนักงานการค้าและสถานทูตไทยในแต่ละประเทศ
– การจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษา
– ทำความตกลงกับสภาหอการค้าของทั้งสองฝ่ายในการแก้ปัญหาการค้า
-ภาครัฐและสมาคมการค้าของไทยต้องชักจูงและส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อเผยแพร่และทำให้ลูกค้ารู้จักตราสินค้าของไทยมากขึ้น 

3.3 ไทย-EU FTA จะช่วยเปิดตลาดสหภาพยุโรปให้สินค้าส่งออกจากไทย ซึ่งจะได้ไม่เสียเปรียบประเทศที่มี FTA กับสหภาพฯแล้ว เช่น ชิลี เม็กซิโก ACP และเกาหลีใต้ และหากการเจรจา FTA กับสิงคโปร์และเวียดนามประสบความสำเร็จ ไทยก็จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหภาพฯ   สินค้าส่งออกจากไทยที่จะได้รับประโยชน์จาก ไทย-EU FTA เช่น สินค้าเกษตร อาหาร สินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เช่น ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ยาง รนยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร สินค้าที่ฝ่าย EU จะได้ประโยชน์ เช่น รถยนต์ เคมีภัณฑ์ โรงงานและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่(renewable energy) และแม้จะมีผู้คัดค้านเรื่องสินค้าเกษตรในสหภาพฯและผู้ผลิต generic drugs ในไทย แต่ในที่สุด FTA จะให้ผลดีมากกว่าเสียหลายเท่า

3.4  สินค้าอาหาร ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังให้สินค้ามีมาตรฐานตามมาตรการสุขอนามัย เพราะสหภาพฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาผู้ซื้อชาวยุโรปที่เน้นคุณภาพ สุขภาพความสะอาดและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ผู้ส่งออกต้องพยายามลดต้นทุนค่าขนส่งเพื่อแข่งขันกับผู้ส่งออกจากประเทศอื่นๆด้วย
           
3.5 อัญมณี
1) ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า นำเสนอสินค้าใหม่ๆ สินค้าที่ได้รับออกแบบตามแฟชั่น สามารถผลิตได้ตามความต้องการของลูกค้า และสร้างตราสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ
 2) ในกลุ่มประเทศที่เลือกศึกษา 5 ประเทศดังกล่าว ผู้คนในชนบทมีรายได้ต่ำไม่สนใจสินค้าฟุ่มเฟือย ควรส่งเสริมการขายอัญมณีในเมืองใหญ่มากกว่าเพราะประชากรมีฐานะดีกว่า
3) ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค สินค้าที่มีส่วนประกอบของ nickel มากกว่า 0.05% ห้ามวางขายตามกฎหมายกลางของสหภาพฯ อีกประการหนึ่ง ผู้ซื้อจะอ่อนไหวในเรื่องแหล่งกำเนิดของเพชรพลอย  และการผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย

3.6 สปา 
1) การเริ่มต้นธุรกิจสปาใน EU12 ควรจะมีบริษัทที่ปรึกษาด้านนี้ที่เชี่ยวชาญการออกแบบไปจนถึงการบริหารจัดการ มีหุ้นส่วนที่มีประสบการณ์

2) ต้องมีบริการที่ได้มาตรฐานมีความสะอาดปลอดภัย มีบุคคลากรที่ผ่านการอบรมมีความรู้ความชำนาญ 

3) ควรจะเพิ่มบริการอาหารแบบสปาที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และมีสินค้าสปาจำหน่าย

4) ชาวยุโรปเป็นพวกอนุรักษ์นิยมที่ชื่นชอบการพัฒนาแบบยั่งยืนรักษาสิ่งแวดล้อม ชอบสินค้าและอาหารที่มาจากธรรมชาติ และผู้ประกอบการไทยจึงต้องให้ข้อมูลแก่ลูกค้า เช่นการติดฉลากสินค้าอย่างชัดเจนว่าสินค้านี้ดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีต่อผู้ใช้อย่างไรบ้าง โดยมีการวิจัยศึกษาเป็นหลักฐานรับรอง